เปิดรายได้คนขายลอตเตอรี่ กำไรต่อใบเท่าไร เดือนหนึ่งเหลือเงินจริงกี่บาท?
เปิดรายได้คนขายลอตเตอรี่ กำไรต่อใบเท่าไร เดือนหนึ่งเหลือเงินจริงกี่บาท?
รายได้ของคนขายลอตเตอรี่ไม่ได้มาในรูปเงินเดือนประจำ แต่คำนวณจาก กำไรต่อใบ และจำนวนสลากที่ขายได้ในแต่ละงวด โดยปกติสลากกินแบ่งรัฐบาลออกรางวัลเดือนละ 2 งวด คือวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน
คนขายจะมีรายได้มากหรือน้อยจึงขึ้นอยู่กับสองเรื่องสำคัญ ได้แก่ รับสลากมาจากแหล่งใด และ ขายหมดกี่ใบ เพราะถึงแม้จะถือสลากจำนวนมาก แต่หากขายไม่หมด กำไรที่ได้จากใบอื่นอาจต้องนำมาชดเชยต้นทุนของสลากที่เหลือ
1. ได้โควตาตรงจากกองสลาก กำไรใบละ 9.60 บาท
กรณีได้รับโควตาหรือสิทธิซื้อสลากโดยตรง ต้นทุนตามข้อมูลในต้นฉบับอยู่ที่ ใบละ 70.40 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายตามที่กำหนดไว้บนสลากคือ ใบละ 80 บาท
เมื่อขายในราคา 80 บาท ผู้ขายจะมีกำไรขั้นต้นประมาณ
80 − 70.40 = 9.60 บาทต่อใบ
โดยทั่วไป ผู้ค้ารายย่อยหรือผู้ได้รับสิทธิจองซื้ออาจได้รับการจัดสรรประมาณ 5 เล่ม หรือรวม 500 ใบต่องวด
หากขายหมดทั้ง 500 ใบ จะคำนวณกำไรได้ดังนี้
500 × 9.60 = 4,800 บาทต่องวด
เมื่อหนึ่งเดือนมี 2 งวด รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นจะอยู่ที่ประมาณ
4,800 × 2 = 9,600 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นกรณีขายหมดทุกใบ และยังไม่ได้หักค่าเดินทาง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าอาหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายระหว่างออกขาย
2. รับต่อจากพ่อค้าคนกลาง ต้นทุนสูงและเสี่ยงกว่า
ผู้ค้าหลายรายไม่ได้รับโควตาโดยตรง จึงต้องรับสลากต่อจากพ่อค้าคนกลางหรือที่เรียกกันว่า ยี่ปั๊ว ทำให้ต้นทุนสูงกว่ากรณีรับตรง
ตามตัวเลขประมาณการในต้นฉบับ ต้นทุนอาจอยู่ที่ประมาณ 85–95 บาทขึ้นไปต่อใบ ขึ้นอยู่กับเลขที่ได้รับ ความต้องการของตลาด และช่วงเวลาที่รับสลากมาขาย
ผู้ขายบางรายจึงนำไปจำหน่ายต่อในราคา 100–120 บาทขึ้นไป และอาจเหลือส่วนต่างเฉลี่ยประมาณ 8–15 บาทต่อใบ

อย่างไรก็ตาม ราคาที่กำหนดบนสลากกินแบ่งรัฐบาลคือ 80 บาท การเสนอขายหรือขายเกินราคาที่กำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรคำนึงถึงข้อกำหนดทางกฎหมายด้วย
ผู้ค้าที่เดินขายหรือเปิดแผงเองมักรับสลากประมาณ 500–1,000 ใบต่องวด หากขายได้ตามเป้าหมาย อาจมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายประมาณ
-
5,000–12,000 บาทต่องวด
-
หรือประมาณ 10,000–24,000 บาทต่อเดือน
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่รายได้ที่รับประกัน เพราะกำไรจริงขึ้นอยู่กับต้นทุนที่รับมา จำนวนที่ขายได้ และสลากที่เหลือหลังปิดการขาย
3. ขายไม่หมด อาจเสียกำไรทั้งงวด
ลอตเตอรี่เป็นสินค้าที่มีอายุการขายจำกัด เมื่อถึงเวลาออกรางวัล สลากที่ยังขายไม่หมดจะไม่สามารถนำไปขายในงวดถัดไปได้
ตัวอย่างเช่น ผู้ขายมีกำไรใบละ 10 บาท และขายได้ 450 ใบ จะมีกำไร 4,500 บาท แต่หากเหลือสลากต้นทุนใบละ 90 บาทจำนวน 50 ใบ ต้นทุนที่ค้างอยู่จะเท่ากับ 4,500 บาท พอดีกับกำไรที่ขายได้ก่อนหน้า
จึงมีโอกาสที่ผู้ขายจะทำงานมาตลอดทั้งงวด แต่สุดท้ายแทบไม่เหลือกำไรเลย หรืออาจขาดทุนหากมีสลากค้างมากกว่านั้น
ผู้ค้าบางรายจึงยอมลดราคาในช่วงก่อนออกรางวัล เพื่อให้ได้เงินต้นกลับคืนมาบางส่วน แทนที่จะถือสลากที่ขายไม่หมดไว้ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายที่ต้องหักออกจากกำไร
รายได้จากการขายลอตเตอรี่ยังไม่ใช่เงินที่เหลือเข้ากระเป๋าทั้งหมด เพราะผู้ขายอาจมีค่าใช้จ่ายประกอบอาชีพอีกหลายรายการ เช่น
-
ค่าเดินทางและค่าน้ำมัน
-
ค่าเช่าแผงหรือค่าพื้นที่ขาย
