หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เนยถั่วกลายเป็นเพชรได้จริงแค่ไหน

เขียนโดย nattawat25800

ฟังดูเหมือนมุกจากห้องทดลอง แต่เรื่องนี้มีส่วนที่เป็นความจริง นักวิทยาศาสตร์เคยใช้เนยถั่วเป็นวัตถุดิบที่มีคาร์บอน แล้วนำไปอยู่ภายใต้แรงดันมหาศาลจนเกิดผลึกเพชรขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม ภาพที่ควรนึกถึงไม่ใช่การเอาเนยถั่วหนึ่งกระปุกเข้าเครื่อง แล้วเปิดออกมาเจอเพชรเม็ดโตอยู่ข้างใน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมีขนาดเล็กมาก ใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง และทำขึ้นเพื่อศึกษาสภาพภายในโลกมากกว่าจะผลิตเครื่องประดับ

เหตุผลที่เนยถั่วมีโอกาสกลายเป็นเพชรได้ อยู่ที่ธาตุพื้นฐานชนิดเดียวกัน นั่นคือคาร์บอน

เพชรไม่ได้ประกอบด้วยสารลึกลับหรือธาตุหายากเป็นพิเศษ เนื้อเพชรเกือบทั้งหมดคืออะตอมของคาร์บอน เพียงแต่อะตอมเหล่านั้นถูกจัดเรียงตัวเป็นโครงสร้างผลึกที่แน่นและแข็งแรงมาก ต่างจากกราไฟต์ในไส้ดินสอที่มีคาร์บอนเหมือนกัน แต่เรียงตัวอีกแบบหนึ่ง จึงมีลักษณะนิ่มและหลุดออกมาเป็นรอยเขียนได้

เนยถั่วก็มีคาร์บอนจำนวนมาก เพราะไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตล้วนเป็นสารประกอบที่มีคาร์บอนอยู่ในโมเลกุล หลักการจึงไม่ได้หมายความว่า “เนยถั่วมีเพชรซ่อนอยู่” แต่หมายถึงคาร์บอนจากเนยถั่วสามารถถูกแยกและจัดเรียงใหม่ภายใต้สภาพที่เหมาะสม

การทดลองที่กลายเป็นข่าวดังเกี่ยวข้องกับงานของแดน ฟรอสต์ นักธรณีเคมีผู้ศึกษาวัสดุภายใต้แรงดันสูง งานหลักของเขาคือการจำลองสภาพที่เกิดขึ้นลึกลงไปในชั้นเนื้อโลก ซึ่งเป็นบริเวณที่มนุษย์ไม่สามารถลงไปเก็บตัวอย่างโดยตรงได้

นักวิทยาศาสตร์จึงต้องสร้างสภาพจำลองขึ้นมาในห้องทดลอง พวกเขานำตัวอย่างขนาดเล็กมากไปบีบด้วยเครื่องอัดที่สร้างแรงดันได้สูงกว่าความดันบรรยากาศหลายแสนเท่า บางการทดลองใช้หัวกดที่ทำจากเพชรเพื่อสร้างแรงกดในพื้นที่เล็กจิ๋ว พร้อมให้ความร้อนและตรวจดูว่าอะตอมภายในตัวอย่างเปลี่ยนโครงสร้างอย่างไร

ระหว่างการศึกษาพฤติกรรมของคาร์บอนภายใต้สภาพเช่นนี้ ทีมทดลองได้ลองใช้เนยถั่วซึ่งเป็นวัสดุที่มีคาร์บอนสูง เมื่อถูกอัดด้วยแรงดันที่รุนแรง คาร์บอนบางส่วนสามารถเรียงตัวเป็นโครงสร้างของเพชรได้จริง

จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ เพชรที่เกิดขึ้นถือเป็นเพชรในแง่ของโครงสร้างผลึก ไม่ใช่เพียงวัสดุใสที่หน้าตาคล้ายเพชร คาร์บอนได้จัดเรียงตัวในรูปแบบเดียวกับเพชรธรรมชาติ เพียงแต่มีขนาดและคุณภาพต่างจากเพชรที่นำไปเจียระไนเป็นเครื่องประดับ

ปัญหาใหญ่คือเนยถั่วไม่ได้มีเพียงคาร์บอน มันยังมีไฮโดรเจน ออกซิเจน และธาตุอื่นปะปนอยู่ เมื่อผ่านแรงดันและอุณหภูมิสูง สารเหล่านี้อาจแตกตัวหรือเกิดปฏิกิริยาใหม่ โดยเฉพาะไฮโดรเจนที่ถูกปล่อยออกมาและรบกวนการทดลอง

รายงานเกี่ยวกับการทดลองระบุว่า ไฮโดรเจนทำให้ชุดทดลองเสียหายในที่สุด แต่ก่อนที่กระบวนการจะพัง คาร์บอนบางส่วนได้เปลี่ยนเป็นเพชรไปแล้ว ผลที่ได้จึงแสดงว่าแนวคิดนี้เป็นไปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเนยถั่วเป็นวัตถุดิบที่ดีสำหรับโรงงานผลิตเพชร

ความจริงแล้ว หากต้องการผลิตเพชรสังเคราะห์ การเริ่มจากคาร์บอนที่บริสุทธิ์และควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าย่อมเหมาะสมกว่า เนยถั่วมีส่วนประกอบซับซ้อนเกินไป ต้องจัดการกับสิ่งเจือปนจำนวนมาก และให้ผลผลิตน้อยเมื่อเทียบกับพลังงานและอุปกรณ์ที่ใช้

