หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฉลามกะพริบตาได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกชนิด

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

มีข้อมูลหนึ่งถูกแชร์ต่อกันมานานว่า “ฉลามเป็นปลาชนิดเดียวที่กะพริบตาได้ทั้งสองข้าง” ฟังดูน่าสนใจและจำง่าย แต่พอแยกดูทีละส่วนแล้ว ข้อความนี้ไม่ค่อยตรงกับความจริงนัก

ประเด็นแรกคือ ฉลามไม่ได้มีกลไกปกป้องดวงตาเหมือนกันทุกชนิด บางชนิดมีเยื่อบาง ๆ ที่เรียกว่าเยื่อกระพริบตา เลื่อนขึ้นมาปิดดวงตาได้คล้ายเปลือกตาชั้นพิเศษ มักใช้ตอนพุ่งเข้าหาเหยื่อหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ดวงตาอาจได้รับอันตราย

ฉลามที่มีเยื่อแบบนี้อาจดูเหมือนกำลังกะพริบตา แต่หน้าที่หลักไม่ใช่การกะพริบเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเหมือนมนุษย์ เพราะดวงตาของมันอยู่ในน้ำตลอดเวลา เยื่อดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายแผ่นป้องกันมากกว่า ช่วยลดโอกาสที่กรงเล็บ ฟัน กระดูก หรือการดิ้นของเหยื่อจะกระแทกดวงตาโดยตรง

ฉลามบางชนิดกลับไม่มีเยื่อกระพริบตาเลย เมื่อเข้าจู่โจมเหยื่อ พวกมันอาจใช้วิธีม้วนลูกตาไปด้านหลังแทน ตัวอย่างที่คนมักเห็นจากภาพสารคดีคือฉลามขาว ดวงตาจะดูขาวหรือมืดผิดปกติชั่วขณะ เพราะลูกตาถูกหมุนหลบเข้าไปเพื่อป้องกันส่วนที่บอบบาง

ดังนั้น การบอกว่าฉลามทุกตัวกะพริบตาได้จึงไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ฉลามเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีหลายร้อยชนิด แต่ละชนิดมีรูปร่าง พฤติกรรม และโครงสร้างรอบดวงตาต่างกันมาก การนำลักษณะของฉลามบางชนิดไปใช้แทนฉลามทั้งหมดจึงทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ง่าย

คำว่า “กะพริบตา” เองก็ทำให้สับสน เพราะคนทั่วไปมักนึกถึงการปิดและเปิดเปลือกตาอย่างรวดเร็ว ถ้าใช้ความหมายกว้าง ๆ ว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อปิดหรือปกป้องดวงตา ฉลามบางชนิดก็ทำได้ แต่ถ้าใช้ความหมายเดียวกับการกะพริบตาของมนุษย์ กลไกและเหตุผลกลับต่างกันพอสมควร

ปลาส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีเปลือกตาที่ขยับได้ น้ำรอบตัวช่วยให้ผิวดวงตาไม่แห้ง และปลาหลายชนิดมีดวงตาที่เปิดอยู่ตลอดเวลา แม้ในช่วงพัก นี่เป็นเหตุผลที่ภาพปลานอนหลับอาจดูเหมือนมันยังตื่น เพราะเราไม่เห็นการหลับตาแบบสัตว์บก

อย่างไรก็ตาม ฉลามก็ไม่ใช่ปลากลุ่มเดียวที่สามารถทำท่าทางคล้ายกะพริบตาได้ ปลาบางชนิดที่ใช้ชีวิตบริเวณน้ำตื้นหรือขึ้นมาอยู่บนพื้นเลน เช่น ปลาตีน สามารถลดหรือหดลูกตาลงในเบ้าตา ทำให้ผิวหนังรอบดวงตาเลื่อนมาปิดชั่วคราวได้ พฤติกรรมนี้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและทำความสะอาดผิวดวงตาเมื่ออยู่พ้นน้ำ

ลักษณะของปลาตีนใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเรียกว่าการกะพริบตามากกว่าฉลามบางชนิดเสียอีก เพราะเกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นผิวดวงตาขณะเผชิญอากาศ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อป้องกันการโจมตีจากเหยื่อ

นอกจากนี้ ปลาบางชนิดยังมีเยื่อหรือเนื้อเยื่อรอบดวงตาที่ปิดได้บางส่วน แม้จะไม่ได้ขยับเหมือนเปลือกตาของคน ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้การประกาศว่าสัตว์ชนิดใดเป็น “ปลาชนิดเดียว” ที่ทำบางอย่างได้ เป็นเรื่องที่ควรระวังมาก โดยเฉพาะเมื่อคำที่ใช้ยังไม่มีความหมายทางชีววิทยาที่ชัดเจนเพียงแบบเดียว

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าดวงตาของฉลามไม่มีอะไรพิเศษ ตรงกันข้าม ฉลามมีวิธีปกป้องอวัยวะสำคัญที่เหมาะกับวิถีชีวิตของตัวเองมาก ฉลามที่ต้องเข้าประชิดเหยื่อมีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า การมีเยื่อปิดตาหรือการหมุนลูกตาหลบจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้ล่าเหยื่อได้โดยไม่ต้องเสียดวงตาไปง่าย ๆ

ดวงตาของฉลามยังตอบสนองต่อแสงได้ดี และหลายชนิดมองเห็นในสภาพแสงน้อยได้เหมาะกับการหาอาหารใต้ทะเล โครงสร้างดวงตาจะแตกต่างไปตามแหล่งอาศัย ฉลามที่อยู่ใกล้ผิวน้ำ ฉลามที่หากินตอนกลางคืน และฉลามน้ำลึกจึงไม่ได้มองเห็นโลกในแบบเดียวกันทั้งหมด

ความเข้าใจผิดเรื่องการกะพริบตาน่าจะเกิดจากการนำข้อเท็จจริงบางส่วนมาทำให้สั้นจนเกินไป ข้อมูลเดิมอาจเริ่มจากประโยคว่า ฉลามบางชนิดมีเยื่อปิดดวงตาได้ จากนั้นถูกเล่าต่อจนกลายเป็นฉลามทุกชนิดกะพริบตาได้ และสุดท้ายเพิ่มคำว่าเป็นปลาชนิดเดียวเข้าไปเพื่อให้ฟังดูน่าทึ่งขึ้น

ประโยคที่แม่นยำกว่าคือ ฉลามบางชนิดมีเยื่อพิเศษสำหรับปิดและปกป้องดวงตา ส่วนบางชนิดใช้วิธีหมุนลูกตาหลบ และยังมีปลาชนิดอื่นที่สามารถเคลื่อนไหวดวงตาหรือเนื้อเยื่อรอบดวงตาในลักษณะคล้ายการกะพริบได้เช่นกัน

ฉลามจึงกะพริบตาได้จริงในบางความหมาย แต่ไม่ใช่ฉลามทุกชนิด และไม่ใช่ปลากลุ่มเดียวที่ทำสิ่งใกล้เคียงกันได้ ความจริงอาจไม่สั้นเท่าประโยคที่ถูกแชร์ต่อ แต่ช่วยให้เราเห็นว่าดวงตาของปลาแต่ละชนิดปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลากหลายกว่าที่คิด

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่งรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมแรงกัดฮิปโป ทำไมสัตว์กินหญ้าถึงน่ากลัว108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเคเบิลทีวี จากสายเส้นเดียวถึงยุคสตรีมมิงรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?เลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😯 ชวนเข้ามาดูกันต่อกับเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 6) 😆10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่งทำความรู้จัก "แมวน้ำช้าง" ยักษ์ใหญ่แห่งวงศ์แมวน้ำถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่แรงกัดฮิปโป ทำไมสัตว์กินหญ้าถึงน่ากลัวเคเบิลทีวี จากสายเส้นเดียวถึงยุคสตรีมมิงสัตว์เล็กที่สุด เล็กจนมองไม่เห็น
ตั้งกระทู้ใหม่