ห้องสมุดที่ให้ยืม “คน” แทนหนังสือ
ถ้าเดินเข้าไปในห้องสมุดแล้วเห็นชั้นหนึ่งเขียนว่า “ตำรวจ” อีกเล่มเขียนว่า “มุสลิม” อีกเล่มเขียนว่า “ผู้พิการ” หรือ “ผู้ลี้ภัย” หลายคนคงสงสัยว่าห้องสมุดแห่งนี้จัดหมวดหนังสือกันแปลกเกินไปหรือเปล่า
แต่ที่นี่ไม่ได้มีหนังสือแบบที่เราคุ้นเคย
เพราะ “หนังสือ” ที่อยู่บนชั้นคือคนจริง ๆ
แนวคิดนี้มีชื่อว่า Human Library หรือห้องสมุดมนุษย์ เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี 2000 โดย Ronni Abergel, Dany Abergel, Asma Mouna และ Christoffer Erichsen จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในงาน Roskilde Festival และในครั้งแรกมี “หนังสือ” ที่เป็นคนมากกว่า 50 หัวข้อ เปิดให้ผู้เข้าร่วมพูดคุยเป็นเวลาหลายวัน มีคนเข้ามาใช้แนวคิดนี้มากกว่า 1,000 คน จนผู้จัดงานเห็นว่ามันมีพลังมากกว่าที่คาดไว้
วิธีการทำงานฟังดูคล้ายห้องสมุดจริง ๆ แต่เปลี่ยนจากการยืมหนังสือเป็นการ ยืมคนมาพูดคุย
คนที่สมัครเป็น “หนังสือ” จะเป็นอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับหัวข้อที่ตัวเองนำเสนอ จากนั้นผู้อ่านสามารถเลือกหนังสือที่สนใจ แล้วนั่งพูดคุย ถามคำถาม และฟังเรื่องราวจากเจ้าของประสบการณ์โดยตรง
ตัวอย่างเช่น หากใครมีภาพจำว่าคนบางกลุ่มเป็นแบบหนึ่งแบบใด ก็สามารถเลือก “ยืม” หนังสือที่มีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนั้นมาพูดคุยได้
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ไม่ได้มีหนังสือให้เลือกเฉพาะเรื่องที่อ่านแล้วสบายใจ
Human Library ตั้งใจเปิดพื้นที่สำหรับเรื่องที่คนทั่วไปอาจมีความเข้าใจผิด มีอคติ หรือไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดคุยกับคนจากกลุ่มนั้นโดยตรง หนังสือจึงอาจเป็นผู้ที่มีความพิการ คนจากกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพหรือการถูกตีตราทางสังคม รวมถึงผู้ที่มีอาชีพหรือวิถีชีวิตที่คนทั่วไปอาจมีภาพจำบางอย่างอยู่แล้ว
แนวคิดนี่เองที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเวลาเราอ่านหนังสือ เราสามารถปิดหนังสือเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์จริง ๆ เรื่องราวที่ได้ยินจะมีทั้งน้ำเสียง สีหน้า ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ไม่สามารถใส่ลงไปในกระดาษได้ทั้งหมด
และ “หนังสือ” เองก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบทุกคำถาม
กติกาของ Human Library เน้นให้ผู้อ่านเคารพหนังสือ มีความอยากรู้อยากเห็น และรักษาขอบเขตของการสนทนา ที่สำคัญทั้งผู้อ่านและหนังสือสามารถยุติการสนทนาได้หากรู้สึกว่าไม่ต้องการพูดต่อ
คนที่ทำหน้าที่เป็นหนังสือก็ไม่ได้ถูกจ้างมาเล่าเรื่อง
พวกเขาเป็น อาสาสมัคร และต้องผ่านกระบวนการสมัคร สัมภาษณ์ และฝึกอบรมก่อนเข้าร่วมกิจกรรม โดยองค์กรระบุว่าหน้าที่ของหนังสือเป็นงานอาสาสมัครและไม่มีค่าตอบแทนสำหรับชั่วโมงที่ใช้ในการทำหน้าที่ดังกล่าว
