หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แครอทดั้งเดิมไม่ได้มีสีส้ม

เขียนโดย evileyes

ภาพจำของแครอทแทบทุกวันนี้คือหัวเรียวยาวสีส้มสด ไม่ว่าจะอยู่ในซุป ข้าวผัด สลัด หรือวางขายในตลาดก็มักมีหน้าตาคล้ายกัน จนดูเหมือนว่าสีส้มเป็นสีประจำตัวของแครอทมาตั้งแต่แรก

แต่แครอทที่มนุษย์เริ่มนำมาปลูกกินเมื่อราวหนึ่งพันปีก่อน ส่วนใหญ่ไม่ได้มีสีส้ม พันธุ์ที่พบในแถบเอเชียตะวันตกและเอเชียกลางมักมีสีม่วงหรือสีเหลือง บางพันธุ์มีผิวด้านนอกสีม่วงเข้ม แต่เนื้อด้านในออกเหลือง สีสันของมันจึงต่างจากแครอทตามซูเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบันอย่างชัดเจน

ก่อนจะกลายเป็นผักหัวอวบหวาน แครอทป่ามีรากเล็ก แข็ง และมีรสไม่ชวนกินเท่าพันธุ์ปัจจุบัน มนุษย์ในอดีตน่าจะใช้ใบและเมล็ดที่มีกลิ่นหอมมาก่อน แล้วจึงค่อยเลือกปลูกต้นที่มีรากใหญ่ขึ้น เนื้อนุ่มขึ้น และมีรสขมน้อยลง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในฤดูปลูกเดียว แต่สะสมผ่านการคัดเลือกพันธุ์ต่อเนื่องกันหลายชั่วอายุคน

สีของแครอทเกิดจากสารสีตามธรรมชาติในเนื้อราก แครอทสีม่วงมีสารในกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีชนิดเดียวกับที่พบในพืชสีม่วงและสีน้ำเงินหลายชนิด ส่วนแครอทสีเหลืองและสีส้มมีสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ แต่มีชนิดและปริมาณต่างกัน

สีส้มที่เราคุ้นตาเกิดจากการสะสมเบตาแคโรทีนในปริมาณมาก ร่างกายสามารถนำเบตาแคโรทีนบางส่วนไปเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จึงเป็นที่มาของภาพจำว่าแครอทเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพดวงตา อย่างไรก็ตาม การกินแครอทไม่ได้ทำให้สายตาที่ผิดปกติกลับมาดีเป็นปกติทันที ประโยชน์จะเห็นชัดในกรณีที่ร่างกายได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอมากกว่า

หลักฐานทางพันธุกรรมและบันทึกทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า แครอทสีส้มถูกคัดเลือกพันธุ์ขึ้นภายหลังในยุโรป และเริ่มปรากฏอย่างเด่นชัดในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ก่อนจะแพร่หลายมากขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง 17 จากนั้นแครอทสีส้มก็ค่อย ๆ กลายเป็นพันธุ์หลักในหลายประเทศ

เรื่องที่เล่ากันบ่อยคือ ชาวดัตช์พัฒนาแครอทสีส้มเพื่อเป็นเกียรติแก่ราชวงศ์ออเรนจ์ เพราะคำว่าออเรนจ์หมายถึงสีส้มพอดี เรื่องนี้ฟังดูเข้ากันจนถูกนำไปเล่าต่ออย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอที่จะยืนยันว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แครอทสีส้มถือกำเนิดขึ้นจริง

สิ่งที่พอพูดได้คือ เกษตรกรยุโรปมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกและทำให้พันธุ์สีส้มมีลักษณะคงที่ พวกเขาเลือกต้นที่มีสีสวย รูปร่างตรง เนื้อแน่น รสหวาน และปลูกได้สม่ำเสมอ เมื่อพันธุ์เหล่านี้เหมาะทั้งกับการขาย การขนส่ง และการทำอาหาร จึงมีโอกาสแพร่หลายมากกว่าพันธุ์สีอื่น

แครอทสีม่วงบางพันธุ์ยังทำให้น้ำซุปหรืออาหารที่ปรุงมีสีคล้ำออกม่วง ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของครัวในยุโรป ขณะที่สีส้มดูสดและไม่ทำให้อาหารเปลี่ยนเป็นสีเข้มมากนัก ความสะดวกในการปรุงและความสวยงามบนจานจึงอาจมีส่วนช่วยให้แครอทสีส้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

