คอมมิวนิสต์ไม่ได้หาย แค่เปลี่ยนหน้าตา
หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 หลายคนรู้สึกว่า “คอมมิวนิสต์จบแล้ว” เพราะภาพที่คุ้นเคยในยุคสงครามเย็นหายไปพร้อมกัน ทั้งกำแพงเบอร์ลิน พรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก กองทัพแดง และการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับโซเวียต
แต่ความจริงคือคอมมิวนิสต์ไม่ได้หายไปทั้งหมด มันแยกออกเป็นหลายแบบ บางประเทศยังใช้พรรคคอมมิวนิสต์ปกครอง บางประเทศเก็บเพียงชื่อและโครงสร้างทางการเมืองไว้ แต่เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจไปมากแล้ว ส่วนในหลายพื้นที่ แนวคิดคอมมิวนิสต์ยังอยู่ในรูปของพรรคการเมือง กลุ่มแรงงาน งานเขียน และขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
คำว่า “คอมมิวนิสต์” เดิมหมายถึงแนวคิดที่ต้องการลดหรือยกเลิกการถือครองทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตโดยเอกชน แล้วให้ทรัพยากรสำคัญเป็นของส่วนรวม เป้าหมายในทางทฤษฎีคือสังคมที่ไม่มีชนชั้น ไม่มีนายทุนกดขี่แรงงาน และกระจายผลผลิตอย่างเท่าเทียม
ปัญหาคือเมื่อแนวคิดนี้ถูกนำไปใช้จริงในศตวรรษที่ 20 หลายประเทศไม่ได้ไปถึงสังคมไร้ชนชั้นอย่างที่ทฤษฎีวางไว้ แต่กลายเป็นรัฐที่พรรคการเมืองพรรคเดียวควบคุมอำนาจ โรงงาน ที่ดิน สื่อ กองทัพ และการตัดสินใจทางเศรษฐกิจจากส่วนกลาง
สหภาพโซเวียตเป็นตัวอย่างใหญ่ที่สุด รัฐวางแผนว่าจะผลิตเหล็กเท่าไร ปลูกข้าวเท่าไร สร้างบ้านกี่หลัง และโรงงานแต่ละแห่งต้องทำอะไร ระบบนี้ช่วยให้โซเวียตเร่งสร้างอุตสาหกรรมและพัฒนากำลังทหารได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดปัญหาใหญ่ เพราะผู้วางแผนไม่สามารถรู้ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนทั้งหมดได้
บางช่วงสินค้าที่รัฐสั่งผลิตมีจำนวนมากเกินไป ขณะที่ของใช้จำเป็นกลับขาดแคลน โรงงานเน้นทำให้ได้ตามตัวเลข มากกว่าสนใจคุณภาพ คนทำงานไม่ได้รับแรงจูงใจมากนัก เพราะไม่ว่าจะขยันหรือไม่ รายได้และโอกาสก็มักแตกต่างกันไม่มาก ขณะเดียวกันระบบราชการขยายตัวและกลายเป็นกลุ่มที่มีอภิสิทธิ์เสียเอง
เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของรัฐไม่พอรองรับการแข่งขันด้านอาวุธ และประชาชนเริ่มมองเห็นความเป็นอยู่ของประเทศตะวันตกมากขึ้น ความน่าเชื่อถือของระบบก็ลดลง ประเทศบริวารในยุโรปตะวันออกเริ่มประท้วงและเปลี่ยนรัฐบาล ก่อนที่สหภาพโซเวียตจะแตกออกเป็นหลายประเทศ
เหตุการณ์นี้ทำให้ “คอมมิวนิสต์แบบโซเวียต” เสื่อมอิทธิพลอย่างหนัก หลายประเทศยกเลิกระบบพรรคเดียว ขายกิจการของรัฐ เปิดตลาดเสรี และอนุญาตให้เอกชนถือครองธุรกิจได้มากขึ้น พรรคคอมมิวนิสต์จำนวนมากเปลี่ยนชื่อหรือปรับตัวเป็นพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย ยอมรับการเลือกตั้งและระบบเศรษฐกิจแบบตลาด
