หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดื่มน้ำมากแค่ไหนถึงอันตราย

เขียนโดย evileyes

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งดื่มมากจะยิ่งดีเสมอไป การดื่มน้ำมากเกินความสามารถของไตในการขับออก อาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "น้ำเป็นพิษ" หรือภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ ซึ่งเป็นอันตรายและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ในบางกรณี

โดยปกติ ไตของคนที่มีสุขภาพแข็งแรงสามารถขับน้ำออกได้ประมาณ 0.8–1 ลิตรต่อชั่วโมง หากดื่มน้ำเข้าไปเร็วเกินกว่าที่ไตจะกำจัดได้ น้ำจะไปเจือจางโซเดียมในเลือด ทำให้ระดับโซเดียมลดลงผิดปกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ น้ำจะซึมเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ รวมถึงเซลล์สมอง ทำให้สมองบวม ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการรุนแรง

จึงไม่มีตัวเลขตายตัวว่าดื่มน้ำกี่ลิตรแล้วจะอันตราย เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว อายุ สุขภาพของไต อากาศ การเสียเหงื่อ และที่สำคัญคือดื่มในช่วงเวลานานแค่ไหน คนที่ดื่มน้ำ 5 ลิตรตลอดทั้งวันอาจไม่มีปัญหา แต่หากดื่ม 4–6 ลิตรภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

กรณีที่พบได้จริงมักเกิดในสถานการณ์ที่มีการบังคับหรือท้าทายให้ดื่มน้ำจำนวนมาก เช่น การแข่งขันดื่มน้ำ การฝึกทหารบางรูปแบบ การออกกำลังกายหนักแล้วดื่มแต่น้ำเปล่าในปริมาณมาก หรือผู้ที่เข้าใจผิดว่าการดื่มน้ำมากจะช่วยล้างพิษในร่างกาย

อาการเริ่มต้นของภาวะน้ำเป็นพิษอาจดูไม่รุนแรง ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือรู้สึกสับสน แต่หากระดับโซเดียมลดลงต่อเนื่อง อาจเกิดอาเจียน ง่วงผิดปกติ เดินเซ พูดไม่ชัด ชัก หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นักวิ่งมาราธอนและนักกีฬาที่แข่งขันเป็นเวลานานเป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวัง หลายคนดื่มน้ำมากเกินไปเพราะกลัวขาดน้ำ แต่หากสูญเสียเกลือแร่จากเหงื่อจำนวนมากและเติมแต่น้ำเปล่า ก็อาจเกิดภาวะโซเดียมต่ำได้เช่นกัน ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีเกลือแร่ในสถานการณ์ที่เหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญ

คนที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือโรคตับ อาจมีความสามารถในการขับน้ำลดลง ทำให้เกิดภาวะน้ำเกินได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวัน

สำหรับคนทั่วไป วิธีดื่มน้ำที่ปลอดภัยคือจิบเป็นระยะตลอดวัน ดื่มเมื่อรู้สึกกระหาย และเพิ่มปริมาณตามกิจกรรมหรือสภาพอากาศ ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มครั้งละมาก ๆ เพื่อให้ครบตามตัวเลขที่ได้ยินต่อกันมา เพราะความต้องการน้ำของแต่ละคนไม่เท่ากัน

หากมีคนดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะภาวะน้ำเป็นพิษเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว การรักษาเองที่บ้านอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงได้

น้ำจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่การดื่มอย่างพอดีและสอดคล้องกับความต้องการของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งการดื่มน้อยเกินไปและมากเกินไปต่างก็ส่งผลเสียได้ หากเลือกดื่มอย่างเหมาะสม ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากน้ำได้เต็มที่โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายที่ไม่จำเป็น

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 98 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวย้ายโกดังหนีตรวจยังไม่รอด! CIB บุก 2 จุด ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 5 หมื่นชิ้นโรงงานเซรามิกนครพนมเลิกจ้างกว่า 200 คน รายได้หายกะทันหัน แต่รายจ่ายยังเดินต่อปลาโปรดแต่ก้างเยอะ? เปิดวิธีเตรียม 5 ชนิดให้กินง่ายขึ้นเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟กลับมาซื้อหวย 3 งวด สุนารี ราชสีมา เข้าเต็มๆ 30 ใบ งวด 16 ก.ย. 69สองผัวเมียโคราชควักแค่ 180 ฟาดรางวัลที่ 1 รวม 12 ล้านเผยผลวิจัย "หากเกิดวันสิ้นโลก อยู่ประเทศไหนปลอดภัยที่สุด" และประเทศใดเสี่ยงอันตรายที่สุด ?ล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงงานเซรามิกนครพนมเลิกจ้างกว่า 200 คน รายได้หายกะทันหัน แต่รายจ่ายยังเดินต่อ5 โรงเรียนในไทยที่มีนักเรียนน้อยมาก บางแห่งมีแค่ 2 คน!”ปลาโปรดแต่ก้างเยอะ? เปิดวิธีเตรียม 5 ชนิดให้กินง่ายขึ้นย้ายโกดังหนีตรวจยังไม่รอด! CIB บุก 2 จุด ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 5 หมื่นชิ้นล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอดมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปล่าไม่มีใครเกิด ไม่มีใครตาย (A Debate on Atta-Not)สวากขาตธรรม: ALL IN ONE <> ONE IN ALLล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอด"ตั๊กแตนกิ่งไม้ร่มสีเหลือง" แมลงที่มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจ
ตั้งกระทู้ใหม่