หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเรียกงูแมวเซา

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ชื่อ "งูแมวเซา" เป็นชื่อที่คนไทยใช้เรียกงูพิษชนิดหนึ่งซึ่งมีพิษรุนแรงและพบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ หลายคนสงสัยว่าชื่อนี้เกี่ยวข้องกับแมวหรือไม่ เพราะฟังดูแปลกและไม่เหมือนชื่องูชนิดอื่น

คำอธิบายที่ถูกพูดถึงกันมากคือ ชื่อ "แมวเซา" น่าจะมาจากลักษณะอาการของผู้ที่ถูกงูกัดมากกว่าจะเกี่ยวกับรูปร่างของงูเอง เมื่อได้รับพิษ ผู้ป่วยอาจมีอาการอ่อนแรง ซึม หมดเรี่ยวแรง หรืออยู่ในสภาพคล้ายคนที่ไม่ค่อยมีสติ ทำให้คนโบราณเปรียบเปรยว่าเหมือน "แมวเซา" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่ดูซึม ๆ ง่วง ๆ หรือไม่คึกคัก จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกงูชนิดนี้ตามความเชื่อที่เล่าต่อกันมา

อย่างไรก็ตาม ที่มาของชื่อไม่ได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันแน่ชัด จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้นกำเนิดของคำนี้เป็นเช่นนั้นจริง หลายชื่อของสัตว์ในภาษาไทยก็เกิดจากการเรียกขานตามลักษณะ อาการ หรือความเชื่อของคนในท้องถิ่น แล้วค่อย ๆ ใช้สืบต่อกันมาจนกลายเป็นชื่อสามัญ

งูแมวเซาเป็นงูพิษในกลุ่มงูพิษเขี้ยวพับ มีลำตัวค่อนข้างอ้วน ลวดลายสีน้ำตาลสลับเข้มช่วยให้พรางตัวกับพื้นดินและใบไม้แห้งได้ดี จึงมักถูกเหยียบหรือเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว พิษของมันส่งผลต่อระบบเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวผิดปกติและอาจเกิดภาวะเลือดออกภายในได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แม้งูแมวเซาจะมีชื่อที่ฟังดูไม่ดุเดือด แต่ในความเป็นจริงถือเป็นงูพิษที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก หากพบในธรรมชาติไม่ควรเข้าไปจับหรือไล่ ควรถอยออกมาอย่างปลอดภัย และหากถูกกัดควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ไม่ควรกรีดแผล ดูดพิษ หรือใช้วิธีพื้นบ้าน เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง

ดังนั้น ชื่อ "งูแมวเซา" จึงเป็นชื่อที่มีความเป็นไปได้ว่ามาจากการเปรียบเทียบอาการของผู้ถูกพิษตามภูมิปัญญาและภาษาพูดของคนไทย แม้ที่มาที่แท้จริงจะยังไม่มีข้อยืนยันแน่นอน แต่ชื่อนี้ก็ถูกใช้สืบทอดกันมายาวนานจนกลายเป็นชื่อที่คนไทยรู้จักกันทั่วไป

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงงานเซรามิกนครพนมเลิกจ้างกว่า 200 คน รายได้หายกะทันหัน แต่รายจ่ายยังเดินต่ออำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กปลาโปรดแต่ก้างเยอะ? เปิดวิธีเตรียม 5 ชนิดให้กินง่ายขึ้นเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวย้ายโกดังหนีตรวจยังไม่รอด! CIB บุก 2 จุด ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 5 หมื่นชิ้นล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอดเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เผยผลวิจัย "หากเกิดวันสิ้นโลก อยู่ประเทศไหนปลอดภัยที่สุด" และประเทศใดเสี่ยงอันตรายที่สุด ?น้ำมันดีเซลพุ่ง! รถทัวร์–รถโดยสารต่างจังหวัดปรับค่าโดยสารแล้ว เริ่ม 15 กันยายน 2569"ตั๊กแตนกิ่งไม้ร่มสีเหลือง" แมลงที่มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงงานเซรามิกนครพนมเลิกจ้างกว่า 200 คน รายได้หายกะทันหัน แต่รายจ่ายยังเดินต่อ5 โรงเรียนในไทยที่มีนักเรียนน้อยมาก บางแห่งมีแค่ 2 คน!”ปลาโปรดแต่ก้างเยอะ? เปิดวิธีเตรียม 5 ชนิดให้กินง่ายขึ้นย้ายโกดังหนีตรวจยังไม่รอด! CIB บุก 2 จุด ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 5 หมื่นชิ้นล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอดมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปล่าไม่มีใครเกิด ไม่มีใครตาย (A Debate on Atta-Not)สวากขาตธรรม: ALL IN ONE <> ONE IN ALLล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอด"ตั๊กแตนกิ่งไม้ร่มสีเหลือง" แมลงที่มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจ
ตั้งกระทู้ใหม่