รูปแมวตลกเพียงภาพเดียว สู่เว็บมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์! จุดกำเนิด “I Can Has Cheezburger?”
ในปี 2007 เอริก นากางาวะ (Eric Nakagawa)
กำลังเจอกับวันทำงานที่หนักหน่วง เขาจึงขอให้เพื่อนสาว คารี อูเนบาซามิ (Kari Unebasami) ส่งภาพน่ารัก ๆ มาให้ดูคลายเครียด เธอส่งภาพแมวพร้อมคำบรรยายตลกที่ตั้งใจเขียนภาษาอังกฤษผิด ๆ มาให้ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์รูปแมวที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในยุคอินเทอร์เน็ตตอนต้น
แมวหน้ากลมที่ถามหา “ชีสเบอร์เกอร์”
ภาพที่ทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักคือแมวพันธุ์บริติชชอร์ตแฮร์สีเทาหน้ากลม ซึ่งภายหลังถูกเรียกว่า Happy Cat พร้อมข้อความตัวใหญ่ด้านบนว่า
“I CAN HAS CHEEZBURGER?”
ประโยคนี้ตั้งใจเขียนผิดไวยากรณ์จาก “Can I have a cheeseburger?” ให้ดูเหมือนแมวพยายามพูดภาษามนุษย์แบบงง ๆ ภาษาลักษณะนี้ต่อมาถูกเรียกว่า LOLspeak หรือภาษาของเหล่า LOLcats ซึ่งมักสะกดคำเพี้ยน ใช้ไวยากรณ์ผิด และเลียนเสียงความคิดของแมวให้ดูน่ารักและตลก
ภาพแมวต้นฉบับไม่ได้ถูกถ่ายโดยผู้ก่อตั้งเว็บ ภาพ Happy Cat เคยเผยแพร่อยู่ในชุมชนออนไลน์มาก่อน ส่วนนากางาวะนำภาพมาติดข้อความและโพสต์ลงบล็อกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2007 ก่อนใช้ประโยคดังกล่าวตั้งชื่อเว็บไซต์
จากบล็อกแก้เครียด กลายเป็นคลังรูปแมวระดับโลก
ช่วงแรกทั้งคู่เพียงนำภาพสัตว์มาติดคำพูดขำ ๆ แล้วลงบล็อก แต่ผู้ชมกลับหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพราะในเวลานั้นรูปแมวตลกยังคงกระจัดกระจายตามเว็บบอร์ด ไม่มีพื้นที่ใหญ่ที่รวบรวมเอาไว้โดยเฉพาะ
เพียงไม่กี่เดือน I Can Has Cheezburger? ก็ขึ้นเป็นหนึ่งในบล็อกยอดนิยมที่สุดของเครือข่าย WordPress ผู้อ่านเริ่มส่งรูปแมวของตัวเองพร้อมคำบรรยายเข้ามาทุกวัน จากงานอดิเรกของเพื่อนสองคน เว็บไซต์จึงกลายเป็นชุมชนที่ผู้ใช้ช่วยกันสร้างเนื้อหาโดยแทบไม่สิ้นสุด
ความสำเร็จกลับทำให้ผู้ก่อตั้งเหนื่อยหนักกว่าเดิม เพราะต้องคัดภาพ อัปเดตเว็บ และจัดการผลงานจำนวนมากจนเคยคิดจะปิดเว็บไซต์ เนื่องจากทั้งคู่ยังมีงานประจำและไม่คาดคิดว่าบล็อกรูปแมวจะเติบโตเร็วขนาดนี้
ขายเว็บภายในปีเดียว ได้เงินประมาณ 2 ล้านดอลลาร์
เดือนกันยายน 2007 กลุ่มนักลงทุนที่นำโดยผู้ประกอบการชื่อ เบน ฮูห์ (Ben Huh) เข้าซื้อเว็บไซต์ โดยมีรายงานว่ามูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขและรายละเอียดสัญญาฉบับเต็มจะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
หลังซื้อกิจการ เบนขยายเว็บไซต์เป็น Cheezburger Network รวมเว็บตลกและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง เช่น FAIL Blog, Know Your Meme และ The Daily What ช่วงที่ธุรกิจรุ่งเรือง เครือข่ายนี้เคยมียอดชมรวมมากกว่า 200 ล้านครั้งต่อเดือน และสร้างรายได้จากโฆษณา หนังสือ เสื้อยืด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมีม
ภายในปี 2010 เว็บไซต์ต่าง ๆ ในเครือเคยทำยอดเข้าชมรวมสูงถึงประมาณ 375 ล้านครั้งต่อเดือน แสดงให้เห็นว่ารูปแมวตลกไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นธุรกิจสื่อออนไลน์ขนาดใหญ่ได้จริง
ทำไมคำผิด ๆ ถึงทำให้คนทั้งโลกขำ?
เสน่ห์ของ LOLcats อยู่ที่การทำให้แมวดูเหมือนมีความคิดและบุคลิกของตัวเอง แมวบางตัวพูดเหมือนเด็ก บางตัววางแผนยึดโลก ขโมยอาหาร หรือบ่นเจ้าของด้วยประโยคสั้น ๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที
ผู้ชมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวเบื้องหลัง เพียงเห็นสีหน้าแมวกับข้อความหนึ่งบรรทัดก็หัวเราะได้ นอกจากนี้ คนทั่วไปยังสามารถนำรูปสัตว์ของตัวเองมาสร้างมุกต่อ จึงทำให้เนื้อหาถูกผลิตและแชร์ซ้ำอย่างรวดเร็ว คล้ายรูปแบบมีมบนโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน
“I Can Has Cheezburger?” จึงไม่ได้เป็นผู้คิดค้นรูปแมวตลกเป็นรายแรก แต่เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยรวบรวม ทำให้รูปแบบดังกล่าวแพร่เข้าสู่วัฒนธรรมกระแสหลัก และเปลี่ยนคำว่า LOLcat ให้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของอินเทอร์เน็ตยุค 2000
จากวันที่ชายคนหนึ่งเพียงต้องการภาพน่ารักเพื่อช่วยให้หายเครียด รูปแมวหน้ากลมกับประโยคผิดไวยากรณ์หนึ่งบรรทัดกลับเติบโตเป็นเว็บไซต์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์
ปลาหมอคางดำ ปัญหาปลาต่างถิ่นที่กระทบทั้งระบบนิเวศ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
เช่าหรือซื้อบ้าน แบบไหนคุ้มกว่ากัน
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
ทำไมห้ามกินทุเรียนกับเบียร์
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ทำไมห้ามกินยากับนม
"ม้าลาย" แท้จริงแล้ว ม้าดำลายขาว หรือ ม้าขาวลายดำ?
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
10 ดอกไม้มีประโยชน์ในไทย กินได้ ใช้เป็นสมุนไพร และสร้างรายได้