แต่ในบางประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์ยังคงปกครองอยู่ เช่น จีน เวียดนาม ลาว คิวบา และเกาหลีเหนือ แม้จะใช้ชื่อคล้ายกัน แต่ระบบจริงของแต่ละประเทศต่างกันมาก
จีนยังปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนและไม่เปิดให้มีการแข่งขันทางการเมืองแบบหลายพรรคในระดับประเทศ แต่ระบบเศรษฐกิจไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ตามความหมายดั้งเดิมทั้งหมดแล้ว จีนเปิดให้เอกชนทำธุรกิจ มีตลาดหุ้น มีมหาเศรษฐี มีการแข่งขันทางการค้า และรับการลงทุนจากต่างประเทศ
รัฐจีนยังควบคุมกิจการสำคัญ เช่น ธนาคาร พลังงาน โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน และมีอำนาจแทรกแซงตลาดสูง จึงมักถูกอธิบายว่าเป็นระบบที่ผสมระหว่างการเมืองแบบพรรคเดียวกับเศรษฐกิจตลาดที่รัฐควบคุมทิศทาง
เวียดนามก็เดินในทางคล้ายกัน หลังจากเศรษฐกิจที่รัฐควบคุมเผชิญปัญหา เวียดนามเริ่มปฏิรูป เปิดให้เอกชนค้าขาย รับเงินลงทุนต่างชาติ และส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดโลก ปัจจุบันโรงงานจำนวนมากในเวียดนามผลิตสินค้าให้บริษัทข้ามชาติ แต่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามยังคงผูกขาดอำนาจทางการเมือง
ลาวยังมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นพรรคที่ควบคุมการเมือง ขณะที่ระบบเศรษฐกิจเปิดให้ธุรกิจเอกชนและการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น เศรษฐกิจจึงไม่ได้ดำเนินแบบรัฐเป็นเจ้าของทุกอย่างเหมือนคอมมิวนิสต์ยุคแรก
คิวบายังคงมีระบบพรรคเดียวและรัฐควบคุมบริการพื้นฐานจำนวนมาก โดยเฉพาะสาธารณสุขและการศึกษา แต่ก็ทยอยอนุญาตให้ประชาชนทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก เปิดร้านอาหาร ให้เช่าที่พัก และทำงานอิสระมากขึ้น เนื่องจากรัฐไม่สามารถจ้างงานและจัดหาสินค้าให้ทุกคนได้เหมือนเดิม
เกาหลีเหนือเรียกตัวเองว่าเป็นรัฐสังคมนิยม แต่ระบบการเมืองในทางปฏิบัติมีลักษณะเฉพาะมาก ทั้งการสืบทอดอำนาจในตระกูลผู้นำ การควบคุมข้อมูลอย่างเข้มงวด และการให้ความสำคัญกับกองทัพ เศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้รัฐ แต่ในชีวิตประจำวันกลับมีตลาดไม่เป็นทางการที่ประชาชนใช้ซื้อขายอาหารและของจำเป็น
จึงไม่ถูกต้องนักที่จะเหมารวมว่าประเทศเหล่านี้เหมือนกันเพียงเพราะมีคำว่า “คอมมิวนิสต์” อยู่ในชื่อพรรค บางประเทศเปิดตลาดอย่างกว้างขวาง บางประเทศยังปิดประเทศ บางประเทศให้เอกชนร่ำรวยได้ แต่ไม่ยอมให้เกิดการแข่งขันทางการเมือง