คำว่า “ยืมคน” จึงเป็นเพียงวิธีเปรียบเปรยของระบบ ไม่ได้หมายความว่าใครสามารถพาคนกลับบ้านได้เหมือนยืมหนังสือจากห้องสมุด
ยืมได้แค่เวลา และสิ่งที่สามารถนำกลับไปที่บ้านได้ก็คือ เรื่องราวกับมุมมองใหม่ ๆ
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเดนมาร์ก
จากกิจกรรมเล็ก ๆ ในปี 2000 Human Library ค่อย ๆ ขยายไปยังหลายประเทศ ปัจจุบันองค์กรระบุว่ามีการจัดกิจกรรมหรือมีเครือข่ายใน มากกว่า 85 ประเทศ และกิจกรรมไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องสมุดเท่านั้น แต่ยังจัดในพิพิธภัณฑ์ โรงเรียน มหาวิทยาลัย เทศกาล งานประชุม และช่องทางออนไลน์ด้วย
บางแห่งยังจัดเป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุยโดยเฉพาะ เช่น Reading Garden ในกรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งเปิดให้ผู้คนเข้ามาเลือก “หนังสือมนุษย์” แล้วพูดคุยกันแบบตัวต่อตัว
ฟังดูแล้วอาจเป็นห้องสมุดที่แปลกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แต่เมื่อคิดดี ๆ แนวคิดนี้กลับมีบางอย่างที่เหมือนห้องสมุดแบบดั้งเดิมมากกว่าที่คิด
ห้องสมุดทั่วไปทำให้เราได้อ่านเรื่องราวของคนที่เราอาจไม่มีวันได้พบ
ส่วน Human Library พยายามทำอีกขั้นหนึ่ง
ให้เราได้พบกับคนที่เราอาจไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสนั่งคุยด้วย
และบางครั้งสิ่งที่เปลี่ยนความคิดของคนเราอาจไม่ใช่หนังสือหนาหลายร้อยหน้า
แต่อาจเป็นการนั่งตรงข้ามคนแปลกหน้าสักคน แล้วถามคำถามที่ไม่เคยกล้าถาม
จากนั้นก็พบว่า คนที่เคยถูกมองผ่านภาพจำหนึ่งภาพ จริง ๆ แล้วมีชีวิต มีเหตุผล มีความฝัน มีความกลัว และมีเรื่องราวมากกว่าที่เราเคยคิด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิดของ Human Library ใช้คำว่า “อย่าตัดสินหนังสือจากปก”
เพราะครั้งนี้ “ปก” ไม่ได้อยู่บนกระดาษ
มันคือรูปลักษณ์ อาชีพ อายุ ความเชื่อ หรือสิ่งที่เรามองเห็นในตัวคนคนหนึ่งตั้งแต่แรกพบ
ส่วนเนื้อหาข้างในนั้น ต้องใช้การพูดคุยถึงจะได้อ่าน
บางทีห้องสมุดที่น่าสนใจที่สุดในโลก อาจไม่ใช่ห้องสมุดที่มีหนังสือเก่าที่สุดหรือมีจำนวนหนังสือที่มากที่สุด
แต่อาจเป็นห้องสมุดที่ทำให้เรากลับออกไปพร้อมความเข้าใจคนอื่นมากกว่าเดิม
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
น้ำผลไม้คั้นสดช่วยดีท็อกซ์จริงหรือ?
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
เซนทูริเป เมืองโบราณบนยอดเขาซิซิลีที่มีผังคล้ายรูปมนุษย์
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
ประเทศที่กินข้าวเหนียวมากที่สุดในโลกไม่ใช่ไทย! คำตอบอาจทำให้คุณแปลกใจ
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
น้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?
ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?
ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?



