หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผู้เยาว์ไม่ใช่แค่คนอายุต่ำกว่า 18

เขียนโดย nattawat25800

คำว่า “ผู้เยาว์” ในกฎหมายไทย หมายถึงบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยหลักคือคนที่มีอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเด็กเล็ก นักเรียนมัธยม หรือคนอายุต่ำกว่า 18 ปีเท่านั้น ดังนั้นคนอายุ 18 หรือ 19 ปี แม้จะมีบัตรประชาชน ขับรถ ทำงาน หรือใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว ก็ยังอาจมีสถานะเป็นผู้เยาว์ในทางกฎหมายแพ่ง

เหตุที่กฎหมายกำหนดสถานะผู้เยาว์ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะมองว่าคนอายุต่ำกว่า 20 ปีไม่มีความคิด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากต้องเสียเปรียบจากสัญญา หนี้สิน หรือการจัดการทรัพย์สินที่มีผลผูกพันระยะยาว กฎหมายจึงให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจบางเรื่อง

ผู้เยาว์จะพ้นจากภาวะผู้เยาว์ตามปกติในวันที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ตั้งแต่วันนั้นจึงสามารถทำนิติกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองได้เต็มที่ เช่น ซื้อขายทรัพย์สิน ทำสัญญากู้เงิน เช่าระยะยาว ค้ำประกัน หรือจัดการทรัพย์สินของตน โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

อีกทางหนึ่งคือการบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ผู้ที่ยังอายุไม่ถึง 20 ปีแต่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะบรรลุนิติภาวะนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรส ปัจจุบันการสมรสโดยทั่วไปทำได้เมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่านั้นจะสมรสได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุสมควรและได้รับอนุญาตจากศาล การอยู่กินกันเอง จัดงานแต่ง หรือให้ผู้ใหญ่รับรู้ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่ทำให้พ้นจากการเป็นผู้เยาว์

เมื่อเป็นผู้เยาว์ ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้เลย ผู้เยาว์ยังซื้ออาหาร จ่ายค่าเดินทาง ซื้อของใช้ เรียนหนังสือ ทำงานบางประเภท เปิดบัญชีตามเงื่อนไขของธนาคาร และดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สิ่งที่กฎหมายให้ความสำคัญคือการกระทำที่ก่อให้เกิดภาระหรือความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ทรัพย์สิน หนี้สิน หรือข้อผูกพันระยะยาว

หลักทั่วไปคือ ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมที่มีผลผูกพันตนเองต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ผู้แทนโดยชอบธรรมส่วนใหญ่มักเป็นบิดาและมารดาที่มีอำนาจปกครอง หากไม่มีบุคคลดังกล่าว ศาลอาจแต่งตั้งผู้ปกครองขึ้นมาดูแลตามกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 17 ปีนำรถจักรยานยนต์ที่เป็นทรัพย์สินของตนไปขายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง การซื้อขายนั้นไม่ได้กลายเป็นเรื่องที่สมบูรณ์แน่นอนเพียงเพราะมีการส่งรถและรับเงินกันแล้ว ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมนั้นได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

คำที่ควรเข้าใจให้ถูกคือ “โมฆียะ” ซึ่งต่างจาก “โมฆะ” นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมในกรณีที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปไม่ได้เสียเปล่าทันทีตั้งแต่ต้น แต่เป็นนิติกรรมที่อาจถูกบอกล้างได้ หากภายหลังผู้แทนโดยชอบธรรมให้สัตยาบัน หรือผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะแล้วรับรองการกระทำนั้น นิติกรรมก็อาจมีผลสมบูรณ์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ต้องขออนุญาต ผู้เยาว์สามารถทำนิติกรรมที่มีแต่ผลให้ตนได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวโดยไม่มีภาระตอบแทน เช่น รับของขวัญที่ไม่มีเงื่อนไขหรือรับการยกหนี้ให้ นอกจากนี้ยังสามารถทำการบางอย่างที่เหมาะสมกับฐานะและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ซื้ออาหาร หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันในมูลค่าที่สมเหตุสมผล

ปัญหามักเกิดตรงคำว่า “สมเหตุสมผล” เพราะไม่มีราคาตายตัวใช้กับทุกครอบครัว การซื้อโทรศัพท์ราคาแพงของผู้เยาว์คนหนึ่งอาจเป็นเรื่องปกติตามฐานะและความจำเป็น แต่สำหรับอีกคนอาจเป็นการใช้เงินเกินสมควร ต้องดูอายุ ฐานะครอบครัว แหล่งที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ และรายละเอียดของแต่ละกรณีประกอบกัน

ผู้เยาว์บางคนอาจได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหรือทำงานบางอย่างด้วยตนเอง เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว การกระทำที่เกี่ยวข้องกับกิจการนั้นอาจมีผลเสมือนบุคคลบรรลุนิติภาวะภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นผู้ใหญ่ทางกฎหมายในทุกเรื่อง เช่น ได้รับอนุญาตให้ขายสินค้าออนไลน์ ก็ไม่ได้ทำให้มีอำนาจนำที่ดินของตนไปขายหรือไปค้ำประกันหนี้ของผู้อื่นได้โดยอัตโนมัติ