ในยุโรปตะวันตกและบางประเทศในเอเชีย พรรคคอมมิวนิสต์ยังลงเลือกตั้งตามปกติ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เสนอให้ยึดโรงงานทั้งหมดหรือยกเลิกทรัพย์สินส่วนบุคคลเหมือนในอดีต หลายพรรคหันไปเน้นเรื่องค่าแรง สวัสดิการ ที่อยู่อาศัย สิทธิแรงงาน ภาษีคนรวย และการลดความเหลื่อมล้ำ
แนวคิดบางส่วนที่เคยถูกมองว่าเป็นของฝ่ายคอมมิวนิสต์ ยังถูกนำมาใช้ในประเทศทุนนิยมด้วย เช่น ประกันสังคม การรักษาพยาบาลจากรัฐ การศึกษาฟรี ค่าแรงขั้นต่ำ วันหยุดของแรงงาน ภาษีแบบก้าวหน้า และสหภาพแรงงาน
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประเทศกลายเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะยังมีกรรมสิทธิ์เอกชน ตลาดเสรี บริษัทเอกชน และการแข่งขันทางการเมือง แต่สะท้อนว่าความคิดเรื่องการคุ้มครองแรงงานและลดความเหลื่อมล้ำไม่ได้หายไปพร้อมกับสหภาพโซเวียต
ในประเทศไทย ขบวนการคอมมิวนิสต์เคยมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต่อสู้กับรัฐบาลผ่านสงครามกองโจรในชนบท มีกำลังอยู่ตามป่าเขาหลายภูมิภาค และได้รับอิทธิพลจากกระแสคอมมิวนิสต์ในจีน เวียดนาม และลาว
ขบวนการนี้อ่อนกำลังลงจากหลายสาเหตุ ทั้งการเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลที่เปิดทางให้ผู้เข้าร่วมกลับคืนสู่สังคม ความขัดแย้งภายใน การลดลงของการสนับสนุนจากต่างประเทศ และสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนไป หลายคนออกจากป่า กลับมาเรียน ทำงาน หรือเข้าร่วมการเมืองในระบบ
หลังจากนั้นคำว่า “คอมมิวนิสต์” ในไทยค่อย ๆ หายจากชีวิตประจำวัน แต่ความขัดแย้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่ดิน สิทธิแรงงาน และอำนาจของชนชั้นนำยังคงอยู่ เพียงแต่ถูกพูดด้วยคำใหม่ เช่น รัฐสวัสดิการ ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การกระจายอำนาจ หรือประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ
สาเหตุที่คอมมิวนิสต์แบบเดิมลดความนิยม ไม่ได้มีเพียงเพราะฝ่ายตะวันตกชนะสงครามเย็น แต่เพราะหลายรัฐคอมมิวนิสต์ไม่สามารถแก้ปัญหาการผูกขาดอำนาจได้ เมื่อประชาชนตรวจสอบรัฐบาลไม่ได้ พรรคเดียวก็มีโอกาสกลายเป็นชนชั้นปกครองชุดใหม่แทนชนชั้นเดิม
ระบบที่ประกาศว่าทุกคนเท่าเทียม จึงอาจเกิดความไม่เท่าเทียมอีกรูปแบบหนึ่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าถึงบ้านดี ร้านค้าพิเศษ โรงพยาบาลเฉพาะ และโอกาสทางการศึกษาที่มากกว่าคนทั่วไป ความเหลื่อมล้ำไม่ได้หาย เพียงเปลี่ยนจากความมั่งคั่งทางธุรกิจเป็นอภิสิทธิ์จากตำแหน่งทางการเมือง
อีกปัญหาคือการควบคุมข้อมูล รัฐคอมมิวนิสต์หลายแห่งมองว่าสื่ออิสระและฝ่ายค้านเป็นภัยต่อการปฏิวัติ จึงจำกัดเสรีภาพในการพูด การรวมกลุ่ม และการวิจารณ์ เมื่อไม่มีข้อมูลตรงไปตรงมา ผู้นำก็อาจไม่รู้ว่าประชาชนกำลังขาดแคลนอะไร หรือรู้แต่ไม่มีแรงกดดันให้แก้ไข
