หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“มอสส์ยึดโลก” พืชจิ๋วที่ฟื้นได้หลังแช่ −196°C อาจเป็นผู้บุกเบิกชีวิตบนดาวอังคาร

เขียนโดย C lover

มันสูงจากพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ไม่มีดอก ไม่มีผล และดูเหมือนพรมสีน้ำตาลแห้งที่ตายไปแล้ว 

แต่ทันทีที่ได้น้ำ มอสส์ทะเลทราย Syntrichia caninervis สามารถกลับมาเขียวและเริ่มทำงานอีกครั้งได้อย่างน่าทึ่ง

งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า มอสส์ชนิดนี้ทนทั้งการแห้งจัด ความหนาวระดับไนโตรเจนเหลว รังสีแกมมาปริมาณมหาศาล และสภาพจำลองคล้ายพื้นผิวดาวอังคาร จนนักวิทยาศาสตร์เสนอว่ามันอาจเป็นหนึ่งใน “พืชผู้บุกเบิก” สำหรับการสร้างระบบนิเวศนอกโลกในอนาคต 

 

แห้งจนเสียน้ำกว่า 98% แต่ยังไม่ตาย

Syntrichia caninervis พบตามทะเลทรายและพื้นที่แห้งแล้งหลายแห่ง ตั้งแต่ทะเลทรายโกบี ซินเจียง ทิเบต ไปจนถึงทะเลทรายโมฮาวีและบริเวณหนาวจัดของแอนตาร์กติกา

เมื่อขาดน้ำ มันสามารถสูญเสียน้ำภายในเซลล์มากกว่า 98% ใบจะหด ม้วน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ายต้นไม้ตาย แต่ระบบภายในยังคงอยู่ในภาวะพักตัว เมื่อได้รับน้ำอีกครั้ง กระบวนการทางสรีรวิทยาและการสังเคราะห์แสงสามารถเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

ความสามารถนี้ทำให้มันดูเหมือน “ฟื้นคืนชีพ” แต่ในทางวิทยาศาสตร์ มอสส์ไม่ได้ตายแล้วกลับมามีชีวิตใหม่ เพียงลดกิจกรรมของเซลล์ลงจนแทบหยุดนิ่ง เพื่อรอวันที่ความชื้นกลับมา

 

ถูกเก็บในสภาพแห้งนานหลายปี ก็ยังงอกใหม่ได้

งานทดลองใช้มอสส์ที่ทำให้แห้งก่อนนำไปเก็บในสภาวะเย็นจัด โดยกลุ่มที่เก็บที่ −80°C นาน 3 และ 5 ปี ยังสามารถฟื้นตัวและสร้างยอดใหม่ได้หลังนำกลับมาให้น้ำ 

นั่นหมายความว่า มอสส์สามารถอยู่ในสภาพแห้งและแช่แข็งเป็นเวลาหลายปีได้ ไม่ได้หมายความว่าถูกนำไปอบด้วยความร้อนต่อเนื่องนานห้าปี

ที่น่าสนใจคือ การทำให้มอสส์แห้งก่อนแช่แข็งกลับช่วยให้รอดได้ดีกว่าการนำต้นที่ยังอุ้มน้ำไปแช่ทันที เพราะน้ำภายในเซลล์อาจแข็งตัวเป็นผลึกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ได้

 

ทน −196°C แต่ทดลองนานประมาณหนึ่งเดือน

นักวิจัยนำมอสส์แห้งไปแช่ในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิประมาณ −196°C เป็นเวลา 15 และ 30 วัน หลังนำออกมาและให้น้ำ ต้นมอสส์ยังสามารถฟื้นและสร้างยอดใหม่ได้ 

การรอดจากอุณหภูมิใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ระดับนี้ก็ยังน่าทึ่ง เพราะเซลล์ของพืชทั่วไปมักได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากผลึกน้ำแข็งและการเปลี่ยนแปลงของเยื่อหุ้มเซลล์

 

รังสีแรงระดับฆ่ามนุษย์ได้หลายร้อยถึงพันเท่า

มอสส์ชนิดนี้ยังถูกฉายรังสีแกมมาในปริมาณต่าง ๆ ผลปรากฏว่า ปริมาณ 500 เกรย์ ไม่เพียงไม่ฆ่ามัน แต่ในบางการทดลองยังช่วยกระตุ้นการงอกและการเจริญเติบโต ขณะที่ค่ารังสีซึ่งทำให้ตัวอย่างเสียชีวิตประมาณครึ่งหนึ่งถูกประเมินไว้ราว 5,000 เกรย์ 

สำหรับมนุษย์ การได้รับรังสีทั่วร่างกายเพียงไม่กี่เกรย์ก็อาจทำให้ป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ ดังนั้น คำว่า “ทนกว่ามนุษย์ 4,000 เท่า” จึงไม่ใช่อัตราเปรียบเทียบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกค่ารังสีระดับใดของมนุษย์มาเทียบ

 

ถูกส่งเข้า “ดาวอังคารจำลอง” แล้วกลับมาเติบโตได้

นักวิทยาศาสตร์นำมอสส์เข้าเครื่องจำลองสภาพดาวอังคาร ซึ่งรวมทั้งความดันอากาศต่ำ บรรยากาศที่ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงรุนแรง และรังสีอัลตราไวโอเลต

