หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ในน้ำลายมีเชื้อโรคอะไรซ่อนอยู่บ้าง

เขียนโดย ยายขี้บ่น

น้ำลายของคนเราไม่ได้สะอาดปราศจากเชื้อ แต่ก็ไม่ได้เป็นของเหลวอันตรายที่แตะแล้วต้องป่วยทันที ภายในน้ำลายมีจุลชีพจำนวนมาก ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และจุลชีพชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในช่องปาก ส่วนใหญ่ไม่ก่อโรคเมื่อร่างกายแข็งแรงและระบบนิเวศในปากยังสมดุล บางชนิดกลับช่วยแย่งพื้นที่และอาหารจากเชื้อที่เป็นอันตรายด้วยซ้ำ

จุลชีพเหล่านี้ไม่ได้มาจากต่อมน้ำลายทั้งหมด ระหว่างที่น้ำลายไหลผ่านช่องปาก มันจะพาเชื้อจากลิ้น เหงือก ซอกฟัน คราบจุลินทรีย์ กระพุ้งแก้ม และลำคอมาปะปนกัน ดังนั้นผลตรวจน้ำลายจึงสะท้อนสภาพภายในช่องปากได้พอสมควร

กลุ่มที่พบมากที่สุดคือแบคทีเรีย โดยมีหลายร้อยชนิดอาศัยร่วมกัน แบคทีเรียสกุล Streptococcus เป็นสมาชิกสำคัญในช่องปาก บางชนิดอยู่ร่วมกับเราโดยไม่สร้างปัญหา แต่บางชนิดเกี่ยวข้องกับฟันผุ เช่น Streptococcus mutans ซึ่งสามารถใช้น้ำตาลจากอาหารแล้วสร้างกรดออกมาทำลายผิวเคลือบฟัน อย่างไรก็ตาม ฟันผุไม่ได้เกิดจากเชื้อตัวเดียว แต่เกิดจากคราบจุลินทรีย์ น้ำตาล ความถี่ในการกิน สภาพน้ำลาย และการดูแลช่องปากร่วมกัน

แบคทีเรียอย่าง Actinomyces มักเกาะอยู่ตามผิวฟันและบริเวณขอบเหงือก หากคราบสะสมมากและทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อาจมีส่วนทำให้เกิดฟันผุบริเวณรากฟันหรือปัญหาเหงือก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เหงือกร่นและมีอาการปากแห้ง

Veillonella เป็นแบคทีเรียอีกกลุ่มที่พบได้บ่อย มันใช้สารที่แบคทีเรียชนิดอื่นสร้างขึ้นเป็นอาหาร การมีอยู่ของมันจึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายจุลชีพที่ซับซ้อน ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นติดเชื้อหรือมีโรคเสมอไป

ในคนที่มีเหงือกอักเสบหรือปริทันต์อักเสบ อาจพบสัดส่วนของแบคทีเรียบางกลุ่มเพิ่มขึ้น เช่น Porphyromonas gingivalis, Fusobacterium nucleatum, Prevotella และ Treponema เชื้อเหล่านี้ชอบบริเวณที่มีออกซิเจนน้อย เช่น ร่องลึกระหว่างเหงือกกับฟัน เมื่อมีคราบหินปูนและเหงือกอักเสบเรื้อรัง ร่องเหงือกจะลึกขึ้นและกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเชื้อเหล่านี้

เชื้อในกลุ่มโรคเหงือกไม่ได้ทำให้ฟันหลุดในทันที ความเสียหายเกิดจากทั้งเชื้อและปฏิกิริยาการอักเสบของร่างกายที่ดำเนินต่อเนื่อง จึงมักเริ่มจากเหงือกบวม แดง เลือดออกขณะแปรงฟัน มีกลิ่นปาก ก่อนจะลุกลามไปถึงกระดูกรองรับฟันหากไม่ได้รักษา

น้ำลายยังอาจมีแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจหรือโรคติดเชื้ออื่นในช่วงที่เจ้าของน้ำลายกำลังป่วยหรือเป็นพาหะ เช่น Streptococcus pyogenes ที่เกี่ยวข้องกับคออักเสบ และ Streptococcus pneumoniae ที่อาจพบในคอของบางคนได้โดยไม่มีอาการ การพบเชื้อจึงไม่ได้แปลว่าจะเกิดโรคเสมอ ต้องดูปริมาณเชื้อ ตำแหน่งที่พบ ภูมิคุ้มกัน และอาการร่วมกัน