อย่างไรก็ตาม ระบบทุนนิยมก็ไม่ได้ชนะทุกปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ค่าครองชีพ การผูกขาดของบริษัทขนาดใหญ่ หนี้ครัวเรือน บ้านราคาแพง และแรงงานที่ขาดอำนาจต่อรอง ทำให้แนวคิดฝ่ายซ้ายกลับมาได้รับความสนใจเป็นระยะ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าทำงานหนักแต่ไม่มีโอกาสมั่นคงเหมือนคนรุ่นก่อน
คนเหล่านี้จำนวนมากไม่ได้ต้องการยกเลิกตลาดหรือให้รัฐยึดกิจการทั้งหมด แต่ต้องการให้รัฐควบคุมทุนผูกขาด เก็บภาษีคนรวยมากขึ้น จัดบริการสาธารณะที่ดี และทำให้แรงงานมีส่วนแบ่งจากเศรษฐกิจมากกว่าเดิม
ดังนั้นเมื่อถามว่าคอมมิวนิสต์หายไปไหน คำตอบคือคอมมิวนิสต์แบบสหภาพโซเวียตหายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนประเทศที่ยังใช้ชื่อคอมมิวนิสต์ก็ปรับตัวจนไม่เหมือนตำราเดิม หลายแห่งยอมรับตลาดและธุรกิจเอกชน แต่ยังรักษาระบบพรรคเดียวไว้
ขณะที่แนวคิดเรื่องความเสมอภาค สิทธิแรงงาน การกระจายทรัพย์สิน และการวิจารณ์นายทุนยังไม่หาย เพียงกระจายไปอยู่ในพรรคฝ่ายซ้าย นโยบายรัฐสวัสดิการ สหภาพแรงงาน และการเคลื่อนไหวทางสังคมรูปแบบใหม่
คอมมิวนิสต์จึงไม่ได้หายไปจากโลก มันเลิกเป็นขั้วอำนาจเดียวที่ยืนตรงข้ามทุนนิยม แล้วแตกตัวออกเป็นทั้งรัฐบาลพรรคเดียว ระบบเศรษฐกิจผสม พรรคการเมืองในระบอบเลือกตั้ง และแนวคิดที่ซ่อนอยู่ในนโยบายสังคมหลายอย่างที่ผู้คนใช้กันจนลืมไปแล้วว่าเคยมีที่มาจากการต่อสู้ของฝ่ายซ้าย
สอนลูกให้หยุดบูลลี่ก่อนทำร้ายใคร
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
10 เมืองร้างทั่วโลก จากอดีตอันรุ่งเรืองสู่เมืองผีไร้ผู้คน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ขับรถมาเป็นสิบปีทำไม "ล้อหลัง" ถึงวิ่งไล่ตามล้อหน้าไม่ทัน
บิล มอร์แกน ชายผู้รอดชีวิต ก่อนขูดลอตเตอรี่ถูกรางวัล 2 ครั้ง
ชื่อสัตว์เลี้ยงยอดนิยม รวมไอเดียตั้งชื่อหมา–แมว เรียกง่ายและน่ารัก
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
เสียงเครื่องตัดหญ้า ทำไมเรียกฝูงจักจั่นได้
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
บิล มอร์แกน ชายผู้รอดชีวิต ก่อนขูดลอตเตอรี่ถูกรางวัล 2 ครั้ง
ทำไม "ปลาหมอคางดำ" ถึงน่ากลัว? ปลาต่างถิ่นที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของไทย
"กินสับปะรดแล้วแสบลิ้น" เลือดซึม? เจาะลึกเอนไซม์ Bromelain ตัวการร้ายที่คุณอาจไม่เคยรู้
ชื่อสัตว์เลี้ยงยอดนิยม รวมไอเดียตั้งชื่อหมา–แมว เรียกง่ายและน่ารัก
ฉลามเก่าแก่กว่าต้นไม้จริงหรือ
What pet owners should know before buying a wellness plan
