“กุลสตรีในครัว แซ่บบนเตียง” มุกขำ ๆ ที่ซ่อนกรอบกดดันผู้หญิง
“ผู้หญิงควรเป็นกุลสตรีในครัว และเป็น...บนเตียง”
ประโยคนี้อาจฟังเหมือนมุกทะลึ่งหรือคำแนะนำเรื่องชีวิตคู่แบบขำ ๆ แต่ถ้าลองฟังให้ลึกกว่านั้น จะพบว่ามันสะท้อนแนวคิดเรื่องบทบาทของผู้หญิงที่ฝังอยู่ในสังคมมาอย่างยาวนาน
คำถามสำคัญคือ ทำไมผู้หญิงถึงต้องเป็นคนดี เรียบร้อย ทำงานบ้านเก่ง และในเวลาเดียวกันก็ต้องเก่งเรื่องบนเตียงเพื่อเอาใจผู้ชายด้วย?
จุดเริ่มต้นของประโยคนี้มาจากใคร?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าใครเป็นผู้พูดประโยคนี้เป็นคนแรก
ในภาษาอังกฤษมีสำนวนความหมายใกล้เคียงกันหลายรูปแบบ เช่น
“A lady in the parlor, a cook in the kitchen, and a whore in the bedroom.”
บางเวอร์ชันเปลี่ยนคำว่า “cook” เป็น “maid” หรือสลับสถานที่และบทบาทไปตามยุคสมัย
หลักฐานที่รวบรวมโดยนักค้นคว้าด้านภาษาแสดงให้เห็นว่าสำนวนในลักษณะนี้ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ก่อนจะถูกพูดซ้ำและดัดแปลงอีกหลายครั้ง หนึ่งในผู้ที่มักถูกนำมาอ้างถึงคือ เจอร์รี ฮอลล์ อดีตนางแบบและอดีตคู่ชีวิตของมิก แจ็กเกอร์ ซึ่งเคยเล่าว่าเป็นคำแนะนำที่ได้รับมาจากแม่ของเธอ อย่างไรก็ตาม การที่เธอพูดประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นผู้คิดสำนวนขึ้นเป็นคนแรก
ดังนั้น หากจะระบุว่าเป็นคำพูดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยตรง ควรระมัดระวัง เพราะ ต้นกำเนิดที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน
แล้วทำไมมันถึงฟังดูเหยียดผู้หญิง?
เพราะประโยคเดียวกำหนดให้ผู้หญิงต้องรับบทบาทหลายอย่างพร้อมกัน
ในบ้าน
ต้องทำอาหาร ทำงานบ้าน และดูแลครอบครัว
ในสังคม
ต้องสุภาพ เรียบร้อย วางตัวดี และเป็น “กุลสตรี”
ในห้องนอน
กลับต้องกล้า เซ็กซี่ และพร้อมตอบสนองความต้องการทางเพศของคู่รัก
ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนเป็นคำแนะนำเรื่องชีวิตคู่ แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ประโยคนี้กำลังบอกผู้หญิงว่า
“เธอต้องเป็นทุกอย่างที่ผู้ชายต้องการ”
และนี่คือจุดที่แนวคิดดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวข้องกับ sexism หรือการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
เพราะไม่ได้พูดถึงสิ่งที่คนสองคนในความสัมพันธ์ควรช่วยกันสร้าง แต่กลับกำหนดฝ่ายเดียวว่า ผู้หญิงควรเป็นอย่างไรเพื่อให้ผู้ชายพึงพอใจ
“กุลสตรี” กับ “ผู้หญิงร้อนแรง” ในคนคนเดียวกัน
ความย้อนแย้งอยู่ตรงที่สังคมแบบดั้งเดิมมักสอนผู้หญิงว่า
“อย่าแต่งตัวโป๊”
“อย่ามีแฟนหลายคน”
“อย่าพูดเรื่องเซ็กซ์”
“ผู้หญิงดีต้องรักนวลสงวนตัว”
แต่เมื่อเข้าสู่ความสัมพันธ์ ผู้หญิงกลับอาจถูกคาดหวังอีกด้านว่า
“ต้องเซ็กซี่”
“ต้องเก่งเรื่องบนเตียง”
“ต้องทำให้แฟนมีความสุข”