นอกจากแบคทีเรียแล้ว ในช่องปากยังมีเชื้อรา เชื้อที่รู้จักกันมากคือ Candida albicans คนสุขภาพดีจำนวนหนึ่งมีเชื้อนี้อยู่ในปากโดยไม่เกิดอาการ แต่เมื่อสมดุลเปลี่ยน เช่น ใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง ภูมิคุ้มกันต่ำ ใส่ฟันปลอมไม่สะอาด ใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นแล้วไม่บ้วนปาก หรือมีอาการปากแห้ง เชื้ออาจเพิ่มจำนวนจนเกิดฝ้าขาว แสบปาก หรือเชื้อราในช่องปากได้

ไวรัสบางชนิดตรวจพบได้ในน้ำลายเช่นกัน ไวรัสเริมชนิดที่ 1 หรือ HSV-1 สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสน้ำลายหรือแผลเริม โดยเฉพาะช่วงที่มีตุ่มน้ำหรือแผล แม้บางครั้งผู้ติดเชื้อจะปล่อยไวรัสออกมาโดยไม่มีแผลให้เห็น การใช้แก้ว หลอด ลิปสติก หรือของที่สัมผัสปากร่วมกับผู้ที่กำลังมีแผลจึงควรหลีกเลี่ยง

ไวรัสเอปสไตน์–บาร์ หรือ EBV ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคโมโนนิวคลีโอซิส สามารถอยู่ในน้ำลายและแพร่ผ่านการจูบหรือการใช้ของสัมผัสปากร่วมกันได้ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการชัดเจน แต่ไวรัสสามารถคงอยู่ในร่างกายหลังการติดเชื้อครั้งแรก

ไซโตเมกาโลไวรัสหรือ CMV ก็ตรวจพบในน้ำลายได้ โดยทั่วไปคนสุขภาพดีมักไม่มีอาการรุนแรง แต่หญิงตั้งครรภ์และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องระวังมากกว่าคนทั่วไป เพราะการติดเชื้อในบางสถานการณ์อาจมีผลกระทบสำคัญ

ไวรัสคางทูม ไข้หวัดใหญ่ และไวรัสทางเดินหายใจหลายชนิดอาจอยู่ในละอองน้ำลายและสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ การไอ จาม พูดใกล้กัน หรือสัมผัสมือและพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วจับหน้า จึงมีส่วนในการแพร่เชื้อได้ ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดไวรัส ระยะของโรค การระบายอากาศ และระยะเวลาที่อยู่ใกล้กัน

เชื้อโควิด-19 สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในน้ำลายได้ จึงมีการใช้ตัวอย่างน้ำลายในการตรวจบางรูปแบบ การแพร่เชื้อเกิดเด่นผ่านอนุภาคจากทางเดินหายใจที่ออกมาขณะหายใจ พูด ไอ หรือจาม โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดและอากาศถ่ายเทไม่ดี ไม่ควรตีความว่าการแตะน้ำลายเพียงเล็กน้อยจะทำให้ติดเชื้อทุกครั้ง แต่ควรล้างมือและหลีกเลี่ยงการใช้ของสัมผัสปากร่วมกันเมื่อมีคนป่วย

ไวรัสตับอักเสบบีอาจตรวจพบในน้ำลายของผู้ติดเชื้อได้ แต่เส้นทางแพร่สำคัญคือเลือด การมีเพศสัมพันธ์ และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ความเสี่ยงจากการจูบทั่วไปต่ำ เว้นแต่มีเลือด แผลสด หรือเยื่อบุช่องปากเสียหาย ส่วนเอชไอวีไม่แพร่ผ่านน้ำลายในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะปริมาณไวรัสในน้ำลายต่ำมากและน้ำลายมีสารที่ลดความสามารถของเชื้อ การกินข้าวร่วมกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน หรือจูบแบบไม่มีเลือดจึงไม่ใช่ช่องทางแพร่ตามปกติ

