เป็นกันไหม? ได้กลิ่นเหม็นทำไมต้องหันมอง แต่พอได้กลิ่นหอมกลับเดินผ่านเฉย ๆ เรามีคำตอบ ไปอ่านกัน
ได้กลิ่นเหม็นทำไมต้องหันมอง แต่พอได้กลิ่นหอมกลับเดินผ่านเฉย ๆ
เคยสังเกตตัวเองไหม เวลามีกลิ่นหอมของดอกไม้ กลิ่นกาแฟ หรือกลิ่นอาหารลอยมา เรามักสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ได้กลิ่นเหม็นแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นท่อ กลิ่นขยะ หรือกลิ่นอะไรที่ไม่คุ้นจมูก เรากลับรีบหันซ้ายหันขวา มองหาต้นตอทันที เหมือนสมองสั่งงานโดยอัตโนมัติ
เอาเข้าจริง เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรานิสัยชอบยุ่ง แต่เป็นวิธีการทำงานของสมองที่สั่งสมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ประสาทรับกลิ่นเชื่อมต่อกับสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความทรงจำ และการเอาตัวรอดโดยตรง กลิ่นเหม็นหลายชนิดเคยเป็นสัญญาณของอาหารเน่าเสีย ซากสัตว์ สิ่งปฏิกูล หรือแหล่งเชื้อโรค ดังนั้นเมื่อจมูกตรวจจับได้ สมองจะรีบประเมินทันทีว่า "อันตรายหรือเปล่า" พร้อมสั่งให้เราหยุด มองหา หรือหลีกเลี่ยงต้นเหตุ
ในทางกลับกัน กลิ่นหอมมักไม่ได้เป็นภัยคุกคาม ถึงแม้จะทำให้รู้สึกดี ผ่อนคลาย หรือกระตุ้นความอยากอาหาร แต่สมองไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหันไปตรวจสอบทุกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงเดินผ่านร้านเบเกอรี่ที่หอมฟุ้งได้ แต่ถ้าเดินผ่านถังขยะที่ส่งกลิ่นแรงเมื่อไร คอจะหมุนหาต้นตอแทบจะทันที
ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดจากกลิ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า "อคติต่อสิ่งลบ" หรือ Negativity Bias สมองของมนุษย์ให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านลบมากกว่าด้านบวก เพราะการพลาดสัญญาณอันตรายเพียงครั้งเดียวในอดีตอาจหมายถึงการเสียชีวิต ขณะที่การพลาดกลิ่นหอมไม่ได้สร้างผลเสียร้ายแรง
ลองนึกถึงชีวิตประจำวันก็ได้ ข่าวร้ายมักดึงดูดสายตาได้มากกว่าข่าวดี คำวิจารณ์เพียงประโยคเดียวอาจติดอยู่ในหัวทั้งวัน แต่คำชมหลายประโยคกลับถูกลืมอย่างรวดเร็ว กลไกเดียวกันนี้เองกำลังทำงานอยู่ทุกครั้งที่เราหันไปมองเมื่อได้กลิ่นเหม็น
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะตอบสนองเหมือนกันทั้งหมด บางคนไวต่อกลิ่นมาก บางคนแทบไม่รู้สึกเลย ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรม อายุ สุขภาพ การฝึกฝน รวมถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา หากใครเคยมีเหตุการณ์ไม่ดีที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นบางชนิด สมองก็จะจดจำและตอบสนองได้รวดเร็วกว่าคนอื่น
ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่าสมองของเรายังคงทำงานด้วยหลักการเดียวกับเมื่อหลายหมื่นปีก่อน แม้วันนี้เราไม่ต้องหนีสัตว์นักล่าหรือหาอาหารในป่าแล้ว แต่ระบบเตือนภัยภายในยังคงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์
ครั้งหน้าถ้าเผลอหันไปมองทันทีเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นอาจไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็น แต่เป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ยังติดตัวมนุษย์มาจนถึงทุกวันนี้
แหล่งอ้างอิง
-
National Institutes of Health (NIH) : ข้อมูลเกี่ยวกับการรับรู้กลิ่นและการทำงานของระบบประสาทรับกลิ่น
-
Harvard Medical School : บทความเกี่ยวกับการรับกลิ่น ความทรงจำ และสมอง
-
Encyclopaedia Britannica : Olfaction (ระบบการรับกลิ่นของมนุษย์)
Harvard Medical School : บทความเกี่ยวกับการรับกลิ่น ความทรงจำ และสมอง
Encyclopaedia Britannica : Olfaction (ระบบการรับกลิ่นของมนุษย์)
ห้องสมุดที่ให้ยืม “คน” แทนหนังสือ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
ส่องแนวทางเลขเด็ดงวดนี้! "เจ้าพ่อปากแดง" และ "เจ้าแม่ตะเคียน" มาแล้ว คอหวยห้ามพลาด
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ทำไมเราถึงจำความฝันตัวเองไม่ได้?
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ตำนานครกกระเดื่องหรือครกมอง ครกตำข้าวโบราณ เคยเป็นสถานที่หนุ่มสาวพบกัน
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
พึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่
เปิด 5 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา กัมพูชาเรียนมากที่สุดในไทย
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ



