เรื่องจริงของคน “เกลียดเสียงเคี้ยวอาหาร” อาการมิโซโฟเนียที่หลายคนเป็น
เสียงเคี้ยวข้าว เสียงดูดน้ำ เสียงหายใจ หรือเสียงเคาะปากกา
สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงเสียงรบกวนเล็กน้อย แต่สำหรับบางคน เสียงเหล่านี้สามารถกระตุ้นความโกรธ ความรังเกียจ ความวิตก หรือความต้องการหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรุนแรงภายในไม่กี่วินาที
อาการนี้เรียกว่า มิโซโฟเนีย (Misophonia) หรือภาวะทนต่อเสียงบางชนิดได้น้อยผิดปกติ ผู้มีอาการไม่ได้เกลียดเสียงดังทุกอย่าง แต่จะตอบสนองรุนแรงต่อ “เสียงกระตุ้น” บางแบบ โดยเฉพาะเสียงจากปากและจมูกของคน เช่น เคี้ยว กลืน จุ๊บปาก สูดจมูก หรือกระแอมคอ
ไม่ใช่แค่รำคาญ แต่ร่างกายเหมือนถูกคุกคาม
ความแตกต่างระหว่างความรำคาญทั่วไปกับมิโซโฟเนียอยู่ที่ความรุนแรงของปฏิกิริยา คนทั่วไปอาจรู้สึกว่าเสียงเคี้ยวน่ารำคาญ แต่ยังนั่งกินอาหารต่อได้ ขณะที่ผู้มีมิโซโฟเนียอาจรู้สึกหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง ร้อนวูบวาบ โกรธจัด หรืออยากลุกหนีทันที
บางคนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจทำเสียง แต่กลับควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ยาก เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปจึงอาจรู้สึกผิดที่หงุดหงิดหรือพูดรุนแรงกับคนใกล้ตัว
นักวิชาการอธิบายว่า ปฏิกิริยานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความดังเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ ความหมาย และบุคคลผู้สร้างเสียงด้วย เสียงเดียวกันจากคนในครอบครัวอาจกระตุ้นรุนแรงกว่าเสียงจากโทรทัศน์หรือสัตว์
ทำไมเสียงเคี้ยวจึงเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ?
เสียงจากการกินเกิดซ้ำเป็นจังหวะ อยู่ใกล้ตัว และหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งคนต้องนั่งอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน
สมองของผู้มีมิโซโฟเนียอาจเชื่อมเสียงบางชนิดเข้ากับระบบตอบสนองต่อภัย เมื่อได้ยินเสียงกระตุ้น ร่างกายจึงเข้าสู่ภาวะคล้าย “สู้หรือหนี” อย่างรวดเร็ว แม้ในความเป็นจริงจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้น
กลไกที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการศึกษา และไม่ได้หมายความว่าหูของคนเหล่านี้ได้ยินดีกว่าคนทั่วไปเสมอไป หลักฐานปัจจุบันชี้ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการประมวลผลเสียง อารมณ์ และความหมายในสมองมากกว่าความผิดปกติของหูชั้นนอกเพียงอย่างเดียว
คนเป็นกันเยอะจริงหรือ?
งานวิจัยให้ตัวเลขแตกต่างกันมาก เพราะยังไม่มีเกณฑ์วินิจฉัยมาตรฐานเดียวกัน บางการศึกษาพบว่าคนจำนวนมากรู้สึกรำคาญเสียงอย่างน้อยหนึ่งชนิด แต่ผู้ที่มีอาการรุนแรงจนกระทบชีวิตมีสัดส่วนต่ำกว่านั้น
การศึกษาประชากรเยอรมนีพบว่า ประมาณ 21.3% มีอาการบางอย่างที่ยังไม่ถึงระดับรุนแรง ขณะที่ผู้มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 2.3% ส่วนงานศึกษาและบททบทวนในประเทศอื่นรายงานตัวเลขแตกต่างกันตั้งแต่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์
จึงอาจพูดได้ว่า ความไวต่อเสียงพบได้ไม่น้อย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เกลียดเสียงเคี้ยวจะเป็นมิโซโฟเนียระดับทางคลินิก
เป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่?
ปัจจุบันมิโซโฟเนียยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นโรคแยกต่างหากในคู่มือวินิจฉัยหลักอย่าง DSM-5-TR และ ICD-11 และผู้เชี่ยวชาญยังถกเถียงกันว่าควรจัดอยู่ในกลุ่มประสาทสัมผัส การได้ยิน จิตเวช หรือเป็นภาวะที่คาบเกี่ยวกันหลายด้าน
ในปี 2022 ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติได้ร่วมกันกำหนดคำอธิบายที่เป็นฉันทามติ เพื่อให้การศึกษาและการดูแลผู้มีอาการเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น แต่ยังไม่มีแบบตรวจเพียงชุดเดียวที่สามารถยืนยันมิโซโฟเนียได้อย่างเด็ดขาด
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่โต๊ะอาหาร
ผู้มีอาการรุนแรงอาจหลีกเลี่ยงการกินข้าวกับครอบครัว ไม่อยากเข้าประชุม เลิกใช้ขนส่งสาธารณะ หรือไม่สามารถตั้งใจเรียนและทำงานเมื่อมีเสียงกระตุ้นอยู่ใกล้ ๆ
บางคนเริ่มจับตามองปากของผู้อื่นล่วงหน้าและรู้สึกเครียดตั้งแต่ยังไม่ได้ยินเสียง ขณะที่บางคนไวต่อภาพการเคี้ยวหรือการขยับขาซ้ำ ๆ ร่วมด้วย
เมื่อคนรอบข้างบอกว่า “คิดไปเอง” หรือ “ทนหน่อยไม่ได้หรือ” ผู้มีอาการอาจยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะสำหรับพวกเขา ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เลือกเปิดหรือปิดได้ง่าย ๆ
รับมืออย่างไรโดยไม่ต้องตัดขาดจากทุกคน?
วิธีเบื้องต้นคือสังเกตว่าเสียงใดกระตุ้นมากที่สุด เตรียมเสียงพื้นหลัง เช่น พัดลม เพลงเบา ๆ หรือเสียงธรรมชาติ และเลือกตำแหน่งนั่งที่สามารถถอยออกไปพักได้เมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียด
การบอกคนใกล้ตัวด้วยประโยคที่ไม่กล่าวโทษ เช่น “เสียงแบบนี้ทำให้ฉันมีปฏิกิริยารุนแรงโดยไม่ตั้งใจ” มักได้ผลดีกว่าการบอกให้อีกฝ่ายหยุดกินหรือกล่าวหาว่ามีมารยาทไม่ดี
หลักฐานด้านการรักษายังมีจำกัด แต่การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมที่ปรับให้เหมาะกับมิโซโฟเนียอาจช่วยให้บางคนจัดการอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมหลีกเลี่ยงได้ดีขึ้น หากอาการรบกวนการเรียน งาน ความสัมพันธ์ หรือทำให้โกรธจนควบคุมตัวเองยาก ควรปรึกษานักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือนักแก้ไขการได้ยินที่เข้าใจภาวะนี้
ไม่ได้เกลียดคนกิน แต่อาจควบคุมปฏิกิริยาต่อเสียงไม่ได้
คนที่ทนเสียงเคี้ยวไม่ได้อาจถูกมองว่าเรื่องมาก อารมณ์ร้อน หรือรังเกียจคนรอบตัว ทั้งที่ความจริง พวกเขาอาจกำลังต่อสู้กับปฏิกิริยาของสมองและร่างกายที่เกิดขึ้นเร็วกว่าความคิด
มิโซโฟเนียไม่ได้หมายความว่าทุกเสียงจะสร้างความทุกข์ และไม่ได้หมายความว่าผู้มีอาการเป็นคนไม่มีเหตุผล แต่เป็นภาวะที่มีความรุนแรงหลายระดับ ตั้งแต่รำคาญเล็กน้อยจนถึงกระทบชีวิตอย่างหนัก
รูปจาก
https://www.bonblossman.com/post/the-strange-science-of-asmr-why-tingles-work-and-what-nobody-s-telling-you?utm_source=chatgpt.com
https://www.hidabroot.com/article/13740?utm_source=chatgpt.com
https://1805barber.com.br/17-323192253-estudo-revela-ligacao-genetica-da-misofonia-com-ansiedade-e-depressao/?utm_source=chatgpt.com
https://dizzinessandhearing.co.uk/f/understanding-misophonia?utm_source=chatgpt.com
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
รีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนการสร้างเมืองหลวงสำรอง
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทย
เห็บกัด เสี่ยงแพ้เนื้อถาวร
แจกเลขดับลดต้นทุน บน – ล่าง @โชยุ งวด 1 ส.ค. 69 มาแล้วครับ!
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
รีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนการสร้างเมืองหลวงสำรอง
เปิดตำนาน “ยาโด๊ปยุคโบราณ” สูตรพิสดารที่เชื่อว่าเพิ่มพลังชาย แต่บางตำรับอันตรายถึงชีวิต!
3 จังหวัดของประเทศไทย ที่ถูกประกาศให้เป็นจังหวัดในวันเดียวกัน
เบื้องหลัง “พิธีขอหวย” ในต่างประเทศ ความเชื่อสุดแปลกที่ไม่แพ้ประเทศไทย!
ค้นพบเมืองโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ป่า เพราะเลื่อนค้นข้อมูลใน Google


