IRGC กองทัพคู่ขนานผู้คุมอำนาจอิหร่าน
กองกำลัง IRGC ไม่ใช่กองทัพอิหร่านทั้งหมด และไม่ได้เป็นเพียงหน่วยรบพิเศษอย่างที่หลายคนเข้าใจ ชื่อเต็มคือ Islamic Revolutionary Guard Corps หรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม เป็นองค์กรความมั่นคงขนาดใหญ่ที่มีทั้งทหารบก กองเรือ หน่วยขีปนาวุธ หน่วยปฏิบัติการต่างประเทศ กองกำลังอาสาสมัคร เครือข่ายข่าวกรอง และกิจการทางเศรษฐกิจของตัวเอง
อิหร่านจึงมีกองกำลังติดอาวุธหลักอยู่สองระบบ ระบบแรกคือกองทัพประจำชาติหรือ Artesh ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันประเทศตามแบบกองทัพทั่วไป อีกระบบคือ IRGC ซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อปกป้องระบอบสาธารณรัฐอิสลามและแนวทางของการปฏิวัติปี 1979 โดยตรง
การแยกกันเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ทั้งคู่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างอำนาจของรัฐและมีหน้าที่ร่วมกันเมื่อประเทศเผชิญสงคราม แต่ IRGC มีสถานะทางการเมืองและอุดมการณ์เด่นกว่า เพราะภารกิจสำคัญขององค์กรไม่ใช่เพียงรักษาพรมแดน แต่รวมถึงการป้องกันไม่ให้ระบอบการปกครองถูกโค่นล้มจากทั้งศัตรูภายนอกและแรงต่อต้านภายใน
ต้นกำเนิดของ IRGC ต้องย้อนกลับไปหลังการปฏิวัติอิหร่านปี 1979 เมื่อระบอบกษัตริย์ของชาห์ถูกโค่นลงและอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคมัยนีขึ้นเป็นผู้นำ รัฐบาลใหม่ยังไม่ไว้วางใจกองทัพเดิมเต็มที่ เพราะนายทหารจำนวนมากเคยรับใช้ราชวงศ์ จึงตั้งกองกำลังใหม่ที่ภักดีต่อการปฏิวัติขึ้นมาคานอำนาจ
ไม่นานหลังจากนั้น อิหร่านเข้าสู่สงครามกับอิรักระหว่างปี 1980–1988 สงครามครั้งนั้นทำให้ IRGC จากกองกำลังปฏิวัติที่ยังไม่เป็นระบบ กลายเป็นองค์กรทหารขนาดใหญ่ มีประสบการณ์รบจริง มีผู้บังคับบัญชาเป็นของตัวเอง และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับนักการเมือง นักบวช และประชาชนที่ร่วมสงคราม
ปัจจุบัน IRGC มีองค์ประกอบหลายส่วน หน่วยภาคพื้นดินรับผิดชอบการรบทางบก ความมั่นคงในพื้นที่สำคัญ และการรับมือกลุ่มติดอาวุธตามชายแดน หน่วยการบินและอวกาศดูแลขีปนาวุธ โดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงการอวกาศบางส่วน ส่วนกองทัพเรือของ IRGC เน้นปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ
กองทัพเรือ IRGC แตกต่างจากกองทัพเรือประจำชาติอย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะพึ่งเรือรบขนาดใหญ่เป็นหลัก หน่วยนี้ใช้เรือเร็วขนาดเล็กจำนวนมาก ขีปนาวุธต่อต้านเรือ โดรน ทุ่นระเบิด และยุทธวิธีเข้าประชิดพร้อมกันหลายทิศทาง วิธีดังกล่าวเหมาะกับการก่อกวนหรือกดดันกองเรือขนาดใหญ่ในพื้นที่ทะเลแคบ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินราคาแพงมาแข่งขัน
อีกหน่วยที่ถูกพูดถึงมากคือกองกำลังคุดส์ หรือ Quds Force ทำหน้าที่ปฏิบัติการนอกประเทศ สนับสนุนพันธมิตร ถ่ายทอดความรู้ด้านการทหาร จัดหาอาวุธ และสร้างเครือข่ายอิทธิพลในตะวันออกกลาง การดำเนินงานจำนวนมากไม่ได้อยู่ในรูปการส่งกองทัพอิหร่านเข้าไปรบอย่างเปิดเผย แต่ใช้ความสัมพันธ์กับรัฐบาล พรรคการเมือง และกลุ่มติดอาวุธในแต่ละพื้นที่
เครือข่ายที่ถูกเชื่อมโยงกับอิหร่านมีอยู่ในเลบานอน ซีเรีย อิรัก เยเมน และดินแดนปาเลสไตน์ แต่ระดับความสัมพันธ์ไม่เหมือนกันทุกกลุ่ม บางองค์กรใกล้ชิดกับอิหร่านทั้งด้านเงิน อาวุธ และการวางยุทธศาสตร์ ขณะที่บางองค์กรเพียงมีผลประโยชน์หรือศัตรูร่วมกัน จึงไม่ควรเหมารวมว่าทุกกลุ่มรับคำสั่งจากเตหะรานโดยตรงทุกเรื่อง
