หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตั๋วบินฟรีตลอดชีวิต โปรโมชันที่ถูกใช้คุ้มจนสายการบินต้องหาทางยึดคืน!

เขียนโดย C lover

ลองนึกภาพว่าเรามีตั๋วใบเดียว สามารถเดินเข้าสนามบินแล้วเลือกบินชั้นหนึ่งไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องจ่ายค่าตั๋วอีกตลอดชีวิต

อยากกินมื้อเย็นที่ลอนดอนก็บินไป อยากแวะซื้อแซนด์วิชต่างเมืองก็ทำได้ หรือจะชวนคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบในสนามบินเดินทางไปด้วยก็ไม่มีใครห้าม

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่คือ AAirpass โปรโมชันในตำนานของ American Airlines ที่ภายหลังถูกเรียกว่า “ตั๋วทองคำ” เพราะผู้ถือบางคนใช้มันเดินทางนับหมื่นเที่ยว จนสร้างต้นทุนและรายได้ที่สูญเสียแก่สายการบินหลายสิบล้านดอลลาร์

 

โปรโมชันหาเงินด่วนในวันที่สายการบินกำลังลำบาก

American Airlines เปิดตัว AAirpass ในปี 1981 ขณะต้องการเงินสดเข้าบริษัทอย่างเร่งด่วน ข้อเสนอที่โดดเด่นที่สุดคือจ่ายเงินก้อนประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วรับสิทธิ์บินชั้นหนึ่งกับสายการบินได้ไม่จำกัดตลอดชีวิต

ลูกค้ายังสามารถซื้อสิทธิ์สำหรับผู้ติดตามเพิ่มอีกประมาณ 150,000 ดอลลาร์ ทำให้พาใครสักคนขึ้นเครื่องไปด้วยได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วตามปกติ ราคาของบัตรถูกปรับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่บริษัทจะเลิกจำหน่ายรุ่นบินไม่จำกัดในช่วงทศวรรษ 1990 

ในสายตาบริษัท เงินหลายแสนดอลลาร์จากผู้โดยสารหนึ่งคนถือเป็นรายได้ก้อนใหญ่ เพราะคงไม่มีใครบินบ่อยพอที่จะทำให้สายการบินขาดทุนได้

แต่บริษัทคำนวณพฤติกรรมมนุษย์ผิดไปอย่างมาก

 

ชายผู้เปลี่ยนเครื่องบินให้เหมือนรถประจำทาง

หนึ่งในผู้ซื้อที่โด่งดังที่สุดคือ สตีเวน รอธสไตน์ นักการเงินจากชิคาโก เขาซื้อสิทธิ์ตลอดชีวิตในปี 1987 โดยจ่ายประมาณ 233,510 ดอลลาร์ หลังหักส่วนลดจากบัตรเดิม และซื้อสิทธิ์ผู้ติดตามเพิ่มในอีกสองปีต่อมา

ตลอดเวลากว่า 20 ปี รอธสไตน์จองเที่ยวบินมากกว่า 10,000 เที่ยว เดินทางรวมหลายสิบล้านไมล์ เฉลี่ยแล้วเกือบ 500 เที่ยวต่อปี หรือมากกว่าวันละหนึ่งเที่ยวในบางช่วง 

เขาบินระหว่างเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นประจำ ไปกรุงลอนดอนหลายครั้งต่อเดือน และเคยเดินทางไปออนแทรีโอเพียงเพื่อซื้อแซนด์วิช การขึ้นเครื่องสำหรับเขาจึงไม่ได้เป็นการท่องเที่ยวครั้งสำคัญอีกต่อไป แต่กลายเป็นกิจวัตรใกล้เคียงกับการนั่งรถออกไปกินข้าวต่างเมือง 

บางครั้งเขายังใช้บัตรผู้ติดตามพาคนในครอบครัว เพื่อน หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่กำลังเดือดร้อนให้เดินทางไปด้วย โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเสียค่าตั๋ว

 

จากลูกค้าคนสำคัญ กลายเป็นต้นทุนปีละหลายสิบล้านบาท

ปัญหาไม่ได้มีเพียงค่าอาหารหรือค่าน้ำมันเครื่องบิน แต่ทุกครั้งที่ผู้ถือบัตรจองที่นั่งชั้นหนึ่ง สายการบินอาจสูญเสียโอกาสขายที่นั่งนั้นให้ผู้โดยสารซึ่งพร้อมจ่ายเต็มราคา

การตรวจสอบของ American Airlines ประเมินว่ารอธสไตน์สร้างมูลค่ารายได้ที่บริษัทอาจสูญเสียรวมประมาณ 21 ล้านดอลลาร์ หรือราวหลายร้อยล้านบาท ขณะที่ผู้ถือบัตรที่ใช้งานหนักบางรายถูกประเมินว่าสร้างต้นทุนมากกว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ต่อปี 

