ควรมีเงินกี่ล้าน ถึงจะเกษียณได้อย่างมั่นคง?
หลายคนเคยพูดเล่น ๆ ว่า
“ถ้ามีเงิน 10 ล้านบาท ก็เลิกทำงานได้แล้ว”
แต่พอลองถามต่อว่า
“ทำไมต้อง 10 ล้านบาท?”
กลับมีไม่กี่คนที่ตอบได้
เพราะความจริงแล้ว...
การเกษียณไม่ได้วัดจากจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากว่า เงินที่มีจะพอใช้ไปตลอดชีวิตหรือไม่
คำตอบจึงไม่ได้มีตัวเลขเดียว
บางคนอาจเกษียณได้ด้วยเงิน 3 ล้านบาท ขณะที่บางคนมี 30 ล้านบาท ก็ยังไม่กล้าเกษียณ
เพราะสิ่งที่แตกต่างกัน คือ
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน
อายุที่ต้องการเกษียณ
จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ภาระหนี้
รายได้ที่ยังได้รับ
เงินเฟ้อ
ผลตอบแทนจากการลงทุน
รวมถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมบ้าน หรือค่าใช้จ่ายในการดูแลสมาชิกในครอบครัว
ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า “เงินที่พอ” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
เริ่มจากคำถามง่ายที่สุด
ก่อนคิดว่าต้องมีเงินกี่ล้าน ลองตอบคำถามนี้ก่อน
“ถ้าพรุ่งนี้ไม่ต้องทำงานแล้ว คุณต้องใช้เงินเดือนละเท่าไร?”
เช่น
20,000 บาท
30,000 บาท
50,000 บาท
ตัวเลขนี้สำคัญกว่ารายได้ในปัจจุบัน เพราะมันคือค่าใช้จ่ายที่เราต้องหาเงินมาจ่ายทุกเดือนหลังเกษียณ
ควรลองแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 กลุ่ม
ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าเดินทาง ประกัน และค่ารักษาพยาบาล
ค่าใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต เช่น ท่องเที่ยว งานอดิเรก กินข้าวนอกบ้าน หรือช่วยเหลือครอบครัว
การแยกแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่า อย่างน้อยที่สุดเราต้องมีเงินเท่าไร และต้องเพิ่มอีกเท่าไรเพื่อให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้ตามที่ต้องการ
หลัก 25 เท่าที่นักวางแผนการเงินพูดถึง
มีแนวคิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม เรียกว่า กฎ 4% หรือ 4% Rule
แนวคิดโดยทั่วไปคือ ในปีแรกของการเกษียณ ผู้เกษียณถอนเงินประมาณ 4% ของมูลค่าพอร์ตลงทุน จากนั้นจึงปรับจำนวนเงินที่ถอนตามเงินเฟ้อในปีต่อ ๆ ไป
เมื่อนำมาคำนวณแบบง่าย ๆ จึงกลายเป็นหลักว่า
เงินที่ควรมี = ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25
ตัวอย่าง
ใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท
เท่ากับปีละ 240,000 บาท
ควรมีเงินประมาณ 6 ล้านบาท
ใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท
เท่ากับปีละ 360,000 บาท
ควรมีเงินประมาณ 9 ล้านบาท
ใช้เงินเดือนละ 50,000 บาท
เท่ากับปีละ 600,000 บาท
ควรมีเงินประมาณ 15 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียง จุดเริ่มต้นในการประเมิน ไม่ใช่คำตอบตายตัวหรือการรับประกันว่าเงินจะไม่มีวันหมด
กฎ 4% มีพื้นฐานจากข้อมูลผลตอบแทนและเงินเฟ้อในอดีตของตลาดสหรัฐฯ ภายใต้พอร์ตลงทุนและระยะเวลาหลังเกษียณที่กำหนด จึงไม่ควรนำมาใช้กับทุกคนโดยไม่พิจารณาสภาพตลาด ภาษี ค่าธรรมเนียม สัดส่วนการลงทุน และความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้
ผู้ที่ต้องการเกษียณเร็วและอาจต้องใช้เงินนานกว่า 30 ปี อาจต้องใช้สมมติฐานที่ระมัดระวังกว่าเดิม
แล้วเงินบำนาญล่ะ?