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า มาตรฐานสองชั้นทางเพศ หรือ sexual double standard ซึ่งหมายถึงการนำพฤติกรรมแบบเดียวกันไปตัดสินผู้หญิงและผู้ชายด้วยมาตรฐานที่แตกต่างกัน งานทบทวนทางวิชาการหลายชิ้นพบว่ามาตรฐานดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่ แม้ระดับและรูปแบบจะแตกต่างกันตามสังคม วัฒนธรรม และบริบทของความสัมพันธ์
ผู้หญิงจึงอาจถูกสอนว่าอย่าแสดงความต้องการทางเพศมากเกินไป แต่กลับถูกคาดหวังให้มีเสน่ห์และตอบสนองเรื่องเพศได้ดี
เรียบร้อยเกินไปก็ถูกมองว่า “จืดชืด”
เปิดเผยเรื่องเพศมากเกินไปก็อาจถูกตราหน้าว่า “แรง” หรือ “ไม่ใช่ผู้หญิงดี”
สุดท้ายผู้หญิงจึงถูกวางไว้ในสถานการณ์ที่เหมือนว่า
ทำอย่างไรก็ผิดได้ทั้งนั้น
แล้วผู้ชายล่ะ?
นี่คือคำถามที่น่าสนใจที่สุด
ถ้าเราบอกว่าผู้หญิงต้องทำอาหารเก่ง ดูแลบ้านเก่ง และเก่งเรื่องบนเตียง แล้วผู้ชายต้องเป็นอะไร?
ทำไมจึงไม่ค่อยมีประโยคคู่กันว่า
“ผู้ชายควรเป็นสุภาพบุรุษในสังคม ทำงานบ้านเป็น และเป็นคนรักที่ดีบนเตียง”
ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรเป็นเรื่องของ “หน้าที่ของเพศหญิง” หรือ “หน้าที่ของเพศชาย” แต่ควรเป็นเรื่องของ หน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน
ใครทำอาหารเก่งก็ทำ
ใครทำความสะอาดเก่งก็ทำ
ใครถนัดจัดการเรื่องเงินก็ช่วยดูแลเรื่องการเงิน
งานบ้านและความรับผิดชอบไม่จำเป็นต้องแบ่งตามเพศ แต่สามารถตกลงกันตามความถนัด เวลา และความสมัครใจของแต่ละคน
เช่นเดียวกับเรื่องเซ็กซ์ ซึ่งควรเกิดจากความต้องการ ความสบายใจ และความยินยอมของคนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงในการสร้างความพึงพอใจให้ผู้ชายฝ่ายเดียว
เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ความคาดหวังที่บังคับต่างหากที่เป็นปัญหา
ต้องแยกให้ออกว่า การเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่หรือชอบเรื่องบนเตียงไม่ได้เป็นเรื่องผิด
ผู้หญิงสามารถมีความต้องการทางเพศสูงได้
สามารถเป็นฝ่ายเริ่มก่อนได้
สามารถสนุกกับเซ็กซ์ได้
และสามารถเลือกวิถีชีวิตทางเพศของตัวเองได้
เช่นเดียวกับผู้ชาย
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสังคมหรือคู่รักบอกว่า
“ผู้หญิงที่ดีต้องเป็นแบบนี้”
หรือ
“ถ้ารักกันจริง ต้องยอมทำแบบนี้”
เพราะทันทีที่เรื่องเซ็กซ์กลายเป็น “หน้าที่” ความยินยอมก็อาจเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงกดดัน
องค์การอนามัยโลกอธิบายว่า สุขภาวะทางเพศควรตั้งอยู่บนแนวทางที่เป็นบวกและเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงประสบการณ์ทางเพศที่ปลอดภัยและปราศจากการบังคับ การเลือกปฏิบัติ และความรุนแรง
ในความสัมพันธ์ที่ดี การมีเซ็กซ์ควรเป็นทางเลือกของแต่ละคน ทั้งสองฝ่ายต้องรู้สึกสบายใจ และไม่มีใครควรถูกกดดันให้ทำกิจกรรมทางเพศที่ตนไม่ต้องการ
ผู้หญิงไม่ต้องเลือกว่าจะเป็นแบบไหน
ที่จริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็น “กุลสตรี” หรือ “ผู้หญิงร้อนแรง”
ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถเป็นคนเรียบร้อยและมีความต้องการทางเพศสูงได้