-
ค่าอาหารระหว่างเดินขาย
-
ค่าที่พักสำหรับผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด
-
ค่าถุง แผง หรืออุปกรณ์เก็บสลาก
-
ความเสียหายจากสลากสูญหาย เปียก หรือชำรุด
ดังนั้น ผู้ที่มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท อาจเหลือเงินจริงต่ำกว่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไกลหรือมีค่าเช่าทำเลประจำ
สลากดิจิทัลทำให้การแข่งขันด้านราคาชัดขึ้น
อีกปัจจัยหนึ่งคือ สลากดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งเป็นสลากของตัวแทนจำหน่ายรายย่อยที่นำมาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังแผงขาย
เมื่อประชาชนเข้าถึงสลากราคา 80 บาทได้สะดวกขึ้น ผู้ค้าแบบเดินขายหรือแผงทั่วไปจึงอาจตั้งราคาสูงได้ยากกว่าเดิม โดยเฉพาะเลขทั่วไปที่ไม่ได้มีความต้องการสูงเป็นพิเศษ
ในอีกด้านหนึ่ง สลากดิจิทัลก็เป็นอีกช่องทางของตัวแทนรายย่อย ไม่ได้หมายความว่าสลากทั้งหมดเป็นของสำนักงานสลากฯ โดยตรง เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าสลากที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มเป็นของตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
สรุปคนขายลอตเตอรี่มีรายได้เท่าไร?
จากตัวเลขในต้นฉบับ คนขายลอตเตอรี่รายย่อยที่รับสลากประมาณ 500–1,000 ใบต่องวด อาจมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000–24,000 บาทต่อเดือน
ส่วนรายได้สุทธิที่มักเหลือจริงอาจอยู่ในช่วงประมาณ 10,000–20,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับต้นทุน จำนวนที่ขายหมด ทำเล ค่าเดินทาง และความสามารถในการจัดการสลากค้างแผง
จุดสำคัญคือ จำนวนสลากที่ถืออยู่ไม่เท่ากับรายได้ ผู้ขายต้องขายให้ได้มากพอภายในเวลาจำกัด และต้องควบคุมสลากเหลือให้ดี เพราะเพียงเหลือไม่กี่สิบใบ กำไรที่สะสมมาตลอดงวดก็อาจหายไปทั้งหมดได้
หมายเหตุ: ตัวเลขต้นทุนจากพ่อค้าคนกลาง ราคาขายจริง ปริมาณการจัดสรร และรายได้เฉลี่ยในบทความนี้เป็นข้อมูลประมาณการจากต้นฉบับ ซึ่งไม่มีข้อมูลแหล่งที่มารองรับครบทุกตัวเลข รายได้จริงของผู้ขายแต่ละรายจึงอาจแตกต่างกัน และควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มเติม
REFERENCES:
https://www.glo.or.th/mission/distribution/selling-punish
https://www.glo.or.th/service/faq/digital-lottery
https://gdcatalog.glo.or.th/dataset/dataset_c6-1-3_01
https://www.glo.or.th/mission/distribution/selling-qualification
ไม่มีข้อมูลแหล่งที่มาในต้นฉบับสำหรับตัวเลขต้นทุน 70.40 บาท ต้นทุนจากพ่อค้าคนกลาง 85–95 บาท ปริมาณ 500–1,000 ใบ และรายได้เฉลี่ยรายเดือน จึงคงตัวเลขเดิมไว้โดยระบุว่าเป็นข้อมูลประมาณการจากต้นฉบับ
พระโสดาบัน ผู้เข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
10 ดอกไม้มีประโยชน์ในไทย กินได้ ใช้เป็นสมุนไพร และสร้างรายได้
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
ทำไมคนหลายภาษายังเผลอด่าเป็นภาษาแม่
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
10 พืชพันธุ์ที่เหมาะกับการเลี้ยงวัวมากที่สุด
รู้จักชาวกะเหรี่ยงให้มากกว่าภาพจำ
ทำไมกลิ่นตัวถึงถูกเรียกว่า “กลิ่นเต่า”
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ไม่ต้องผสมพันธุ์ซ้ำก็ออกลูกได้! เคล็ดลับอายุหลายล้านปีที่ทำให้แมลงสาบครองโลก
คนทำงานยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้าง? เมื่อความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
จากภูเขาน้ำแข็งกรีนแลนด์ สู่แก้วค็อกเทลดูไบ ธุรกิจขาย "ความเย็น 100,000 ปี" ที่ถูกคนด่าทั้งโลก!
ประเทศที่เคยทำสงครามกับนก... แล้วเป็นฝ่ายแพ้