หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องจริงของคน “เกลียดเสียงเคี้ยวอาหาร” อาการมิโซโฟเนียที่หลายคนเป็น


เขียนโดย C lover

เสียงเคี้ยวข้าว เสียงดูดน้ำ เสียงหายใจ หรือเสียงเคาะปากกา 

สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงเสียงรบกวนเล็กน้อย แต่สำหรับบางคน เสียงเหล่านี้สามารถกระตุ้นความโกรธ ความรังเกียจ ความวิตก หรือความต้องการหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรุนแรงภายในไม่กี่วินาที

อาการนี้เรียกว่า มิโซโฟเนีย (Misophonia) หรือภาวะทนต่อเสียงบางชนิดได้น้อยผิดปกติ ผู้มีอาการไม่ได้เกลียดเสียงดังทุกอย่าง แต่จะตอบสนองรุนแรงต่อ “เสียงกระตุ้น” บางแบบ โดยเฉพาะเสียงจากปากและจมูกของคน เช่น เคี้ยว กลืน จุ๊บปาก สูดจมูก หรือกระแอมคอ

 

ไม่ใช่แค่รำคาญ แต่ร่างกายเหมือนถูกคุกคาม

ความแตกต่างระหว่างความรำคาญทั่วไปกับมิโซโฟเนียอยู่ที่ความรุนแรงของปฏิกิริยา คนทั่วไปอาจรู้สึกว่าเสียงเคี้ยวน่ารำคาญ แต่ยังนั่งกินอาหารต่อได้ ขณะที่ผู้มีมิโซโฟเนียอาจรู้สึกหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง ร้อนวูบวาบ โกรธจัด หรืออยากลุกหนีทันที

บางคนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจทำเสียง แต่กลับควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ยาก เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปจึงอาจรู้สึกผิดที่หงุดหงิดหรือพูดรุนแรงกับคนใกล้ตัว

นักวิชาการอธิบายว่า ปฏิกิริยานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความดังเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ ความหมาย และบุคคลผู้สร้างเสียงด้วย เสียงเดียวกันจากคนในครอบครัวอาจกระตุ้นรุนแรงกว่าเสียงจากโทรทัศน์หรือสัตว์

 

ทำไมเสียงเคี้ยวจึงเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ?

เสียงจากการกินเกิดซ้ำเป็นจังหวะ อยู่ใกล้ตัว และหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งคนต้องนั่งอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน

สมองของผู้มีมิโซโฟเนียอาจเชื่อมเสียงบางชนิดเข้ากับระบบตอบสนองต่อภัย เมื่อได้ยินเสียงกระตุ้น ร่างกายจึงเข้าสู่ภาวะคล้าย “สู้หรือหนี” อย่างรวดเร็ว แม้ในความเป็นจริงจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้น

กลไกที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการศึกษา และไม่ได้หมายความว่าหูของคนเหล่านี้ได้ยินดีกว่าคนทั่วไปเสมอไป หลักฐานปัจจุบันชี้ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการประมวลผลเสียง อารมณ์ และความหมายในสมองมากกว่าความผิดปกติของหูชั้นนอกเพียงอย่างเดียว

 

คนเป็นกันเยอะจริงหรือ?

งานวิจัยให้ตัวเลขแตกต่างกันมาก เพราะยังไม่มีเกณฑ์วินิจฉัยมาตรฐานเดียวกัน บางการศึกษาพบว่าคนจำนวนมากรู้สึกรำคาญเสียงอย่างน้อยหนึ่งชนิด แต่ผู้ที่มีอาการรุนแรงจนกระทบชีวิตมีสัดส่วนต่ำกว่านั้น

การศึกษาประชากรเยอรมนีพบว่า ประมาณ 21.3% มีอาการบางอย่างที่ยังไม่ถึงระดับรุนแรง ขณะที่ผู้มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 2.3% ส่วนงานศึกษาและบททบทวนในประเทศอื่นรายงานตัวเลขแตกต่างกันตั้งแต่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์

จึงอาจพูดได้ว่า ความไวต่อเสียงพบได้ไม่น้อย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เกลียดเสียงเคี้ยวจะเป็นมิโซโฟเนียระดับทางคลินิก

 

เป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่?

ปัจจุบันมิโซโฟเนียยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นโรคแยกต่างหากในคู่มือวินิจฉัยหลักอย่าง DSM-5-TR และ ICD-11 และผู้เชี่ยวชาญยังถกเถียงกันว่าควรจัดอยู่ในกลุ่มประสาทสัมผัส การได้ยิน จิตเวช หรือเป็นภาวะที่คาบเกี่ยวกันหลายด้าน

ในปี 2022 ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติได้ร่วมกันกำหนดคำอธิบายที่เป็นฉันทามติ เพื่อให้การศึกษาและการดูแลผู้มีอาการเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น แต่ยังไม่มีแบบตรวจเพียงชุดเดียวที่สามารถยืนยันมิโซโฟเนียได้อย่างเด็ดขาด

 

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่โต๊ะอาหาร

ผู้มีอาการรุนแรงอาจหลีกเลี่ยงการกินข้าวกับครอบครัว ไม่อยากเข้าประชุม เลิกใช้ขนส่งสาธารณะ หรือไม่สามารถตั้งใจเรียนและทำงานเมื่อมีเสียงกระตุ้นอยู่ใกล้ ๆ

บางคนเริ่มจับตามองปากของผู้อื่นล่วงหน้าและรู้สึกเครียดตั้งแต่ยังไม่ได้ยินเสียง ขณะที่บางคนไวต่อภาพการเคี้ยวหรือการขยับขาซ้ำ ๆ ร่วมด้วย

เมื่อคนรอบข้างบอกว่า “คิดไปเอง” หรือ “ทนหน่อยไม่ได้หรือ” ผู้มีอาการอาจยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะสำหรับพวกเขา ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เลือกเปิดหรือปิดได้ง่าย ๆ

 

รับมืออย่างไรโดยไม่ต้องตัดขาดจากทุกคน?

วิธีเบื้องต้นคือสังเกตว่าเสียงใดกระตุ้นมากที่สุด เตรียมเสียงพื้นหลัง เช่น พัดลม เพลงเบา ๆ หรือเสียงธรรมชาติ และเลือกตำแหน่งนั่งที่สามารถถอยออกไปพักได้เมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียด

การบอกคนใกล้ตัวด้วยประโยคที่ไม่กล่าวโทษ เช่น “เสียงแบบนี้ทำให้ฉันมีปฏิกิริยารุนแรงโดยไม่ตั้งใจ” มักได้ผลดีกว่าการบอกให้อีกฝ่ายหยุดกินหรือกล่าวหาว่ามีมารยาทไม่ดี

หลักฐานด้านการรักษายังมีจำกัด แต่การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมที่ปรับให้เหมาะกับมิโซโฟเนียอาจช่วยให้บางคนจัดการอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมหลีกเลี่ยงได้ดีขึ้น หากอาการรบกวนการเรียน งาน ความสัมพันธ์ หรือทำให้โกรธจนควบคุมตัวเองยาก ควรปรึกษานักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือนักแก้ไขการได้ยินที่เข้าใจภาวะนี้

 

ไม่ได้เกลียดคนกิน แต่อาจควบคุมปฏิกิริยาต่อเสียงไม่ได้

คนที่ทนเสียงเคี้ยวไม่ได้อาจถูกมองว่าเรื่องมาก อารมณ์ร้อน หรือรังเกียจคนรอบตัว ทั้งที่ความจริง พวกเขาอาจกำลังต่อสู้กับปฏิกิริยาของสมองและร่างกายที่เกิดขึ้นเร็วกว่าความคิด

มิโซโฟเนียไม่ได้หมายความว่าทุกเสียงจะสร้างความทุกข์ และไม่ได้หมายความว่าผู้มีอาการเป็นคนไม่มีเหตุผล แต่เป็นภาวะที่มีความรุนแรงหลายระดับ ตั้งแต่รำคาญเล็กน้อยจนถึงกระทบชีวิตอย่างหนัก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 58 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: EvaAqua, เศรษฐีนี สวย รวย โสด, C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปังระดับโลก ! “เนเน่ รอยัล” สร้างประวัติศาสตร์ คว้า “Best New International Artiste 2026” คนแรกจาก Phil Lynott Convention6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์สองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954พึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่ทำไม “แม่กุญแจ” ต้องเจาะรูเล็ก ๆ ไว้ด้านล่าง? หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยรู้ว่า รูนี้ช่วยอะไรได้บ้าง3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย“Mona Lisa–Baby Come Kiss” จุดกระแสจับตา บลู–ลิซ่าอีกครั้งงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปังระดับโลก ! “เนเน่ รอยัล” สร้างประวัติศาสตร์ คว้า “Best New International Artiste 2026” คนแรกจาก Phil Lynott Conventionทำไม “แม่กุญแจ” ต้องเจาะรูเล็ก ๆ ไว้ด้านล่าง? หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยรู้ว่า รูนี้ช่วยอะไรได้บ้างเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน“Mona Lisa–Baby Come Kiss” จุดกระแสจับตา บลู–ลิซ่าอีกครั้งสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภัยเงียบ โรคเส้นเลือดในสมองตีบย้อนเวลาสู่ "พนมเปญ ปี 1972" : รอยยิ้มของเด็กสาว ร่มเงาหางนกยูง และเงามืดแห่งสงครามที่กำลังกลืนกินสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ตั้งกระทู้ใหม่