หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไข่เยี่ยวม้าไม่ได้ทำจากเยี่ยวม้า

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ชื่อ “ไข่เยี่ยวม้า” ทำให้หลายคนเข้าใจผิดมาตั้งแต่เด็ก บางคนคิดว่าเอาไข่ไปแช่ในปัสสาวะม้า บางคนเชื่อว่าเป็นสูตรโบราณที่ต้องใช้ของเหลวจากคอกม้า แต่ความจริงแล้วไข่เยี่ยวม้าไม่ได้ทำจากเยี่ยวม้า และในขั้นตอนปกติก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับม้าเลย

ไข่เยี่ยวม้าคือไข่ที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยสารที่มีความเป็นด่างสูง ส่วนมากใช้ไข่เป็ด เพราะไข่แดงมีขนาดใหญ่ เนื้อแน่น และให้รสเข้มกว่าไข่ไก่ เมื่อหมักได้ที่ ไข่ขาวจะเปลี่ยนจากของเหลวใสเป็นวุ้นสีน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำ ส่วนไข่แดงจะกลายเป็นเนื้อครีมสีเขียวเทา มีกลิ่นเฉพาะตัวและรสออกเค็มมัน

วิธีดั้งเดิมมักนำไข่มาหุ้มด้วยส่วนผสมของปูนขาว ดินเหนียว ขี้เถ้า เกลือ แกลบ และน้ำ บางตำรับอาจเติมชาเพื่อช่วยเรื่องสีและกลิ่น จากนั้นทิ้งไว้หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน สารด่างจะค่อย ๆ ซึมผ่านเปลือกเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนภายในไข่ ทำให้ไข่สุกในทางเคมีโดยไม่ต้องต้ม

กระบวนการนี้ต่างจากการดองเค็มธรรมดา เพราะเกลือไม่ได้เป็นตัวหลักเพียงอย่างเดียว ความเป็นด่างต่างหากที่ทำให้ไข่ขาวจับตัวเป็นเจลและทำให้ไข่แดงเปลี่ยนสภาพ กลิ่นที่บางคนรู้สึกคล้ายแอมโมเนียก็เกิดจากการสลายตัวและเปลี่ยนรูปของโปรตีนในสภาพด่าง ไม่ได้เกิดจากการแช่ปัสสาวะ

แล้วทำไมถึงเรียกว่าไข่เยี่ยวม้า คำตอบที่แน่นอนมีหลายข้อสันนิษฐาน และไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงเรื่องเดียว บางคนอธิบายว่า กลิ่นของไข่หมักชนิดนี้ทำให้นึกถึงกลิ่นแอมโมเนียคล้ายปัสสาวะ จึงเรียกติดปากว่าไข่เยี่ยวม้า อีกแนวคิดหนึ่งเชื่อว่า ชื่ออาจมาจากเรื่องเล่าที่พบไข่ถูกหมักอยู่ในวัสดุใกล้คอกม้า แต่เรื่องเหล่านี้เป็นคำอธิบายภายหลังมากกว่าจะเป็นสูตรการผลิตจริง

ในภาษาจีน อาหารชนิดนี้มักเรียกว่า “ผีต้าน” ซึ่งแปลตรงตัวได้ประมาณว่าไข่หนัง เพราะไข่ขาวมีลักษณะเหนียวใสคล้ายหนังหรือวุ้น บางพื้นที่เรียกว่าไข่ร้อยปีหรือไข่พันปี แต่ไม่ได้หมายความว่าหมักไว้นานเป็นร้อยหรือพันปี ชื่อนี้ใช้เน้นว่าผ่านการบ่มจนรูปร่าง สี และกลิ่นเปลี่ยนไปมากเท่านั้น ระยะผลิตจริงสั้นกว่านั้นมาก

ไข่เยี่ยวม้าที่ทำอย่างถูกวิธีสามารถกินได้ทันทีหลังปอกเปลือก ไม่ต้องนำไปต้มซ้ำ คนไทยนิยมกินกับข้าวต้ม ใส่ยำ หรือหั่นเป็นชิ้นกินคู่กับขิงดอง พริก และผักชี ในอาหารจีนมักกินกับโจ๊ก เต้าหู้เย็น หรือใช้เป็นส่วนประกอบในกับข้าวเพื่อเพิ่มรสเข้มและกลิ่นเฉพาะ