สามารถทำอาหารไม่เป็น แต่เป็นคู่รักที่ดีได้
สามารถเก่งเรื่องงาน แต่ไม่ชอบงานบ้านได้
สามารถเป็นแม่ที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องเสียสละตัวตนทั้งหมดของตัวเอง
และที่สำคัญที่สุด
เธอไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับความรัก
ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งพยายามกลายเป็น “ผู้หญิงในอุดมคติ” เพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ แต่เกิดจากคนสองคนที่พูดกันได้ว่า
“ฉันชอบอะไร”
“เธอชอบอะไร”
“อะไรที่เราไม่โอเค”
“อะไรที่เราช่วยกันได้”
และ
“เราจะทำให้ความสัมพันธ์นี้ดีขึ้นด้วยกันอย่างไร”
จากคำพูดเก่า สู่คำถามใหม่ของคนยุคนี้
ประโยค
“ผู้หญิงควรเป็นกุลสตรีในครัว และเป็น...บนเตียง”
อาจเคยถูกพูดด้วยความขำ หรือถูกใช้เป็นคำแนะนำชีวิตคู่ในอดีต
แต่เมื่อมองผ่านสายตาของคนยุคนี้ มันกลับทำให้เราเห็นคำถามที่ใหญ่กว่า
ทำไมผู้หญิงต้องถูกกำหนดบทบาทเพื่อความพึงพอใจของผู้ชาย?
และทำไมความเป็น “ผู้หญิงที่ดี” จึงต้องถูกผูกไว้กับทั้งความเรียบร้อย งานบ้าน และความสามารถในการตอบสนองทางเพศ?
บางทีสิ่งที่ควรเปลี่ยนอาจไม่ใช่การหาคำใหม่มาเรียกผู้หญิง แต่คือการเลิกกำหนดว่า ผู้หญิง “ควร” เป็นอะไร
เพราะผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นกุลสตรีในครัว
ไม่จำเป็นต้องเป็น “...” บนเตียง
และไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรก็ตามที่สังคมบอกว่าเธอควรเป็น
เธอเป็นตัวของตัวเองได้ และนั่นก็ควรเพียงพอแล้ว
REFERENCES:
https://listserv.linguistlist.org/pipermail/ads-l/2007-February/067263.html
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12806528/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7153231/
https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2022.1006675/full
https://www.who.int/teams/sexual-and-reproductive-health-and-research/key-areas-of-work/sexual-health/defining-sexual-health
https://www.acog.org/womens-health/faqs/healthy-relationships
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
5 ประเทศผู้ส่งออกเส้นผมมนุษย์ดิบรายใหญ่ของโลก
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
เฮลิคอปเตอร์ติดข้อจำกัดอะไร เมื่อบินขึ้นไปในอากาศเบาบาง
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
ประโยชน์ของโซดาที่หลายคนมองข้าม
เบื้องหลังป้ายทะเบียนเลขสวยกรุงเทพฯ ทำไมคนยอมประมูลแพง
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ยิ่งไม่อาบน้ำ ยุงยิ่งชอบจริงไหม
5 ประเทศผู้ส่งออกเส้นผมมนุษย์ดิบรายใหญ่ของโลก
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
เฮลิคอปเตอร์ติดข้อจำกัดอะไร เมื่อบินขึ้นไปในอากาศเบาบาง
How pet cameras help owners spot problems they might otherwise miss
โรคกระเพาะไม่ได้มาจากน้ำย่อย