คำถามว่าการใช้ช้อน แก้วน้ำ หรือหลอดร่วมกันอันตรายแค่ไหน ไม่มีคำตอบเดียว สำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป ความเสี่ยงจากการใช้ของร่วมกันเป็นครั้งคราวอาจไม่สูง แต่พฤติกรรมนี้สามารถถ่ายทอดน้ำลายและจุลชีพได้จริง โดยเฉพาะเชื้อเริม ไวรัสทางเดินหายใจ และแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับฟันผุ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และคนที่กำลังมีแผลในปากควรระวังมากเป็นพิเศษ

พ่อแม่หรือผู้ดูแลไม่ควรอมจุกนม ชิมอาหารด้วยช้อนเดียวกับเด็ก หรือเคี้ยวอาหารก่อนป้อน เพราะเป็นการถ่ายน้ำลายโดยตรง เด็กยังมีภูมิคุ้มกันและสภาพช่องปากที่กำลังพัฒนา การลดการส่งต่อเชื้อควบคู่กับการแปรงฟันและควบคุมของหวานช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้มากกว่าอาศัยวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

แม้น้ำลายจะมีจุลชีพ แต่น้ำลายเองก็เป็นระบบป้องกันสำคัญ มันช่วยชะล้างเศษอาหาร ลดความเป็นกรด มีแร่ธาตุช่วยซ่อมแซมผิวเคลือบฟัน และมีสารต้านจุลชีพหลายชนิด คนที่น้ำลายน้อยจากยา โรคประจำตัว การฉายรังสี หรือภาวะขาดน้ำจึงมีโอกาสฟันผุ กลิ่นปาก และติดเชื้อราในปากมากขึ้น

การดูแลช่องปากไม่จำเป็นต้องพยายามฆ่าเชื้อให้หมด เพราะเป็นไปไม่ได้และไม่เป็นประโยชน์ เป้าหมายคือรักษาสมดุล แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละสองครั้ง ทำความสะอาดซอกฟัน ลดการกินหวานจุบจิบ ดื่มน้ำให้พอ ไม่สูบบุหรี่ และพบทันตแพทย์เมื่อมีเลือดออกจากเหงือก แผลในปากไม่หาย ฝ้าขาว เจ็บ บวม หรือมีกลิ่นปากต่อเนื่อง

ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในน้ำลายไม่ใช่แค่ “เชื้อโรค” แต่เป็นชุมชนจุลชีพทั้งที่เป็นมิตร เป็นกลาง และอาจก่อโรค การมีเชื้อบางชนิดอยู่ไม่ได้หมายความว่ากำลังป่วยทันที ปัญหามักเกิดเมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนผิดสมดุล ภูมิคุ้มกันอ่อนลง หรือมีการสัมผัสเชื้อก่อโรคในช่วงที่แพร่เชื้อได้ง่าย การรักษาความสะอาดและไม่แลกเปลี่ยนน้ำลายโดยไม่จำเป็นจึงเป็นวิธีป้องกันที่เรียบง่ายและสมเหตุสมผลที่สุด

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคมชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” ทำไมสมองของมนุษย์ถึงสร้าง “ความหลงใหล” ให้เรามองเห็นคนที่ชอบดูดีขึ้น 200%?10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมชีวิตแรกบนโลก หน้าตาเป็นอย่างไรจากภูเขาน้ำแข็งกรีนแลนด์ สู่แก้วค็อกเทลดูไบ ธุรกิจขาย "ความเย็น 100,000 ปี" ที่ถูกคนด่าทั้งโลก! รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ทำไมทารกมีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่10 พืชพันธุ์ที่เหมาะกับการเลี้ยงวัวมากที่สุดพระโสดาบัน ผู้เข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์5 สิ่งแปลกประหลาดที่สุด ที่ถูกสั่งห้ามในประเทศจีน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมสมองของมนุษย์ถึงสร้าง “ความหลงใหล” ให้เรามองเห็นคนที่ชอบดูดีขึ้น 200%?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เจลาโต้ไม่ได้แพงเพราะชื่อ ไอติมกะทิก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิดทำไมสมองของมนุษย์ถึงสร้าง “ความหลงใหล” ให้เรามองเห็นคนที่ชอบดูดีขึ้น 200%?ไม่ต้องผสมพันธุ์ซ้ำก็ออกลูกได้! เคล็ดลับอายุหลายล้านปีที่ทำให้แมลงสาบครองโลกคนทำงานยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้าง? เมื่อความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ตั้งกระทู้ใหม่