หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไข้เลือดออก โรคใกล้ตัวที่อย่าคิดว่าเป็นแค่ไข้

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค หลายคนเข้าใจว่าต้องเป็นช่วงหน้าฝนเท่านั้นจึงจะพบผู้ป่วยมาก แต่ในความเป็นจริงสามารถพบได้ตลอดทั้งปี หากมีแหล่งน้ำขังที่เป็นที่วางไข่ของยุงลาย ไม่ว่าจะเป็นถังเก็บน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่า หรือภาชนะที่มีน้ำขังเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้

สาเหตุของโรคเกิดจากไวรัสเดงกี ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เมื่อยุงลายกัดผู้ป่วยที่มีเชื้อ ไวรัสจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในตัวยุง จากนั้นเมื่อยุงตัวนั้นไปกัดคนอื่นก็สามารถแพร่เชื้อได้ คนจึงไม่ได้ติดโรคจากการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง แต่ติดผ่านการถูกยุงลายที่มีเชื้อกัด

อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัด ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลันประมาณ 39–40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร บางคนมีผื่นแดงขึ้นตามตัวหรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นไข้ธรรมดาและรอดูอาการอยู่ที่บ้าน

ลักษณะที่ทำให้ไข้เลือดออกแตกต่างจากไข้หวัดคือ ไข้มักสูงต่อเนื่องหลายวัน แม้รับประทานยาลดไข้ก็ลดได้เพียงชั่วคราว และเมื่อเข้าสู่ช่วงวันที่ 3–7 ของโรค ซึ่งไข้เริ่มลดลง หลายคนเข้าใจว่ากำลังหาย แต่ช่วงนี้กลับเป็นระยะอันตรายที่สุด เพราะอาจเกิดภาวะพลาสมารั่วออกจากหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตตกและเข้าสู่ภาวะช็อกได้

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปโรงพยาบาล ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง อาเจียนตลอด รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ปัสสาวะน้อยลง หรือซึมผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่ควรรอดูเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของไข้เลือดออกรุนแรง

หลายคนสงสัยว่าทำไมไข้เลือดออกถึงทำให้เลือดออกได้ สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเกล็ดเลือดลดลง ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด และผนังหลอดเลือดที่เปราะบางขึ้น ทำให้มีเลือดออกง่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะมีอาการเลือดออกให้เห็นชัดเจน บางรายมีเพียงจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังเท่านั้น

การวินิจฉัยโรคอาศัยทั้งอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือด โดยแพทย์จะดูจำนวนเม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และความเข้มข้นของเลือด บางกรณีอาจตรวจหาเชื้อไวรัสหรือสารที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันการติดเชื้อ โดยเฉพาะในระยะแรกของโรค

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเดงกีที่ใช้รักษาโดยตรง การรักษาจึงเป็นการประคับประคอง ได้แก่ การให้สารน้ำอย่างเหมาะสม การติดตามสัญญาณชีพ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและหายได้

เรื่องการดื่มน้ำมีความสำคัญมาก ผู้ป่วยที่ยังรับประทานได้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ อาจเป็นน้ำเปล่า น้ำเกลือแร่สำหรับผู้ป่วยท้องเสีย หรือน้ำซุปตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากอาเจียนมาก ดื่มไม่ได้ หรือเริ่มมีภาวะขาดน้ำ อาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล

ยาที่ควรใช้ลดไข้คือพาราเซตามอลตามขนาดที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยากลุ่มแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาต้านการอักเสบบางชนิดมารับประทานเอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออก

เด็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ความจริงแล้วผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นไข้เลือดออกรุนแรงได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่เคยติดเชื้อเดงกีมาก่อน การติดเชื้อคนละสายพันธุ์ในครั้งถัดไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงในบางราย

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อเคยเป็นไข้เลือดออกแล้วจะไม่เป็นอีก ความจริงคือไวรัสเดงกีมีหลายสายพันธุ์ การติดเชื้อครั้งหนึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นเป็นหลัก แต่ยังสามารถติดสายพันธุ์อื่นได้ในอนาคต ดังนั้นผู้ที่เคยป่วยแล้วก็ยังต้องป้องกันตนเองจากยุงลายเหมือนเดิม

การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการลดจำนวนยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ ควรปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือจานรองกระถางต้นไม้เป็นประจำ คว่ำภาชนะที่ไม่ใช้ เก็บขยะที่อาจมีน้ำขัง และร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลายในชุมชน เพราะหากทำเพียงบ้านเดียวแต่บริเวณรอบข้างยังมีแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงก็ยังบินเข้ามาได้

การป้องกันการถูกยุงกัดก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวันซึ่งเป็นเวลาหากินของยุงลาย ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ใช้ยาทากันยุง ติดมุ้งลวด หรือใช้มุ้งเมื่อนอนพัก แม้ในเวลากลางวันหากมีผู้ป่วยอยู่ในบ้านก็ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่น

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสำหรับบางกลุ่ม ซึ่งการพิจารณาฉีดขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติการติดเชื้อเดิม ชนิดของวัคซีน และคำแนะนำของแพทย์ วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยรุนแรงได้ในผู้ที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถทดแทนการป้องกันยุงกัดและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้

แม้ไข้เลือดออกจะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย แต่หากรู้จักสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก ไม่ซื้อยามารับประทานเองโดยไม่จำเป็น ไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ และช่วยกันลดจำนวนยุงลายในชุมชน ก็สามารถลดโอกาสเกิดโรครุนแรงและลดการแพร่ระบาดได้อย่างมาก

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวIRGC กองทัพคู่ขนานผู้คุมอำนาจอิหร่านอัฟกานิสถาน ประเทศที่ผู้คนทุกข์ที่สุดในโลก10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ทำไมคนเราชอบมองท้องฟ้าแล้วเห็นเมฆเป็นรูปหน้าคน? ไขปริศนาอาการส่องสัตว์ในสิ่งของอ้วกปลาวาฬคืออะไร ทำไมแพงมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบนี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกทำไมหอยถึงดูคล้ายอวัยวะเพศหญิงทำไมเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วง่วงน้อยลง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Why dogs lick your face—and what they may be telling youสีที่หาได้ยากมากที่สุด ที่สามารถพบเจอได้ในธรรมชาติ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Pramool.com หมู่บ้านเกรียนแห่งอินเทอร์เน็ตไทยเมืองที่ถูกเรียกว่า "ห้ามตาย ห้ามเกิด" เพราะอะไร?คุณครูยังจำเป็นไหมในยุค AIแผ่น CD/DVD ยังไม่ตาย แต่เปลี่ยนบทบาท
ตั้งกระทู้ใหม่