ยุคที่โดเมนดอทคอมยังแจกฟรี
ทุกวันนี้ ต่อให้ต้องการจดโดเมนธรรมดาสักชื่อ เราก็ต้องค้นหาว่าชื่อนั้นยังว่างหรือไม่ เลือกผู้ให้บริการ เปรียบเทียบราคา และเตรียมจ่ายค่าต่ออายุทุกปี บางชื่อที่สั้นหรือจำง่ายอาจถูกตั้งขายในราคาสูงจนคนทั่วไปแทบเอื้อมไม่ถึง
แต่ในยุคแรกของอินเทอร์เน็ต การจดโดเมนอย่าง.com.net และ.org เคยไม่มีค่าธรรมเนียมจริง ๆ
ช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าใครจะเปิดเว็บไซต์ขายของแล้วกดรับโดเมนฟรีได้ทันทีเหมือนสมัครบัญชีออนไลน์ในปัจจุบัน เพราะสภาพของอินเทอร์เน็ตตอนนั้นต่างจากที่เราเห็นอย่างมาก ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย หน่วยงานรัฐ และบริษัทเทคโนโลยีเพียงไม่กี่แห่ง โลกยังไม่มีเว็บเบราว์เซอร์ที่คนทั่วไปเปิดใช้กันทุกบ้าน และคำว่า “มีเว็บไซต์” ก็ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับธุรกิจ
ระบบชื่อโดเมนถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาง่าย ๆ แต่สำคัญมาก นั่นคือมนุษย์จำชื่อได้ง่ายกว่าตัวเลข
คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องบนเครือข่ายติดต่อกันด้วยหมายเลขไอพี หากต้องจำชุดตัวเลขทุกครั้งที่ต้องการเชื่อมต่อไปยังเครื่องอื่น การใช้งานคงยุ่งยากไม่น้อย ชื่อโดเมนจึงทำหน้าที่คล้ายสมุดรายชื่อ ช่วยแปลงชื่อที่อ่านรู้เรื่องให้เชื่อมโยงไปยังหมายเลขของเครื่องปลายทาง
ในระยะแรก การขอชื่อโดเมนไม่ใช่การเข้าเว็บไซต์ กรอกชื่อ แล้วจ่ายเงินด้วยบัตร ขั้นตอนส่วนใหญ่ยังอาศัยแบบฟอร์ม อีเมล และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอ การจัดการชื่อจำนวนมากยังทำแบบรวมศูนย์ และมีคนดูแลรายการอยู่จริง ๆ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินระบบไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ผู้ขอจดโดเมนไม่ต้องเป็นคนจ่ายโดยตรง งานส่วนนี้ได้รับการสนับสนุนผ่านงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายวิจัยของสหรัฐฯ จึงทำให้การลงทะเบียนโดเมนหลักบางประเภทไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้งาน
แม้จะเป็นชื่อ.com แรกของโลก เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างกระแสแย่งจดโดเมนเหมือนการเปิดขายที่ดินทำเลทอง เพราะคนส่วนใหญ่ในเวลานั้นยังไม่เห็นว่าโดเมนจะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีราคา บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งยังใช้เวลาหลายปีกว่าจะจดชื่อของตัวเอง บางบริษัทมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเพียงระบบสื่อสารสำหรับนักวิจัยและคนในวงการคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่พื้นที่ค้าขายขนาดใหญ่
อีกเหตุผลหนึ่งคือการมีโดเมนไม่ได้มีประโยชน์กับทุกคนเหมือนในปัจจุบัน
สมัยนั้นยังไม่มีร้านค้าออนไลน์ที่เปิดได้ภายในไม่กี่นาที ไม่มีระบบสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป ไม่มีการยิงโฆษณาเพื่อดึงคนเข้าหน้าเว็บ และยังไม่มีพฤติกรรมพิมพ์ชื่อสินค้าแล้วตามด้วย.com เพื่อค้นหาบริษัท การจดชื่อสวย ๆ เก็บไว้เฉย ๆ จึงดูไม่ต่างจากการเก็บของที่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อะไร
สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเมื่อเวิลด์ไวด์เว็บเติบโตขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โปรแกรมท่องเว็บแบบมีภาพทำให้คนทั่วไปเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายกว่าเดิม ธุรกิจเริ่มเห็นว่าเว็บไซต์สามารถใช้แนะนำบริษัท ติดต่อกับลูกค้า และเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่ต้องพึ่งสื่อแบบเดิม
จำนวนคำขอจดโดเมนจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย งานที่เคยรองรับชุมชนขนาดเล็กเริ่มกลายเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งคน เครื่องคอมพิวเตอร์ และงบประมาณในการดูแล
ในปี 1993 บริษัท Network Solutions ได้รับหน้าที่จัดการการลงทะเบียนโดเมนหลักอย่าง.com.net และ.org ภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐฯ ช่วงแรกผู้จดยังคงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่เมื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ขยายตัวมากขึ้น แนวคิดที่ให้ภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็เริ่มไม่เหมาะกับขนาดของระบบ
วันที่ 14 กันยายน 1995 จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ Network Solutions เริ่มเรียกเก็บค่าลงทะเบียนโดเมนใหม่
ราคาที่ใช้ในช่วงแรกคือ 100 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับระยะเวลาสองปี หรือเฉลี่ยปีละ 50 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับค่าจดโดเมนทั่วไปในเวลาต่อมา เงินบางส่วนถูกจัดสรรเข้าสู่กองทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต ก่อนที่โครงสร้างค่าธรรมเนียมและกฎเกณฑ์จะถูกปรับเปลี่ยนอีกหลายครั้งในภายหลัง
การเริ่มเก็บเงินไม่ได้ทำให้คนเลิกสนใจโดเมน ตรงกันข้าม ช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1990 คือเวลาที่ธุรกิจจำนวนมากเริ่มเร่งจับจองชื่อของตัวเอง ผู้คนเริ่มเข้าใจว่าชื่อสั้น จำง่าย และตรงกับสินค้าสามารถช่วยให้ลูกค้าหาเว็บไซต์เจอได้ง่ายกว่า
เมื่อชื่อหนึ่งสามารถมีเจ้าของได้เพียงรายเดียว ปัญหาใหม่จึงตามมา บางคนจดชื่อบริษัทหรือคำยอดนิยมไว้ก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจนำไปใช้งานจริง แล้วนำไปเสนอขายในราคาสูง เกิดทั้งตลาดซื้อขายโดเมน ข้อพิพาทเรื่องเครื่องหมายการค้า และพฤติกรรมที่ต่อมาถูกเรียกว่าการกักตุนชื่อโดเมน
จุดนี้ทำให้เห็นว่า คำว่า “โดเมนฟรี” ในยุคแรกไม่ได้แปลว่าคนสมัยนั้นได้รับทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลแล้วปล่อยโอกาสหลุดมือไปเฉย ๆ มูลค่าของชื่อเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น เพราะระบบนิเวศรอบอินเทอร์เน็ตยังไม่พร้อม ไม่มีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล ไม่มีธุรกิจออนไลน์ และแทบไม่มีตลาดรองสำหรับขายชื่อให้คนอื่น
ของบางอย่างไม่ได้มีค่าเพียงเพราะมันหายาก แต่มีค่าเมื่อผู้คนจำนวนมากต้องการใช้มันพร้อมกัน
โดเมนเนมก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน จากชื่อสำหรับช่วยให้คอมพิวเตอร์บนเครือข่ายหากันเจอ กลายเป็นหน้าร้าน ที่อยู่ของบริษัท เครื่องหมายสร้างความน่าเชื่อถือ และทรัพย์สินดิจิทัลที่มีการซื้อขายกันจริงจัง
ยุคที่จดโดเมนฟรีจบลงในปี 1995 แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากกว่าราคาคือสายตาของผู้คนที่มีต่ออินเทอร์เน็ต จากเครือข่ายของนักวิจัยและคนทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกธุรกิจอยากมีชื่อของตัวเองอยู่บนนั้น
ชื่อที่ครั้งหนึ่งแทบไม่มีใครคิดจะแย่ง จึงกลายเป็นของที่เงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้ หากมีคนจดไปก่อนแล้ว
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
เมื่อพ่อแม่พึ่งไม่ได้
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมคนหูหนวกจึงมักพูดไม่ได้
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
สายมูต้องรู้! ทำไมศาลพระภูมิถึงมี "เสาเดียว" ทั้งที่ศาลเจ้าที่กลับมีหลายเสา?
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
แผลแบบไหนไม่ควรติดพลาสเตอร์
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ซื้อหวย รวยไม่ไหวแล้ว!!
คนตาบอดเห็นความมืดแบบเราหรือเปล่า
อริยสัจ ๔ แผนที่ออกจากความทุกข์



