อินเทอร์เน็ตทั้งโลกหนักเท่าสตรอว์เบอร์รีจริงไหม
คำพูดที่ว่า “อินเทอร์เน็ตทั้งหมดบนโลกมีน้ำหนักเท่าสตรอว์เบอร์รีหนึ่งผล” ฟังดูทั้งน่าทึ่งและชวนสงสัย เพราะอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมหาศาล ตั้งแต่วิดีโอหลายพันล้านคลิป รูปถ่าย อีเมล เว็บไซต์ ไปจนถึงไฟล์ที่เก็บอยู่ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลก แล้วของที่ใหญ่ขนาดนี้จะมีน้ำหนักเพียงไม่กี่สิบกรัมได้อย่างไร
จุดที่ทำให้ประโยคนี้เข้าใจผิดได้ง่าย คือคำว่า “น้ำหนักของอินเทอร์เน็ต” ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ทำให้อินเทอร์เน็ตทำงาน
หากนับเซิร์ฟเวอร์ สายเคเบิลใต้น้ำ เสาสัญญาณ เราเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ อาคารศูนย์ข้อมูล ระบบทำความเย็น และเครื่องสำรองไฟ น้ำหนักรวมย่อมมากกว่าสตรอว์เบอร์รีมหาศาล แต่การเปรียบเทียบที่ถูกพูดถึงกันนั้นหมายถึงน้ำหนักในเชิงฟิสิกส์ของพลังงานหรืออนุภาคที่เกี่ยวข้องกับการเก็บและส่งข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ข้อมูลไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศแบบก้อนวัตถุ
ตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ และวิดีโอที่เราเห็นบนหน้าจอ ถูกเก็บเป็นสถานะทางกายภาพบางอย่าง เช่น ประจุไฟฟ้าในวงจร สถานะแม่เหล็กในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือระดับแรงดันไฟฟ้าที่แทนค่าเป็นเลขศูนย์และเลขหนึ่ง เวลาส่งข้อมูลผ่านสายทองแดงก็อาศัยสัญญาณไฟฟ้า ผ่านใยแก้วนำแสงก็ใช้แสง ส่วนการสื่อสารไร้สายใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
จึงไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เราส่งรูปหนึ่งภาพ จะมีอิเล็กตรอนก้อนใหม่วิ่งจากโทรศัพท์ของเราไปถึงปลายทางโดยตรง อิเล็กตรอนในตัวนำส่วนใหญ่มีอยู่ในวัสดุนั้นอยู่แล้ว การส่งสัญญาณคือการทำให้สนามไฟฟ้าและสถานะของระบบเปลี่ยนไป อิเล็กตรอนอาจเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อย ขณะที่พลังงานและรูปแบบของสัญญาณเดินทางต่อไปตามเครือข่าย
คำอธิบายแบบ “ชั่งน้ำหนักอิเล็กตรอนที่กำลังเคลื่อนที่” จึงเป็นการย่อเรื่องที่ซับซ้อนมากให้กลายเป็นภาพจำง่าย ๆ และไม่ควรนำไปตีความตรงตัวเกินไป
แนวคิดที่ว่าข้อมูลมีน้ำหนัก มักอาศัยหลักความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงานตามสมการของไอน์สไตน์ เมื่อระบบมีพลังงานเพิ่มขึ้น มวลของระบบก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วย อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลในสถานะพลังงานสูงกว่าจึงอาจมีมวลมากกว่าเดิมในระดับที่เล็กจนเครื่องชั่งทั่วไปไม่มีทางตรวจพบ
นักคำนวณแต่ละคนสามารถได้คำตอบต่างกันมาก เพราะตั้งคำถามไม่เหมือนกัน บางคนประเมินเฉพาะพลังงานของอิเล็กตรอนที่ใช้แทนข้อมูล บางคนรวมพลังงานของสัญญาณที่กำลังเดินทาง บางคนคิดจากไฟฟ้าที่ศูนย์ข้อมูลใช้ และบางคนพยายามคำนวณมวลที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกข้อมูลทั้งหมด
เพียงเปลี่ยนขอบเขตการนับ คำตอบก็อาจต่างกันตั้งแต่ระดับเล็กกว่าฝุ่น ไปจนถึงระดับไม่กี่สิบกรัมหรือมากกว่านั้นได้ ดังนั้นสตรอว์เบอร์รีหนึ่งผลจึงไม่ใช่ค่าที่วัดได้แน่นอน และไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานที่วงการอินเทอร์เน็ตใช้ร่วมกัน