เมื่อคนปลูกพันธุ์สีส้มมากขึ้น เมล็ดพันธุ์ก็หาซื้อง่ายขึ้น ราคาถูกลง และถูกส่งต่อไปยังพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง พันธุ์ที่ไม่ค่อยมีคนปลูกจึงค่อย ๆ หายไปจากตลาดทั่วไป แม้จะไม่ได้สูญพันธุ์ก็ตาม กระบวนการแบบนี้เกิดขึ้นกับพืชอาหารหลายชนิด เมื่อพันธุ์หนึ่งขายง่ายและให้ผลผลิตสม่ำเสมอ มันมักเข้ามาแทนที่ความหลากหลายเดิมทีละน้อย

แครอทสีม่วงและสีเหลืองที่กลับมาวางขายในปัจจุบันจึงไม่ใช่ของที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นเพื่อสร้างความแปลกใหม่ หลายพันธุ์สืบทอดลักษณะมาจากกลุ่มแครอทเก่า เพียงผ่านการปรับปรุงให้ปลูกง่าย รสชาติดี และมีรูปทรงเหมาะกับตลาดสมัยใหม่ นอกจากม่วงกับเหลืองแล้ว ยังมีทั้งสีขาว สีแดง และพันธุ์ที่หัวหนึ่งมีมากกว่าหนึ่งสี

รสชาติของแครอทแต่ละสีไม่ได้ต่างกันแบบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อายุที่เก็บเกี่ยว สภาพดิน และวิธีปลูกด้วย บางพันธุ์สีม่วงมีรสหวานและกลิ่นค่อนข้างชัด บางพันธุ์มีรสออกเผ็ดหรือขมเล็กน้อย สีเหลืองมักมีรสนุ่ม ส่วนสีขาวอาจมีกลิ่นเฉพาะตัวมากกว่าพันธุ์สีส้มที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย

สารอาหารก็แตกต่างกันตามสี แครอทสีส้มเด่นเรื่องเบตาแคโรทีน สีม่วงมีแอนโทไซยานินเพิ่มเติม ส่วนสีแดงบางพันธุ์มีไลโคปีนในปริมาณมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสีใดดีที่สุดในทุกด้าน การกินสลับหลายสีช่วยให้ได้รับสารจากพืชหลากหลายชนิด และทำให้อาหารดูน่ากินขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งสีสังเคราะห์

หากนำแครอทสีม่วงมาหั่น อาจพบว่าข้างในไม่ได้ม่วงทั้งหมด บางหัวมีเพียงเปลือกและเนื้อชั้นนอกเป็นสีม่วง ส่วนแกนกลางเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม ลักษณะนี้คล้ายแครอทโบราณหลายกลุ่ม ซึ่งมีสีกระจายไม่สม่ำเสมอเท่าพันธุ์การค้าที่ถูกคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น

แครอทสีส้มจึงไม่ใช่สีดั้งเดิมเพียงสีเดียวของพืชชนิดนี้ แต่เป็นผลจากการที่มนุษย์เลือกเก็บเมล็ดจากต้นที่มีลักษณะต้องการ แล้วปลูกซ้ำต่อเนื่องกันนานหลายร้อยปี จากรากป่าที่เล็กและแข็ง แครอทค่อย ๆ กลายเป็นผักหัวใหญ่ หวาน กรอบ และมีสีส้มสม่ำเสมออย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ครั้งต่อไปที่เจอแครอทสีม่วงหรือสีเหลืองในตลาด จึงไม่ต้องสงสัยว่ามันถูกย้อมสีหรือเป็นของประดิษฐ์ยุคใหม่ เพราะสีเหล่านั้นมีประวัติอยู่ในแปลงปลูกมาก่อนสีส้มเสียอีก ส่วนแครอทสีส้มที่ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แท้จริงแล้วคือผลงานจากการคัดเลือกพันธุ์ของมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จจนทำให้คนทั้งโลกจำแครอทเป็นสีเดียวกัน

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ทำไมคนหูหนวกจึงมักพูดไม่ได้เมื่อพ่อแม่พึ่งไม่ได้แผลแบบไหนไม่ควรติดพลาสเตอร์คนตาบอดเห็นความมืดแบบเราหรือเปล่าถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่มีแฟนเลือดกรุป B ต้องรู้! 10 นิสัยที่หลายคนบอกว่า "ใช่เลย" แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569สายมูต้องรู้! ทำไมศาลพระภูมิถึงมี "เสาเดียว" ทั้งที่ศาลเจ้าที่กลับมีหลายเสา?เป็นกันไหม? ได้กลิ่นเหม็นทำไมต้องหันมอง แต่พอได้กลิ่นหอมกลับเดินผ่านเฉย ๆ เรามีคำตอบ ไปอ่านกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อริยสัจ ๔ แผนที่ออกจากความทุกข์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ลายลิ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงไหมเมืองแห่งแสงที่ซ่อนกระดูกหกล้านร่างซาอุฯ มีทะเลทราย ทำไมยังซื้อทรายเหยียบตะปู ทำยังไงก่อนถึงหมอ
ตั้งกระทู้ใหม่