ตัวอย่างถูกทิ้งไว้ในสภาพดังกล่าวนานถึงเจ็ดวัน หลังกลับสู่สภาพปกติและได้รับน้ำ มอสส์ยังฟื้นและสร้างยอดใหม่ได้ โดยตัวอย่างที่ผ่านการทำให้แห้งก่อนทดลองฟื้นตัวดีกว่าตัวอย่างที่ยังมีน้ำอยู่ 

นี่ไม่ได้หมายความว่ามอสส์สามารถถูกนำไปปล่อยบนดาวอังคารแล้วเติบโตเป็นทุ่งได้ทันที การทดลองกินเวลาไม่นาน และยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามันสามารถเติบโต สืบพันธุ์ และดำรงประชากรระยะยาวในดินดาวอังคารจริงได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ 

 

ขนสีขาวเล็ก ๆ คืออุปกรณ์เก็บน้ำจากทะเลทราย

บริเวณปลายใบของมอสส์มีเส้นขนสีขาวเรียวยาว ซึ่งช่วยสะท้อนแสง ลดความร้อน และรวบรวมหยดน้ำขนาดเล็กจากหมอก น้ำค้าง หรือไอน้ำ

พื้นผิวของเส้นขนมีร่องและปุ่มขนาดจิ๋ว ช่วยให้ละอองน้ำรวมตัวเป็นหยด ก่อนเคลื่อนลงมายังใบ มอสส์จึงเก็บความชื้นปริมาณเล็กน้อยจากอากาศแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อขึ้นรวมกันเป็นพรม มันยังช่วยยึดผิวดิน ลดการกัดเซาะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อจุลินทรีย์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น

 

จะใช้มอสส์เปลี่ยนดาวอังคารให้เป็นโลกได้จริงหรือ?

แนวคิดไม่ได้อยู่ที่การส่งมอสส์ไปผลิตออกซิเจนให้มนุษย์หายใจในทันที แต่ใช้มันเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ช่วยเริ่มต้นระบบนิเวศ

หากสามารถเลี้ยงในพื้นที่ควบคุมได้ มอสส์อาจช่วยตรึงคาร์บอน ผลิตออกซิเจน เพิ่มอินทรียวัตถุ รักษาความชื้น และปรับพื้นผิวให้พืชชนิดอื่นเข้ามาอาศัยต่อได้ นักวิจัยจึงเรียกมันว่า “พืชผู้บุกเบิก” มากกว่าจะเป็นพืชอาหารหรือเครื่องผลิตอากาศสำเร็จรูป 

 

พืชที่ดูเหมือนตาย แต่อาจรอคอยได้นานกว่ามนุษย์

ความลับของ Syntrichia caninervis ไม่ใช่การเอาชนะความหนาวหรือความแห้งด้วยการเติบโตตลอดเวลา แต่คือการรู้จัก “หยุดชีวิตชั่วคราว”

เมื่อโลกภายนอกโหดร้ายเกินไป มันหดตัว ปิดระบบ และรออยู่ในสภาพแห้งอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งน้ำกลับมาอีกครั้ง

มอสส์ต้นจิ๋วจึงยังไม่ได้ “ยึดโลก” หรือเปลี่ยนดาวอังคารให้เขียวขจีในวันนี้ แต่ความสามารถในการรอดจากการแห้งนานหลายปี อุณหภูมิ −196°C และรังสีระดับมหาศาล ทำให้มันเป็นหนึ่งในพืชที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยศึกษา และอาจเป็นชีวิตกลุ่มแรก ๆ ที่ช่วยปูทางให้โลกสีเขียวเกิดขึ้นนอกโลกของเราในอนาคต




⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 72 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: EvaAqua, เศรษฐีนี สวย รวย โสด, C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ด แม่ตุ๊กตา งวด 1 ก.ย. 696 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยปิดแฟ้มคดี“ฮลุน โซโล่”เมื่อหลักฐานล่าสุดมาถึงแล้วเเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นหวยลาว 21 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขเด่น 3-8 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว จากสถิติย้อนหลังยาสีฟันฟอกฟันขาวทำให้ฟันเหลืองได้จริงหรือ?มือเปียกจับใบเสร็จเสี่ยงแค่ไหน?สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปิดแฟ้มคดี“ฮลุน โซโล่”เมื่อหลักฐานล่าสุดมาถึงแล้วครูเหม เวชกร: จากจิตกรเอกมือเทวดาสู่บรมครูเรื่องผีแห่งสยามประเทศทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ม้วนหนังสือที่ถูกเผาจนคลี่ไม่ได้ กลับถูกอ่านได้โดยไม่ต้องเปิด — เสียงจากเกือบ 2,000 ปีก่อนกำลังกลับมารถผ้าป่า จากรถบัสกลับบ้าน สู่ความทรงจำของคนที่เคยเดินทางไกลทำไมเราได้ยินเนื้อเพลงผิดอย่างมั่นใจ? สมองไม่ได้มั่ว แต่มันกำลัง “เติมคำ” ให้เสียงที่กำกวมย้อนอดีต “บางนา” จากทุ่งนา สู่ประตูเชื่อม EEC ของกรุงเทพฯ
ตั้งกระทู้ใหม่