หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไข้หวัดใหญ่ต่างจากหวัดธรรมดา

เขียนโดย ยายขี้บ่น

หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า "เป็นหวัด" เวลามีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก แต่ในความเป็นจริง ไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่เป็นคนละโรค แม้จะมีอาการบางอย่างคล้ายกัน แต่ความรุนแรง วิธีดูแล และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกันพอสมควร การแยกความแตกต่างให้ได้จึงมีประโยชน์ เพราะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรพักผ่อนอยู่บ้าน พบแพทย์ หรือรีบเข้ารับการรักษา

สิ่งแรกที่ต่างกันคือสาเหตุของโรค

ไข้หวัดธรรมดาเกิดจากไวรัสหลายชนิด เช่น ไรโนไวรัส อะดีโนไวรัส และไวรัสอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ส่วนไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายสายพันธุ์ และเป็นสาเหตุของการระบาดตามฤดูกาลในหลายประเทศ

แม้ทั้งสองโรคจะติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่มักทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าอย่างชัดเจน

อาการเริ่มต้นไม่เหมือนกัน

คนที่เป็นไข้หวัดธรรมดามักเริ่มจากคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หรือเจ็บคอ อาการจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นในช่วง 1-2 วันแรก หลายคนยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้อาจรู้สึกไม่สบายตัวบ้าง

ในทางกลับกัน ไข้หวัดใหญ่มักมาแบบรวดเร็ว อยู่ดี ๆ ก็มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ และอ่อนเพลียจนแทบไม่มีแรง บางคนจำได้ชัดว่าช่วงเช้ายังปกติดี แต่พอตกบ่ายก็มีไข้ขึ้นทันที

ความรุนแรงของไข้ต่างกัน

ไข้หวัดธรรมดาอาจไม่มีไข้เลย หรือมีไข้ต่ำ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่

ส่วนไข้หวัดใหญ่มักมีไข้สูงประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส และอาจเป็นต่อเนื่องหลายวัน ร่วมกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่เด่นชัด หลายคนบอกว่าเหมือนโดนรถทับ รู้สึกปวดไปทั้งตัว

อาการทางระบบทางเดินหายใจก็แตกต่าง

ไข้หวัดธรรมดามักมีน้ำมูกใส คัดจมูก และจามเป็นอาการเด่น ส่วนอาการไออาจเกิดขึ้นภายหลังและมักไม่รุนแรง

ไข้หวัดใหญ่อาจเริ่มด้วยอาการไอแห้ง เจ็บคอ และมีน้ำมูกได้เช่นกัน แต่สิ่งที่เด่นกว่าคือความอ่อนเพลียและอาการปวดเมื่อยทั่วร่างกาย บางรายไอมากจนรบกวนการนอน

ระยะเวลาการป่วย

ไข้หวัดธรรมดาส่วนใหญ่ดีขึ้นภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ แม้อาการไอบางรายอาจยาวนานกว่านั้นเล็กน้อย

ไข้หวัดใหญ่แม้ไข้จะเริ่มลดภายในไม่กี่วัน แต่ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียอาจอยู่ต่ออีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญกว่า

ไข้หวัดธรรมดามักหายเองและไม่ค่อยก่อให้เกิดปัญหารุนแรงในคนที่สุขภาพแข็งแรง

ส่วนไข้หวัดใหญ่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือทำให้อาการของโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคเบาหวานกำเริบ

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

- เด็กเล็ก

- ผู้สูงอายุ

- หญิงตั้งครรภ์

- ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หากคนในกลุ่มเหล่านี้มีไข้สูง ไอมาก เหนื่อย หรือหายใจลำบาก ควรพบแพทย์โดยเร็ว

การรักษาไม่เหมือนกันทั้งหมด

ทั้งสองโรคไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากเกิดจากเชื้อไวรัสโดยไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เพราะยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าไวรัสได้

การรักษาหลักคือพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานยาลดไข้เมื่อจำเป็น และสังเกตอาการ

สำหรับไข้หวัดใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่เริ่มรักษาได้เร็วหลังเริ่มมีอาการ ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงและลดระยะเวลาการป่วยได้

ป้องกันอย่างไร

การล้างมือบ่อย ๆ ใช้หน้ากากเมื่อป่วย ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย เป็นวิธีลดการแพร่เชื้อได้ทั้งไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่

ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งควรได้รับตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

เมื่อไรควรรีบพบแพทย์

หากมีไข้สูงหลายวัน หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึมลง ดื่มน้ำไม่ได้ อาเจียนมาก หรืออาการแย่ลงหลังจากเหมือนจะดีขึ้นแล้ว ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษา

แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่โรคเดียวกัน หากมีเพียงน้ำมูก คัดจมูก และอาการไม่มาก มักเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่ถ้ามีไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดเมื่อยทั้งตัว อ่อนเพลียมาก และไอร่วมด้วย โอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่จะสูงกว่า การสังเกตอาการตั้งแต่ช่วงแรกและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 72 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4สธ.แจงปม “ลิซ่า” ดื่มเบียร์ในรายการต่างประเทศ คนทั่วไปแชร์ได้ แต่ต้องดูเจตนาเด็ก 6 ขวบปวดหัว ปากเบี้ยว ก่อนพบเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์เร่งหาสาเหตุโรคหายากดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อกัมพูชาเนรเทศต่างชาติ 7 หมื่นกว่าคนในช่วง 3 ปี เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง?เหลือบ แมลงวันตัวใหญ่ เปิดความจริงตัวเมียต้องดูดเลือด หลายคนเคยเจอแต่ไม่รู้บ้านของคนโบราณเย็นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้แอร์ ? ภูมิปัญญาการออกแบบที่น่าทึ่งเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!ดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาทกาพย์ยานี 11 ฝีมือนักเรียนยุคนี้ อ่านแล้วครูยังต้องขำ ไอเดียแต่ละบทไม่ธรรมดาไขปริศนาตาร์เตสโซส จากดินแดนมั่งคั่งสู่ร่องรอยพิธีกรรมโบราณ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เด็ก 6 ขวบปวดหัว ปากเบี้ยว ก่อนพบเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์เร่งหาสาเหตุโรคหายากบ้านของคนโบราณเย็นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้แอร์ ? ภูมิปัญญาการออกแบบที่น่าทึ่งกาพย์ยานี 11 ฝีมือนักเรียนยุคนี้ อ่านแล้วครูยังต้องขำ ไอเดียแต่ละบทไม่ธรรมดาเหลือบ แมลงวันตัวใหญ่ เปิดความจริงตัวเมียต้องดูดเลือด หลายคนเคยเจอแต่ไม่รู้ไขปริศนาตาร์เตสโซส จากดินแดนมั่งคั่งสู่ร่องรอยพิธีกรรมโบราณกัมพูชาเนรเทศต่างชาติ 7 หมื่นกว่าคนในช่วง 3 ปี เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ใช้ AI ทำคอนเทนต์อย่างไรให้มีโอกาสกลายเป็นรายได้ประเทศไหนซื้อลำไยไทยมากที่สุด อันดับ 1 ตัวเลขส่งออกชัดเจนตุ่นหนูไร้ขนมีอะไรให้วิทยาศาสตร์เรียนรู้ปอมเปอี คือ
ตั้งกระทู้ใหม่