หลายคนที่ไม่เคยกินอาจตกใจกับสีของไข่แดง เพราะเป็นสีเขียวอมเทาหรือดำ และอาจคิดว่าไข่เสีย แต่สีแบบนี้เป็นผลตามปกติของปฏิกิริยาในระหว่างการหมัก อย่างไรก็ตาม ไข่เยี่ยวม้าที่ดีควรมีเนื้อไข่ขาวจับตัวเป็นวุ้น ไม่เละผิดปกติ เปลือกไม่แตก และไม่มีกลิ่นเน่ารุนแรง หากเปิดออกมาแล้วมีกลิ่นเหม็นบูด เนื้อเหลว หรือมีเชื้อราผิดปกติ ก็ควรทิ้ง

เรื่องที่ควรระวังคือคุณภาพการผลิต ในอดีตเคยมีผู้ผลิตบางรายใช้สารประกอบตะกั่วเพื่อเร่งกระบวนการหรือช่วยให้เนื้อไข่คงตัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบันผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานใช้วิธีที่ไม่ต้องพึ่งตะกั่ว ผู้ซื้อจึงควรเลือกสินค้าที่มีฉลากชัดเจน ระบุแหล่งผลิต วันผลิต วันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรองที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรซื้อไข่ที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์หรือไม่ทราบแหล่งที่มาเพียงเพราะราคาถูก

บนเปลือกไข่บางฟองอาจมีลวดลายคล้ายกิ่งสนหรือเกล็ดหิมะ เมื่อลอกเปลือกออกแล้วเห็นเป็นผลึกเล็ก ๆ อยู่ในวุ้นไข่ขาว ลายเหล่านี้เกิดจากผลึกของเกลือแร่ระหว่างการหมัก ถือเป็นลักษณะที่พบได้และไม่ใช่เชื้อรา ชาวจีนบางแห่งจึงเรียกไข่เยี่ยวม้าชนิดนี้ว่าไข่ลายสน

แม้จะเป็นอาหารที่ผ่านการหมัก แต่ไข่เยี่ยวม้ายังมีโปรตีนและไขมันจากไข่ตามธรรมชาติ เพียงแต่มีโซเดียมค่อนข้างสูงจากส่วนผสมที่ใช้ถนอม ผู้ที่ต้องจำกัดเค็มหรือควบคุมความดันโลหิตจึงควรกินในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับข้าวต้ม เครื่องปรุง หรืออาหารที่มีโซเดียมสูงอยู่แล้ว

ความเข้าใจว่าไข่เยี่ยวม้าทำจากปัสสาวะม้าเกิดจากชื่อที่ฟังดูตรงเกินไป ทั้งที่วิธีทำจริงเป็นการใช้ความเป็นด่างเปลี่ยนสภาพไข่ คล้ายกับการถนอมอาหารแบบโบราณชนิดหนึ่ง ม้าอาจอยู่ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อ แต่ไม่ได้เป็นวัตถุดิบในไข่เยี่ยวม้าที่เรากินกันทั่วไป

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเมืองที่ถูกเรียกว่า "ห้ามตาย ห้ามเกิด" เพราะอะไร?ดิสนีย์ปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่ง พิกซาร์รับผลกระทบหนักสุดในฝั่งสตูดิโอแผ่นดินไหวตื้นขนาด 5.7 ที่สุมาตรา หลายพื้นที่ในมาเลเซียรับรู้แรงสั่นสะเทือนAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวพระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปหินใหญ่สุดในโลกAI ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น โลกอาจต้องออกแบบระบบรายได้ใหม่อย่างไร?นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกตุ่มใสที่ง่ามมือ เกิดจากอะไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Why orthopedic pet beds are not just for senior petsพระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปหินใหญ่สุดในโลกPramool.com หมู่บ้านเกรียนแห่งอินเทอร์เน็ตไทยเมืองที่ถูกเรียกว่า "ห้ามตาย ห้ามเกิด" เพราะอะไร?คุณครูยังจำเป็นไหมในยุค AIทำไมแม่ไก่จึงออกไข่ได้เกือบทุกวัน ทั้งที่ไม่มีไก่ตัวผู้?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมยิ่งโต "เพื่อนยิ่งน้อยลง"? วิเคราะห์เจาะลึกจิตวิทยาวัยผู้ใหญ่ และเหตุผลว่าทำไมความเหงาถึงเป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้พระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปหินใหญ่สุดในโลกPramool.com หมู่บ้านเกรียนแห่งอินเทอร์เน็ตไทยเมืองที่ถูกเรียกว่า "ห้ามตาย ห้ามเกิด" เพราะอะไร?
ตั้งกระทู้ใหม่