หลายคนลืมว่า หลังเกษียณอาจยังมีรายได้จากแหล่งอื่น เช่น
เงินบำนาญ
เงินประกันสังคม
เงินปันผล
ค่าเช่า
ดอกเบี้ย
เงินจากกองทุนหรือประกันบำนาญ
งานพิเศษ
หากมีรายได้ประจำเหล่านี้ เงินก้อนที่ต้องเตรียมไว้ก็อาจลดลง
ตัวอย่างเช่น หากคาดว่าจะใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท แต่มีรายได้หลังเกษียณที่ค่อนข้างสม่ำเสมอเดือนละ 10,000 บาท เงินที่ต้องถอนจากเงินออมจะเหลือเดือนละ 20,000 บาท
เมื่อนำไปคำนวณด้วยหลัก 25 เท่า เป้าหมายเบื้องต้นจะลดจาก 9 ล้านบาท เหลือประมาณ 6 ล้านบาท
แต่ควรตรวจสอบด้วยว่า รายได้นั้นจะได้รับนานเพียงใด มีความแน่นอนแค่ไหน และจะเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อหรือไม่
อย่าลืมภาระหนี้ก่อนเกษียณ
คนสองคนที่มีเงินเก็บเท่ากัน อาจมีความพร้อมในการเกษียณต่างกันมาก
คนหนึ่งมีบ้านเป็นของตัวเองและไม่มีหนี้
แต่อีกคนยังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือชำระหนี้บัตรเครดิตทุกเดือน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเกษียณ ควรรวมยอดชำระหนี้ไว้ในค่าใช้จ่ายด้วย หรือวางแผนลดภาระหนี้ให้เหลือน้อยที่สุดก่อนที่รายได้ประจำจากการทำงานจะหยุดลง
อย่าลืมศัตรูที่ชื่อ “เงินเฟ้อ”
สมมติวันนี้ใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท
อีก 20 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายอาจไม่ใช่ 30,000 บาทอีกต่อไป
ของที่เคยซื้อได้อาจแพงขึ้น ค่ารักษาพยาบาลอาจสูงขึ้น และค่าครองชีพก็อาจเปลี่ยนไปมาก
นี่คือเหตุผลที่การวางแผนเกษียณควรเผื่อเงินเฟ้อไว้เสมอ
ตัวเลขค่าใช้จ่ายในวันนี้จึงไม่ควรถูกนำไปใช้กับอนาคตแบบตรง ๆ โดยไม่ปรับมูลค่า และเงินเกษียณทั้งหมดก็ไม่ควรถูกเก็บไว้ในรูปเงินสดเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่แท้จริงของเงินอาจลดลงตามค่าครองชีพ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง จึงควรเลือกให้เหมาะกับระยะเวลา เป้าหมาย และระดับความผันผวนที่ตนเองยอมรับได้
ค่ารักษาพยาบาลอาจไม่เหมือนค่าใช้จ่ายทั่วไป
หลังเกษียณ ค่าเดินทางไปทำงานหรือค่าเสื้อผ้าอาจลดลง แต่ค่าใช้จ่ายบางประเภท โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและการดูแลระยะยาว อาจเพิ่มขึ้นตามอายุ
เงินสำรองสำหรับสุขภาพจึงควรพิจารณาแยกจากค่าใช้จ่ายประจำ
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ เงินสำรองฉุกเฉิน และเงื่อนไขความคุ้มครองให้ชัดเจน ไม่ควรคาดหวังว่าเงินก้อนเพื่อการเกษียณเพียงก้อนเดียวจะรับมือค่าใช้จ่ายทุกอย่างได้โดยไม่มีแผนสำรอง
แล้วต้องรีบมีเงินหลายล้านหรือ?
ไม่จำเป็นต้องมีเงินครบทั้งหมดในวันนี้
สิ่งสำคัญกว่าคือ เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้
คนที่เริ่มออมตั้งแต่อายุ 25 ปี อาจใช้เงินออมต่อเดือนน้อยกว่าคนที่เริ่มตอนอายุ 45 ปี เพราะมีเวลาให้ผลตอบแทนจากการลงทุนช่วยทำงาน
เวลา จึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของการเกษียณ
แต่สำหรับคนที่เริ่มช้า ก็ไม่ได้หมายความว่าสายเกินไป
สิ่งที่ทำได้คือกลับมาตรวจสอบค่าใช้จ่าย เพิ่มจำนวนเงินออม ลดหนี้ ปรับอายุเกษียณ หรือสร้างรายได้บางส่วนหลังเกษียณ เพื่อให้เป้าหมายสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
เช็กความพร้อมก่อนบอกตัวเองว่า “เกษียณได้แล้ว”
ลองตอบคำถามเหล่านี้
-
รู้หรือยังว่าจะใช้เงินเดือนละเท่าไร?
