เลือดหนักแค่ไหนในร่างกายเรา
ลองนึกภาพคนหนัก 60 กิโลกรัม หากใช้ตัวเลขประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักของเลือดทั้งหมดในร่างกายจะอยู่ราว 4.8 กิโลกรัม หรือมีปริมาตรใกล้เคียง 4–5 ลิตร ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเลือดไม่ใช่ของเหลวปริมาณเล็กน้อยที่ไหลอยู่ตามเส้นเลือด แต่เป็นส่วนสำคัญของน้ำหนักตัวที่ต้องหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เลือดคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว” เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน โดยทั่วไปผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักอยู่ในช่วงปกติมักมีเลือดประมาณ 70 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งเทียบได้กับประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการพูดว่า 8 เปอร์เซ็นต์เป็นการปัดให้จำง่าย และยังอยู่ในช่วงที่ใช้บอกข้อมูลทั่วไปได้
ถ้าคนหนึ่งหนัก 50 กิโลกรัม อาจมีเลือดอยู่ประมาณ 3.5–4 ลิตร คนหนัก 70 กิโลกรัมอาจมีประมาณ 5 ลิตร และคนหนัก 90 กิโลกรัมอาจมีมากกว่านั้น แต่การเอาน้ำหนักตัวคูณด้วยเปอร์เซ็นต์ตรง ๆ จะเริ่มคลาดเคลื่อนในคนที่มีไขมันสะสมมาก เพราะเนื้อเยื่อไขมันไม่ได้ต้องการเลือดต่อกิโลกรัมเท่ากับกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ
ดังนั้น คนสองคนที่หนักเท่ากันจึงอาจมีปริมาณเลือดไม่เท่ากัน คนที่มีกล้ามเนื้อมากมักมีปริมาณเลือดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวสูงกว่าคนที่มีไขมันมาก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ขนาดร่างกาย การออกกำลังกาย ระดับความสูงที่อาศัยอยู่ ภาวะขาดน้ำ และสุขภาพของหัวใจหรือไตด้วย
เลือดหลายลิตรนั้นประกอบด้วยอะไร
ส่วนที่มีปริมาณมากที่สุดคือพลาสมา เป็นของเหลวสีเหลืองอ่อนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก พลาสมาทำหน้าที่พาสารอาหาร ฮอร์โมน โปรตีน เกลือแร่ ยา และของเสียไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อีกส่วนหนึ่งคือเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีฮีโมโกลบินสำหรับรับออกซิเจนจากปอดไปส่งให้เนื้อเยื่อ และนำคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนกลับมาที่ปอด
นอกจากนี้ยังมีเม็ดเลือดขาวที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน และเกล็ดเลือดที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล แม้ส่วนประกอบบางชนิดจะมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเม็ดเลือดแดง แต่ถ้าขาดหรือทำงานผิดปกติก็อาจทำให้เกิดปัญหารุนแรงได้
เลือดไม่ได้มีหน้าที่เพียงขนส่งออกซิเจน แต่ยังช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย สมดุลกรดด่าง ปริมาณน้ำในหลอดเลือด และการกระจายความร้อน เมื่อเราออกกำลังกาย เลือดจะถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้น พร้อมกับไหลเข้าใกล้ผิวหนังเพื่อระบายความร้อน เมื่ออากาศหนาว หลอดเลือดบริเวณผิวหนังจะหดตัวเพื่อลดการสูญเสียความร้อน
ทำไมเสียเลือดไม่กี่ร้อยมิลลิลิตรยังอยู่ได้
ร่างกายมีความสามารถชดเชยการสูญเสียเลือดในระดับหนึ่ง การบริจาคเลือดทั่วไปเก็บเลือดออกประมาณ 350–450 มิลลิลิตร ซึ่งคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเลือดทั้งหมดในผู้ใหญ่ที่ผ่านเกณฑ์บริจาค หลังบริจาค ร่างกายจะเริ่มปรับปริมาณของเหลวในระบบไหลเวียน โดยดึงน้ำจากเนื้อเยื่อรอบข้างเข้ามาและกระตุ้นให้กระหายน้ำ
ส่วนที่เป็นพลาสมาสามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วเมื่อได้รับน้ำและอาหารเพียงพอ แต่เม็ดเลือดแดงต้องใช้เวลาสร้างใหม่หลายสัปดาห์ เพราะไขกระดูกต้องใช้ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี 12 และโฟเลตในการผลิตเซลล์ชุดใหม่ นี่เป็นเหตุผลที่การบริจาคเลือดต้องเว้นระยะ ไม่สามารถบริจาคติดกันบ่อยเกินไปได้
แต่การเสียเลือดจากอุบัติเหตุแตกต่างจากการบริจาคอย่างมาก เพราะมักเกิดขึ้นรวดเร็ว ควบคุมปริมาณไม่ได้ และอาจมีการบาดเจ็บของอวัยวะร่วมด้วย เมื่อปริมาณเลือดลดลง หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว ผิวจึงซีดและเย็น ร่างกายพยายามรักษาเลือดไว้เลี้ยงสมองและหัวใจก่อน