เพชรสังเคราะห์ที่ผลิตในอุตสาหกรรมมักใช้วิธีแรงดันสูงและอุณหภูมิสูง โดยนำแหล่งคาร์บอนบริสุทธิ์ไปไว้ในสภาพที่เลียนแบบการก่อตัวของเพชรใต้พื้นโลก อีกวิธีหนึ่งคือใช้ก๊าซที่มีคาร์บอน แล้วทำให้คาร์บอนค่อย ๆ เกาะและเติบโตเป็นชั้นผลึกในห้องควบคุม

ทั้งสองวิธีมีประสิทธิภาพและควบคุมผลลัพธ์ได้ดีกว่าการเอาอาหารเข้าเครื่องอัด ดังนั้นจึงแทบไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่จะผลิตเพชรจากเนยถั่วจริงจัง

คำว่า “เพชรแท้” ในเรื่องนี้ก็ต้องแยกให้ชัด เพชรที่สร้างในห้องทดลองสามารถเป็นเพชรแท้ทางเคมีและทางกายภาพได้ เพราะมีโครงสร้างคาร์บอนแบบเดียวกับเพชรธรรมชาติ ต่างกันตรงแหล่งกำเนิด เพชรธรรมชาติก่อตัวอยู่ใต้โลกเป็นเวลานาน ส่วนเพชรสังเคราะห์เติบโตภายในเครื่องมือที่มนุษย์ควบคุม

แต่ผลึกจากการทดลองด้วยเนยถั่วไม่ได้กลายเป็นเพชรเม็ดงามพร้อมขึ้นตัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นผลึกเล็กมากและมีสิ่งเจือปน เหมาะสำหรับแสดงให้เห็นว่าคาร์บอนจากวัตถุดิบที่ดูไม่น่าเกี่ยวข้องสามารถเปลี่ยนโครงสร้างได้มากกว่า

ความสำคัญของการทดลองจึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนของกินราคาธรรมดาให้กลายเป็นของมีค่า แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจว่าคาร์บอนเคลื่อนที่และเปลี่ยนรูปอย่างไรภายในโลก

คาร์บอนบนพื้นผิวโลกอาจอยู่ในอากาศ มหาสมุทร สิ่งมีชีวิต หรือหิน เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว วัสดุบางส่วนสามารถถูกพาลงไปยังบริเวณที่ลึกกว่า ภายใต้แรงดันและอุณหภูมิสูง คาร์บอนอาจเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแร่ชนิดต่าง ๆ รวมถึงเพชร

การรู้ว่ากระบวนการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ช่วยให้นักธรณีวิทยาเข้าใจวงจรคาร์บอนของโลก ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ระหว่างอากาศ ต้นไม้ และมหาสมุทรเท่านั้น แต่ยังมีส่วนที่หมุนเวียนอยู่ลึกลงไปในชั้นเนื้อโลกเป็นเวลายาวนานมาก

เรื่องเนยถั่วกลายเป็นเพชรจึงจริง แต่จริงในความหมายที่เฉพาะเจาะจงมาก นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เปลี่ยนเนยถั่วทั้งก้อนให้กลายเป็นอัญมณี พวกเขาใช้คาร์บอนที่อยู่ในเนยถั่ว แล้วบังคับให้อะตอมบางส่วนเรียงตัวเป็นผลึกเพชรภายใต้แรงดันรุนแรง

ต่อให้มีเนยถั่วเต็มครัว ก็ยังขาดเครื่องอัดแรงดันสูง ระบบให้ความร้อน ห้องทดลอง และความรู้ในการควบคุมปฏิกิริยา ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในการทำเพชรชิ้นเล็ก ๆ ด้วยวิธีนี้อาจสูงกว่ามูลค่าของเพชรที่ได้เสียอีก

สิ่งที่การทดลองทิ้งไว้จึงไม่ใช่สูตรรวยจากกระปุกเนยถั่ว แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า คุณสมบัติของวัสดุไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่ามันทำจากธาตุอะไร ยังขึ้นอยู่กับว่าอะตอมเหล่านั้นเรียงตัวและเชื่อมต่อกันแบบไหนด้วย

คาร์บอนชุดเดียวกันอาจเป็นเขม่าดำ ไส้ดินสอ เนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต ไขมันในเนยถั่ว หรือผลึกเพชรที่แข็งมากก็ได้ ความแตกต่างอยู่ที่โครงสร้างและสภาพแวดล้อมที่ทำให้อะตอมจัดเรียงตัวใหม่ เรื่องแปลกจากห้องทดลองนี้จึงไม่ได้บอกแค่ว่าเนยถั่วทำเพชรได้ แต่ยังเผยให้เห็นว่าธรรมชาติสามารถเปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้มีคุณสมบัติต่างกันอย่างสุดขั้วได้จริง

เนื้อหาโดย: nattawat25800
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 พืชพันธุ์ที่เหมาะกับการเลี้ยงวัวมากที่สุดสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม10 ดอกไม้มีประโยชน์ในไทย กินได้ ใช้เป็นสมุนไพร และสร้างรายได้ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” พระโสดาบัน ผู้เข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำรู้จักชาวกะเหรี่ยงให้มากกว่าภาพจำรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 ปราสาทสุดหลอนของโลก ที่มีตำนานเล่าขานมาหลายร้อยปีทำไมกลิ่นตัวถึงถูกเรียกว่า “กลิ่นเต่า”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไม่ต้องผสมพันธุ์ซ้ำก็ออกลูกได้! เคล็ดลับอายุหลายล้านปีที่ทำให้แมลงสาบครองโลกคนทำงานยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้าง? เมื่อความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไปจากภูเขาน้ำแข็งกรีนแลนด์ สู่แก้วค็อกเทลดูไบ ธุรกิจขาย "ความเย็น 100,000 ปี" ที่ถูกคนด่าทั้งโลก! ประเทศที่เคยทำสงครามกับนก... แล้วเป็นฝ่ายแพ้
ตั้งกระทู้ใหม่