อีกปัญหาหนึ่งคือ ไม่มีใครรู้ปริมาณข้อมูลทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลจำนวนมากอยู่ในระบบปิด ฐานข้อมูลส่วนตัว เครื่องสำรองข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร ไฟล์เดียวกันยังอาจถูกทำสำเนาไว้หลายแห่ง ทั้งในโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ระบบคลาวด์ และศูนย์สำรองข้อมูล
นอกจากนี้ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตยังเปลี่ยนตลอดเวลา ทุกวินาทีมีไฟล์ใหม่ถูกสร้าง มีข้อมูลเก่าถูกลบ และมีสำเนาใหม่เกิดขึ้น การจะบอกว่าอินเทอร์เน็ตมีน้ำหนักเท่าไรจึงต้องกำหนดทั้งเวลา วิธีนับ และขอบเขตให้ชัดก่อน มิฉะนั้นตัวเลขที่ได้ก็เป็นเพียงการประมาณเพื่อให้เห็นภาพ
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำตอบว่าสตรอว์เบอร์รีหนักกี่กรัม คือข้อมูลดิจิทัลไม่ได้ไร้น้ำหนักเสียทีเดียว การเก็บและส่งข้อมูลต้องเกิดขึ้นผ่านวัตถุจริง ใช้พลังงานจริง และสร้างความร้อนจริง แม้มวลที่สัมพันธ์กับตัวข้อมูลจะเล็กมาก แต่อุปกรณ์ที่ดูแลข้อมูลกลับใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
การดูวิดีโอหนึ่งคลิปอาจดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากภาพบนหน้าจอ แต่เบื้องหลังมีเซิร์ฟเวอร์อ่านไฟล์ ระบบเครือข่ายส่งข้อมูล เราเตอร์หลายจุดรับส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ของผู้ใช้ถอดรหัสภาพ ทุกขั้นตอนต้องใช้ไฟฟ้า ส่วนศูนย์ข้อมูลยังต้องใช้ระบบระบายความร้อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิของเครื่องจำนวนมาก
พูดอีกแบบคือ ตัวข้อมูลอาจมีมวลเพิ่มขึ้นน้อยจนแทบไม่มีความหมายในชีวิตประจำวัน แต่โครงสร้างที่ทำให้อินเทอร์เน็ตใช้งานได้กลับหนัก กินพื้นที่ และใช้พลังงานอย่างเห็นได้ชัด
ประโยค “อินเทอร์เน็ตทั้งโลกหนักเท่าสตรอว์เบอร์รีหนึ่งผล” จึงเหมาะจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นชวนคุยเรื่องฟิสิกส์มากกว่าจะใช้เป็นข้อเท็จจริงตายตัว มันช่วยให้เห็นว่าข้อมูลทุกบิตต้องมีตัวกลางทางกายภาพรองรับ แต่ขนาดของสตรอว์เบอร์รีนั้นขึ้นอยู่กับสมมติฐานและวิธีคำนวณอย่างมาก
ถ้าจะพูดให้แม่นกว่าเดิม ควรบอกว่า มวลที่เกี่ยวข้องกับพลังงานของข้อมูลและสัญญาณบนอินเทอร์เน็ตอาจเล็กอย่างไม่น่าเชื่อ และมีการเปรียบเทียบบางแบบว่ามีขนาดใกล้เคียงสิ่งของชิ้นเล็กอย่างสตรอว์เบอร์รี แต่เราไม่สามารถนำอินเทอร์เน็ตไปวางบนตาชั่งแล้วได้ตัวเลขนั้นจริง ๆ
สตรอว์เบอร์รีจึงเป็นเพียงภาพเปรียบเทียบ ส่วนโลกดิจิทัลที่อยู่เบื้องหลังมัน หนักกว่านั้นมากในทุกความหมายที่เราจับต้องได้
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
แผลแบบไหนไม่ควรติดพลาสเตอร์
ทำไมคนหูหนวกจึงมักพูดไม่ได้
เมื่อพ่อแม่พึ่งไม่ได้
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
คนตาบอดเห็นความมืดแบบเราหรือเปล่า
10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุด
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
มีแฟนเลือดกรุป B ต้องรู้! 10 นิสัยที่หลายคนบอกว่า "ใช่เลย" แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน
อริยสัจ ๔ แผนที่ออกจากความทุกข์