หากเลือดลดลงมาก ความดันโลหิตอาจตก ผู้บาดเจ็บอาจกระสับกระส่าย สับสน หายใจเร็ว หน้ามืด หรือหมดสติ ภาวะนี้เรียกว่าช็อกจากการเสียเลือดและต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน การเห็นเลือดออกภายนอกจำนวนมากควรกดบาดแผลด้วยผ้าสะอาดอย่างต่อเนื่องและโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการ
ปริมาณเลือดเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
ระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดของผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นมากเพื่อรองรับการไหลเวียนไปยังมดลูก รก และทารก การเพิ่มขึ้นของพลาสมาอาจมากกว่าการเพิ่มขึ้นของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผลตรวจเลือดดูเหมือนมีความเข้มข้นของฮีโมโกลบินลดลงได้ แม้จำนวนเม็ดเลือดแดงโดยรวมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นักกีฬาที่ฝึกความทนทานเป็นประจำก็อาจมีปริมาณพลาสมาและเลือดรวมมากกว่าคนทั่วไป การเพิ่มปริมาณเลือดช่วยให้หัวใจส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพขึ้น และช่วยระบายความร้อนระหว่างออกกำลังกายเป็นเวลานาน
ในทางกลับกัน การขาดน้ำจากอากาศร้อน ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก ทำให้ปริมาณพลาสมาลดลง เลือดจึงดูเข้มข้นขึ้นและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ผู้ที่ขาดน้ำอาจชีพจรเร็ว ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะ และอ่อนแรง แม้ไม่ได้เสียเม็ดเลือดแดงออกจากร่างกายเลย
น้ำหนักเลือดไม่ได้หมายถึงน้ำหนักที่ลดได้
บางคนอาจเห็นว่าเลือดหนักหลายกิโลกรัมแล้วสงสัยว่าน้ำหนักตัวสามารถเปลี่ยนตามปริมาณเลือดได้มากหรือไม่ ในชีวิตประจำวันร่างกายควบคุมปริมาณเลือดไว้ค่อนข้างแน่น การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักระหว่างวันส่วนใหญ่เกิดจากน้ำ อาหาร ปัสสาวะ และของเสียในทางเดินอาหาร ไม่ใช่เลือดที่เพิ่มหรือลดหลายลิตร
ร่างกายไม่สามารถลดปริมาณเลือดเพื่อใช้เป็นวิธีลดน้ำหนักได้ เพราะเลือดต้องมีเพียงพอสำหรับรักษาความดันและส่งออกซิเจน การเสียเลือดทำให้น้ำหนักบนเครื่องชั่งลดลงจริงเพียงชั่วคราว แต่เป็นภาวะอันตราย ไม่ใช่การสูญเสียไขมัน
ตัวเลข 8 เปอร์เซ็นต์จึงมีประโยชน์ในฐานะภาพรวม ช่วยให้เราเข้าใจว่าคนทั่วไปมีเลือดอยู่หลายลิตร และแม้เลือดจะมองไม่เห็นจากภายนอก แต่มันมีมวลจริง เป็นระบบขนส่งขนาดใหญ่ที่เชื่อมปอด หัวใจ สมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะทุกส่วนเข้าด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง
หัวใจของผู้ใหญ่สูบเลือดวนผ่านร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกนาที เลือดก้อนเดิมไม่ได้ถูกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่หมุนเวียนกลับมารับออกซิเจนใหม่ ส่งสารอาหาร รับของเสีย และช่วยปรับสมดุลภายในอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักไม่กี่กิโลกรัมของเลือดจึงเป็นหนึ่งในส่วนที่ทำให้ร่างกายทั้งระบบยังทำงานประสานกันได้
สิบบนชน 6 สูตร งวด 1 พ.ย. 69 รวมเลขเด่นวงกลมและชุด 3 ตัวจากกระดาษคำนวณ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
ลับซองแดง แอดมะลิ งวด 1 พ.ย. 2569 แยกเลขวิ่งหางเดียว ชุด 3 ตัว และเลขเน้นงบประหยัด
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
สบู่เบนเนทเป็นของใคร? รู้จักชาย ปราบเล่ง และบทบาทของบุ๋ม ปนัดดา
หญิงวัย 29 ปี เป็นอัมพาตทั้งแขนและขา หลังถูกเห็บกัด
รู้จัก “ออยศรี” ผู้ตั้งคำถามบัญชีรับบริจาคของบุ๋ม ปนัดดา
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ฝังของใต้ดินในญี่ปุ่นเพื่ออะไร? นิทรรศการเกียวโตชี้ว่ามีหลายความหมาย
พบแนวภูเขาไฟโบราณในอิหร่านอายุราว 100 ล้านปีได้อย่างไร ทั้งที่ร่องรอยถูกกลบไปนาน?
แมงมุมกระโดดมีช่วงหลับคล้าย REM แต่หลักฐานยังบอกไม่ได้ว่ามันฝันไหม
งูพิษจากอิหร่านมีหางเหมือนแมงมุมล่อให้นกโฉบลงมาได้อย่างไร?