-
เงินก้อนที่มีรองรับค่าใช้จ่ายได้นานกี่ปี?
-
ยังมีหนี้ที่ต้องจ่ายหรือไม่?
-
มีรายได้ประจำหลังเกษียณเท่าไร?
-
เผื่อเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลแล้วหรือยัง?
-
หากตลาดลงทุนตกในช่วงแรกของการเกษียณ จะลดค่าใช้จ่ายได้หรือไม่?
-
มีเงินฉุกเฉินแยกจากพอร์ตเกษียณหรือยัง?
ถ้ายังตอบบางข้อไม่ได้ เป้าหมายเงินก้อนที่คำนวณออกมาก็อาจยังไม่สะท้อนชีวิตจริงทั้งหมด
แล้ว...
“ควรมีเงินเท่าไร ถึงจะเกษียณได้?”
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน
แต่หลักการง่าย ๆ คือ เริ่มจากคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้หลังเกษียณ หักรายได้ที่คาดว่าจะยังได้รับ แล้วประเมินเงินก้อนที่ต้องเตรียม โดยคำนึงถึงเงินเฟ้อ ภาระหนี้ ระยะเวลาหลังเกษียณ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
เพราะการเกษียณที่มั่นคง ไม่ได้หมายถึงการมีเงินถึงตัวเลขที่ใครคนหนึ่งกำหนด
แต่หมายถึง การมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตในแบบที่เราอยากใช้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนเวลา
REFERENCES:
https://www.bengenfs.com/the-4-percent-rule/
https://media.set.or.th/set/Documents/2023/Dec/TSI_eBook_FL_004_Retirement_Planning.pdf
https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/98-tsi-how-much-investment-fund-we-need-to-have-enough-retirement-saving
https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/post-retirement
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
วิกฤตหรือโอกาส? สรุปสภาวะ "เศรษฐกิจยุคแพงทั้งแผ่นดิน" พร้อม 5 วิธีเอาตัวรอดสำหรับคนทำงาน
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ฟันแท้ 1 ซี่ของนโปเลียน ถูกประมูลเกือบล้าน! ชิ้นส่วนร่างจักรพรรดิที่นักสะสมยอมทุ่มเงินแย่งกัน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ดิสนีย์ปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่ง พิกซาร์รับผลกระทบหนักสุดในฝั่งสตูดิโอ
ทรัมป์ขู่อิหร่าน โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ 1 ลำ สหรัฐฯ จะถล่มสะพานหรือโรงไฟฟ้า 1 แห่ง
ไขปริศนา "คำสาปฟาโรห์" เรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเรื่องเล่าเพื่อเตือนพวกหัวขโมย
อวัยวะเพศ 4 หัว สลับกันใช้งานได้! ความลับสุดประหลาดของ “ตัวกินมดหนาม”
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
อวัยวะเพศ 4 หัว สลับกันใช้งานได้! ความลับสุดประหลาดของ “ตัวกินมดหนาม”
วิกฤตหรือโอกาส? สรุปสภาวะ "เศรษฐกิจยุคแพงทั้งแผ่นดิน" พร้อม 5 วิธีเอาตัวรอดสำหรับคนทำงาน
Why orthopedic pet beds are not just for senior pets
พระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปหินใหญ่สุดในโลก
ไม่เจอตัวผู้นานเกือบ 4 ปี แต่ยังออกลูกได้! ฉลามตัวเมียเก็บน้ำเชื้อรอเวลาตั้งท้องจริงหรือ?
5 เรื่องพีคๆ รอบโลกที่ "ฟังดูเหมือนเรื่องโกหก" แต่ดันเป็นเรื่องจริง!
อัณฑะหนักเกือบ 1 ใน 7 ของตัว! สถิติสุดเหลือเชื่อของ “ตั๊กแตนพุ่มไม้” เจ้าของไข่ใหญ่ที่สุดในโลก
เลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไร? 7 เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