หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไหลบัว : ผักพื้นบ้านกรุบกรอบจากหน่ออ่อนของบัวใต้ผืนน้ำ

เขียนโดย dukedicknarak

#ไหลบัว ผักพื้นบ้านกรุบกรอบจากหน่ออ่อนใต้ผืนน้ำ

เมื่อพูดถึงวัตถุดิบจากบัว หลายคนอาจคุ้นเคยกับสายบัวที่นิยมนำไปทำแกงส้มหรือรับประทานคู่กับน้ำพริก แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งของต้นบัวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นั่นคือ “ไหลบัว” ซึ่งในบางพื้นที่อาจเรียกว่า “หลดบัว” ผักพื้นบ้านสีขาวนวลที่มีเนื้อสัมผัสกรอบสดและสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด

ไหลบัวคือส่วนของหน่อบัวที่งอกทอดตัวออกไปใต้ดินหรือใต้โคลน เพื่อเตรียมเจริญเป็นต้นบัวต้นใหม่ ลักษณะภายนอกเป็นก้านยาว สีขาวนวล เนื้อค่อนข้างแน่นและแข็ง เมื่อใช้นิ้วกดจะไม่ยุบตัวง่าย จึงให้สัมผัสกรุบกรอบเมื่อนำไปประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการผัด ต้ม แกง หรือใส่ในเมนูยำต่าง ๆ

ด้วยรูปร่างที่เป็นก้านยาวคล้ายกัน หลายคนจึงมักสับสนระหว่าง “ไหลบัว” กับ “สายบัว” ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นคนละส่วนของต้นบัวอย่างชัดเจน ไหลบัวเป็นหน่อหรือลำต้นใต้ดินที่กำลังเจริญไปเป็นต้นใหม่ ส่วนสายบัวคือก้านของใบหรือดอกบัวที่ชูขึ้นจากน้ำ สายบัวมักมีสีออกน้ำตาลหรือเขียวอมน้ำตาล และมีเปลือกบางหุ้มอยู่ด้านนอก ก่อนนำมารับประทานจึงต้องลอกเปลือกออกเสียก่อน

เนื้อของสายบัวค่อนข้างอ่อนและมีโพรงอากาศอยู่ภายใน เมื่อใช้นิ้วบีบจะยุบตัวลงได้ง่าย และเมื่อนำไปผัดหรือต้มก็จะนิ่มลงอย่างรวดเร็ว ต่างจากไหลบัวที่ยังคงความกรอบแน่นไว้ได้ดี แม้จะผ่านความร้อนแล้วก็ตาม ความแตกต่างด้านเนื้อสัมผัสนี้จึงช่วยให้สามารถแยกวัตถุดิบทั้งสองชนิดออกจากกันได้ไม่ยาก

ปัจจุบันไหลบัวยังสามารถหาซื้อได้ตามตลาดสดขนาดใหญ่หรือแผงขายผักพื้นบ้าน เมื่อซื้อมาแล้วควรนำไปล้างน้ำให้สะอาด เพื่อกำจัดดิน โคลน และเศษสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่ตามผิว จากนั้นจึงหั่นหรือใช้มือเด็ดให้เป็นท่อนขนาดพอดีคำ ก่อนนำไปปรุงอาหารตามต้องการ

สิ่งหนึ่งที่ผู้ปรุงอาหารมักพบระหว่างการเตรียมไหลบัว คือเส้นใยสีขาวที่ยืดยาวออกมาขณะเด็ดหรือหั่น เส้นใยเหล่านี้เป็นโครงสร้างตามธรรมชาติภายในลำต้นของบัว หากปล่อยไว้มากเกินไปอาจทำให้รับประทานลำบาก และรู้สึกเหนียวติดปากได้