อีกรายคือ ฌาคส์ วรูม นักธุรกิจจากดัลลัส ซึ่งซื้อบัตรพร้อมสิทธิ์ผู้ติดตามในปี 1989 และเดินทางสะสมเกือบ 38 ล้านไมล์ ทั้งสองคนจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของหน่วยตรวจสอบรายได้ที่บริษัทตั้งขึ้นในช่วงที่ฐานะการเงินกำลังตึงตัว 

 

บริษัทขอซื้อคืนไม่ได้ จึงเริ่มตรวจสอบทุกการจอง

เมื่อตระหนักว่าข้อตกลงตลอดชีวิตกลายเป็นภาระ American Airlines พยายามควบคุมความเสียหาย ทั้งเพิ่มราคาบัตร หยุดขาย และเสนอซื้อสิทธิ์คืนจากลูกค้าบางราย แต่ผู้ถือที่ใช้งานคุ้มอยู่แล้วแทบไม่มีเหตุผลต้องยอมขาย

บริษัทจึงตรวจสอบประวัติการจองอย่างละเอียด โดยกล่าวหาว่าผู้ถือบางรายจองที่นั่งให้บุคคลสมมติ จองแล้วไม่เดินทาง หรือรับผลประโยชน์จากการให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ผู้ติดตาม

ในปี 2008 รอธสไตน์ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งที่สนามบินชิคาโกโอแฮร์ว่า บัตรของเขาถูกยกเลิกเนื่องจากบริษัทเห็นว่ามีการใช้สิทธิ์ผิดเงื่อนไข ส่วนวรูมก็ถูกยกเลิกสิทธิ์ในปีเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันทางกฎหมาย โดยผู้ถือบัตรยืนยันว่าพวกเขาเพียงใช้สิ่งที่บริษัทขายให้ตามสัญญา 

 

ใครผิด คนใช้คุ้ม หรือบริษัทที่คิดไม่รอบคอบ?

เรื่องของ AAirpass กลายเป็นกรณีศึกษาระดับตำนาน เพราะผู้ซื้อไม่ได้เจาะระบบ ไม่ได้ปลอมตั๋ว และไม่ได้แอบขึ้นเครื่องฟรี พวกเขาเพียงใช้สิทธิ์ “ไม่จำกัดตลอดชีวิต” ตามข้อความที่บริษัทเป็นฝ่ายเสนอ

American Airlines ได้เงินสดก้อนใหญ่ในวันที่ต้องการ แต่ต้องรับภาระจากสัญญาซึ่งอาจยาวหลายสิบปี ขณะที่ผู้โดยสารบางคนเปลี่ยนการบินชั้นหนึ่งให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน






⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 39 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นเดียว ราคากว่า 30 ล้านบาท! ลายมือเขียนเพลง “Hey Jude” ของพอล แม็กคาร์ตนีย์ ที่แพงยิ่งกว่าบ้านหรูAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำมากกว่าเรื่องสืบพันธุ์ 10 สัตว์ที่รู้จักใช้ “Sex Toy” เพื่อความฟิน10 สัตว์ที่ยิ่งโตยิ่งมีราคา จากตัวธรรมดาสู่ทรัพย์สินมูลค่าหลักล้าน10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบพริกฮาบาเนโร แคโรไลนา รีเปอร์ ความจริงของสารแคปไซซิน อาวุธที่พืชสร้างขึ้นเพื่อ “เผาปากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”“Fern” พืชที่ขโมยดีเอ็นเอจากสิ่งมีชีวิตอื่น จนเอาชีวิตรอดใต้ป่ามืดได้สำเร็จเรียงเบอร์พิมพ์ทันทีหลังหวยออกได้อย่างไร10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวเลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? ส่องเลขเด่นหวยลาว 22 กรกฎาคม 2569 ทำไมหลายสำนักถึงจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นเดียว ราคากว่า 30 ล้านบาท! ลายมือเขียนเพลง “Hey Jude” ของพอล แม็กคาร์ตนีย์ ที่แพงยิ่งกว่าบ้านหรู3 หมู่บ้านริมหน้าผาวิวอลังการ จากอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน10 เลขขายดี "สลากพารวย" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..อยากรวย ซื้อหวยด่วน!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นเดียว ราคากว่า 30 ล้านบาท! ลายมือเขียนเพลง “Hey Jude” ของพอล แม็กคาร์ตนีย์ ที่แพงยิ่งกว่าบ้านหรูพริกฮาบาเนโร แคโรไลนา รีเปอร์ ความจริงของสารแคปไซซิน อาวุธที่พืชสร้างขึ้นเพื่อ “เผาปากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”“Fern” พืชที่ขโมยดีเอ็นเอจากสิ่งมีชีวิตอื่น จนเอาชีวิตรอดใต้ป่ามืดได้สำเร็จมากกว่าเรื่องสืบพันธุ์ 10 สัตว์ที่รู้จักใช้ “Sex Toy” เพื่อความฟิน
ตั้งกระทู้ใหม่