คำว่า “ผู้เยาว์” ยังไม่เหมือนกับคำว่า “เด็ก” ในกฎหมายทุกฉบับ กฎหมายคุ้มครองเด็กมักพิจารณาคนอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นหลัก ขณะที่กฎหมายแพ่งใช้เกณฑ์บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ 20 ปีหรือสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกฎหมายเกี่ยวกับศาลเยาวชน คดีอาญา การทำงาน การศึกษา และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาจกำหนดช่วงอายุและเงื่อนไขแตกต่างกัน

จึงเป็นไปได้ที่คนอายุ 19 ปีจะไม่ถูกเรียกว่าเด็กในบทสนทนาทั่วไป แต่ยังเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมายแพ่ง ขณะเดียวกันเด็กอายุ 17 ปีที่สมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายอาจบรรลุนิติภาวะแล้ว แม้อายุยังต่ำกว่า 18 ปี กรณีหลังเกิดขึ้นได้เมื่อศาลอนุญาตให้สมรสก่อนอายุขั้นต่ำตามปกติ

ในทางอาญา การเป็นผู้เยาว์ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรับผิดเสมอไป ความรับผิดทางอาญาใช้เกณฑ์อายุและหลักเกณฑ์เฉพาะอีกชุดหนึ่ง ศาลอาจใช้วิธีการสำหรับเด็กหรือเยาวชน ลดโทษ หรือพิจารณาความรู้ผิดชอบตามอายุ แต่ไม่ควรนำกฎเรื่องอายุ 20 ปีในกฎหมายแพ่งไปสรุปว่าผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ทำผิดอาญาแล้วไม่ต้องรับผิด

เรื่องการทำงานก็เช่นกัน ผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์สามารถทำงานได้เมื่อมีอายุและลักษณะงานเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างมีข้อจำกัดในการใช้แรงงานเด็ก เช่น เวลาทำงาน งานอันตราย และการทำงานกลางคืนบางประเภท ดังนั้นคำว่า “ทำงานได้” ไม่ได้แปลว่า “บรรลุนิติภาวะแล้ว” และการมีรายได้ของตนเองก็ไม่ได้ทำให้สถานะผู้เยาว์สิ้นสุดลง

การมีบัตรประชาชน ใบขับขี่ บัญชีธนาคาร หรือการเสียภาษี ก็ไม่ใช่หลักฐานว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว เอกสารแต่ละประเภทมีเกณฑ์อายุของตนเอง คนอายุ 18 ปีอาจขับรถ ทำงาน รับเงินเดือน และเสียภาษีได้ แต่เมื่อต้องกู้เงินก้อนใหญ่ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือทำสัญญาที่มีภาระสูง คู่สัญญามักต้องตรวจสอบเรื่องความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม

สำหรับร้านค้าและผู้ให้บริการ การทำสัญญากับผู้เยาว์ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ การปล่อยสินเชื่อ การให้เช่าทรัพย์ราคาแพง หรือการทำสมาชิกระยะยาว การให้ผู้เยาว์กดตกลงผ่านแอปไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดตามกฎหมายหายไป และการเขียนเงื่อนไขว่าผู้ใช้รับรองว่าบรรลุนิติภาวะแล้วก็ไม่ได้รับประกันว่าสัญญาจะบังคับได้เสมอ หากข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังว่าเป็นผู้เยาว์

ผู้เยาว์เองก็ไม่ควรเข้าใจว่าสามารถทำสัญญาอะไรก็ได้แล้วค่อยอ้างอายุเพื่อยกเลิกภายหลัง กฎหมายมีรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ การคืนทรัพย์หรือประโยชน์ที่ได้รับ และความรับผิดจากการละเมิดแยกต่างหาก การปกปิดอายุ ใช้เอกสารผู้อื่น หรือหลอกคู่สัญญาอาจก่อปัญหาเพิ่มขึ้นมากกว่าการบอกข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น

ส่วนผู้ปกครองไม่ได้มีอำนาจนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปจัดการได้ตามใจ แม้จะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม แต่การขาย จำนอง หรือจัดการทรัพย์สินสำคัญบางประเภทของผู้เยาว์อาจต้องได้รับอนุญาตจากศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของเด็กถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ใหญ่

ดังนั้นเมื่อได้ยินคำว่า “ผู้เยาว์” ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นสถานะทางกฎหมายของคนที่ยังไม่มีความสามารถเต็มที่ในการทำนิติกรรม โดยทั่วไปคือผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีและยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ผู้เยาว์ยังใช้ชีวิต เรียน ทำงาน และซื้อของตามปกติได้ แต่เรื่องที่มีผลผูกพันสำคัญควรตรวจสอบความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมและกฎหมายเฉพาะของเรื่องนั้นก่อนเสมอ

เนื้อหาโดย: nattawat25800
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 118 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4บราซิล ประเทศมหาอำนาจแห่งกาแฟของโลกข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?ดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟพื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทย4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาท108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยมหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิงโตตัวผู้ยอมสิงโตตัวเมียไหม พฤติกรรมในฝูงบอกอะไรย้อนอดีต7 ธนาคารที่เก่าแก่ที่ถูกควบรวมและหายไปจังหวัดที่เพื่อนบ้านเยอะที่สุด มีจังหวัดอื่นรายล้อมอยู่มากที่สุดเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด ต่างชาติเลือกเรียนที่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่