เคล็ดลับพื้นบ้านในการกำจัดเส้นใยของไหลบัวทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำไหลบัวที่หั่นแล้วไปแช่ในกะละมังน้ำสะอาด จากนั้นใช้ตะเกียบไม้คนวนไปมาให้ทั่วกะละมัง เส้นใยที่หลุดออกมาจะค่อย ๆ พันติดอยู่กับตะเกียบ ให้ยกออกและคนซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแทบไม่มีเส้นใยติดขึ้นมาอีก วิธีนี้ช่วยให้ไหลบัวสะอาด รับประทานง่าย และมีเนื้อสัมผัสที่น่ารับประทานมากขึ้น

ไหลบัวสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นอาหารได้หลายเมนู โดยเฉพาะอาหารไทยรสจัด เช่น แกงส้มไหลบัวใส่กุ้ง ผัดไหลบัวน้ำมันหอย ไหลบัวผัดกะปิ หรือยำไหลบัว เนื้อสัมผัสกรุบกรอบของมันช่วยเพิ่มความสดชื่นและทำให้อาหารมีมิติมากขึ้น ขณะเดียวกันรสชาติที่ค่อนข้างอ่อนก็สามารถดูดซับรสของน้ำแกงและเครื่องปรุงได้เป็นอย่างดี

ในด้านคุณค่าทางอาหาร ไหลบัวเป็นผักที่มีเส้นใยอาหาร ช่วยเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหารและส่งเสริมการขับถ่าย อีกทั้งยังมีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่มาก จึงเหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหารที่ต้องการความสด กรอบ และไม่หนักท้อง

ตามตำราสมุนไพรไทย ไหลบัวถูกจัดเป็นอาหารหรือสมุนไพรที่มีรสจืดและมีฤทธิ์เย็น โดยมีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียและบำรุงร่างกาย อย่างไรก็ตาม สรรพคุณเหล่านี้เป็นข้อมูลจากการใช้แบบดั้งเดิม จึงควรรับประทานในฐานะอาหารที่มีความหลากหลายควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม

แม้ไหลบัวจะเป็นเพียงหน่อเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำและโคลน แต่กลับเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งความกรุบกรอบ รสชาติอ่อนโยน และความสามารถในการนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ การรู้จักเลือก เตรียม และกำจัดเส้นใยอย่างถูกวิธี ย่อมช่วยเปลี่ยนผักพื้นบ้านธรรมดาชนิดนี้ให้กลายเป็นเมนูแสนอร่อยที่หลายคนรับประทานแล้วอาจติดใจได้ไม่ยาก

 

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 100 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?วิธีลดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากน้ำขยะที่ซึมก้นถังในครัวถอดรหัสคติชนวิทยา "ผีลักซ่อน" และกุศโลบายความปลอดภัยของบรรพบุรุษสยาม ลิโด สกาลา หายไปไหน ย้อนดูโรงหนังที่เคยเป็นหัวใจของสยามสแควร์10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนักสถิติเลขเด่น "เลขมือทอง" งวด 1 ต.ค. 69 แนวทางสองตัวตรงจากสำนักดังมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำทำไมน้ำแดงจึงอยู่หน้าศาลพระภูมิหวยลาววันนี้ 18 ก.ย. 69 เปิดสถิติวันศุกร์ย้อนหลัง เลขไหนออกซ้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😉 ชวนลองเข้ามาดูคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดเจ๋ง สุดแปลก จนทำให้คุณปลดล็อคความคิดได้ 😁ประวัติศาสตร์มอลต์ลิเคอร์: เครื่องดื่มที่อเมริกาเคยพยายามลืมทำไมน้ำแดงจึงอยู่หน้าศาลพระภูมิทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?สยาม ลิโด สกาลา หายไปไหน ย้อนดูโรงหนังที่เคยเป็นหัวใจของสยามสแควร์โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมน้ำแดงจึงอยู่หน้าศาลพระภูมิทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?สยาม ลิโด สกาลา หายไปไหน ย้อนดูโรงหนังที่เคยเป็นหัวใจของสยามสแควร์10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ 2569 จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม
ตั้งกระทู้ใหม่