แนวทางนี้ทำให้อิหร่านขยายอิทธิพลได้ไกลกว่าพรมแดนของตัวเอง โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนของการยึดครองประเทศอื่นเต็มรูปแบบ ในมุมของอิหร่าน เครือข่ายพันธมิตรเป็นแนวป้องกันชั้นนอก หากศัตรูต้องการโจมตีอิหร่าน ก็ต้องคำนึงถึงแรงตอบโต้จากหลายพื้นที่พร้อมกัน
ฝ่ายที่ต่อต้านอิหร่านมองเครือข่ายดังกล่าวต่างออกไป โดยเห็นว่าเป็นการใช้กลุ่มติดอาวุธแทรกแซงประเทศอื่นและสร้างความไม่มั่นคง สหรัฐอเมริกากำหนดให้ IRGC เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศในปี 2019 ซึ่งเป็นกรณีสำคัญ เพราะ IRGC เป็นหน่วยงานทางทหารอย่างเป็นทางการของรัฐอธิปไตย ไม่ใช่องค์กรใต้ดินทั่วไป ส่วนอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาและอธิบายว่ากิจกรรมของตนเป็นการสนับสนุนพันธมิตรและต่อต้านอิทธิพลของสหรัฐกับอิสราเอล [oai_citation:0‡U.S. State Department](https://2017-2021.state.gov/designation-of-the-islamic-revolutionary-guard-corps/?utm_source=chatgpt.com)
นอกจากหน่วยรบแล้ว IRGC ยังสัมพันธ์กับกองกำลังบาซิจ ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครที่กระจายอยู่ตามชุมชน มหาวิทยาลัย สถานที่ทำงาน และหน่วยงานต่างๆ บาซิจมีหลายบทบาท ตั้งแต่งานช่วยเหลือประชาชน การรณรงค์ทางสังคม การปลูกฝังอุดมการณ์ ไปจนถึงการรักษาความสงบและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ระหว่างการประท้วง
จุดนี้ทำให้ IRGC ไม่เหมือนกองทัพทั่วไป เพราะมีโครงสร้างแทรกอยู่ในชีวิตพลเรือนด้วย ผู้สนับสนุนมองว่าบาซิจเป็นกำลังประชาชนที่ช่วยปกป้องประเทศในยามวิกฤต ส่วนผู้วิจารณ์มองว่าเป็นเครื่องมือควบคุมสังคมและปราบปรามผู้เห็นต่าง ความจริงจึงขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ พื้นที่ และบทบาทที่แต่ละหน่วยได้รับในเวลานั้น
อิทธิพลของ IRGC ยังครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ หลังสงครามอิรัก–อิหร่าน รัฐต้องฟื้นฟูถนน เขื่อน โรงงาน ระบบพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ IRGC มีทั้งกำลังคน วิศวกร เครื่องจักร และระบบจัดการพร้อมอยู่แล้ว จึงได้รับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จากรัฐ
เมื่อเวลาผ่านไป เครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ IRGC ขยายไปยังพลังงาน ปิโตรเคมี โทรคมนาคม การขนส่ง การก่อสร้าง และการค้าบางประเภท เป็นเรื่องยากที่จะระบุตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แน่นอน เพราะบริษัทจำนวนหนึ่งมีโครงสร้างถือหุ้นซับซ้อนและไม่ได้ประกาศความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา
มาตรการคว่ำบาตรจากต่างประเทศกลับทำให้เครือข่ายดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นในบางด้าน เมื่อบริษัททั่วไปเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี หรือคู่ค้าต่างชาติได้ยาก องค์กรที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐและมีประสบการณ์หลบเลี่ยงข้อจำกัดย่อมได้เปรียบ จึงเกิดภาพย้อนแย้งว่าแรงกดดันที่ตั้งใจลดอำนาจ IRGC อาจเปิดพื้นที่ให้องค์กรนี้เข้าไปควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
ด้านการเมือง อดีตสมาชิกและผู้บังคับบัญชา IRGC จำนวนหนึ่งเข้าสู่ตำแหน่งในรัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานความมั่นคง และรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนคิดเหมือนกันทั้งหมด ภายในองค์กรมีทั้งกลุ่มที่เคร่งอุดมการณ์ กลุ่มนักเทคนิค กลุ่มที่สนใจความมั่นคง และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
ผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือกองกำลังติดอาวุธอิหร่านคือผู้นำสูงสุด ไม่ใช่ประธานาธิบดี ประธานาธิบดีมีอำนาจบริหารประเทศหลายด้าน แต่เรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงระดับสูง การแต่งตั้งผู้บัญชาการสำคัญ และทิศทางของ IRGC ผูกอยู่กับสถาบันผู้นำสูงสุดมากกว่า
การประเมินจำนวนกำลังพลของ IRGC ทำได้ไม่ง่าย ตัวเลขจากแต่ละแหล่งแตกต่างกัน และยังต้องแยกระหว่างกำลังประจำ หน่วยสนับสนุน สมาชิกบาซิจที่ปฏิบัติงานจริง และรายชื่อสมาชิกที่อาจถูกเรียกระดมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงควรมองว่า IRGC เป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ มากกว่าจะวัดความแข็งแกร่งจากจำนวนทหารประจำเพียงตัวเลขเดียว
อาวุธที่ทำให้ IRGC ถูกจับตามากที่สุดคือขีปนาวุธและโดรน อิหร่านรู้ดีว่าตัวเองเสียเปรียบสหรัฐและพันธมิตรด้านเครื่องบินรบสมัยใหม่ จึงลงทุนกับอาวุธที่ผลิตได้เอง ยิงได้ไกล และใช้ต้นทุนต่ำกว่า เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้อิหร่านสามารถโจมตีเป้าหมายทางทหาร ฐานทัพ เรือ หรือโครงสร้างพื้นฐานของฝ่ายตรงข้ามได้โดยไม่ต้องส่งเครื่องบินเข้าไปเสี่ยงโดยตรง
ความแข็งแกร่งของ IRGC จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็นกองทัพทันสมัยที่สุดในโลก แต่อยู่ที่การผสมหลายวิธีเข้าด้วยกัน ทั้งขีปนาวุธ โดรน เรือเร็ว ข่าวกรอง ปฏิบัติการไซเบอร์ พันธมิตรนอกประเทศ และแรงกดดันทางการเมือง เมื่อส่วนเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ศัตรูจะคาดเดาได้ยากว่าการตอบโต้จะเกิดขึ้นที่ไหนและในรูปแบบใด
IRGC มีผู้สนับสนุนในอิหร่านจริง โดยเฉพาะคนที่มองว่าองค์กรนี้มีส่วนปกป้องประเทศจากการรุกรานของอิรัก ต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย และรักษาเอกราชจากมหาอำนาจต่างชาติ ขณะเดียวกันก็มีชาวอิหร่านจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจกับอำนาจทางการเมือง การควบคุมสังคม การปราบผู้ประท้วง และบทบาททางเศรษฐกิจที่กว้างเกินไป
จึงไม่ถูกต้องนักหากเรียก IRGC ว่าเป็นเพียง “กองกำลังพิทักษ์อิหร่าน” เพราะหน้าที่หลักคือพิทักษ์ระบอบการปฏิวัติอิสลาม และไม่ถูกต้องเช่นกันหากมองว่าเป็นเพียงกลุ่มติดอาวุธที่อยู่นอกกฎหมาย เพราะองค์กรนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐอิหร่านอย่างเป็นทางการ มีงบประมาณ ฐานทัพ ระบบบัญชาการ และอำนาจตามกฎหมายของประเทศ
คำอธิบายที่ใกล้เคียงที่สุดคือ IRGC เป็นกองทัพคู่ขนานที่เติบโตจนกลายเป็นเสาหลักของอำนาจรัฐ มีหน้าที่ทั้งรบ ป้องกันระบอบ สร้างอิทธิพลต่างประเทศ ควบคุมความมั่นคงภายใน และดูแลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจบางส่วน การทำความเข้าใจการเมืองและความขัดแย้งของอิหร่านโดยไม่เข้าใจ IRGC จึงแทบเป็นไปไม่ได้
ทำไมคนเราชอบมองท้องฟ้าแล้วเห็นเมฆเป็นรูปหน้าคน? ไขปริศนาอาการส่องสัตว์ในสิ่งของ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เงินที่เห็นในแอปอยู่ที่ไหน เบื้องหลังยอดเงินในบัญชีธนาคาร
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ทำไมเมล็ดผลไม้บางชนิดจึงไม่ถูกย่อย และยังออกมาเป็นเมล็ด?
อ้วกปลาวาฬคืออะไร ทำไมแพง
10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
ไททานิคจมเพราะอะไร ทั้งที่ถูกว่าไม่มีวันจม
ม้าสีหมอก วิ่งบน-ล่างเน้นๆ งวด 1 ส.ค. 69 สายวิ่งสายรูดจัดด่วน!
เรียงเบอร์พิมพ์ทันทีหลังหวยออกได้อย่างไร
Why pet-friendly cities can still be unaffordable
สีที่หาได้ยากมากที่สุด ที่สามารถพบเจอได้ในธรรมชาติ
ไส้ดินสอทำมาจากอะไร และเหตุใดดินสอแต่ละเบอร์จึงเขียนได้ไม่เหมือนกัน
ไล่หนูให้ได้ผล ต้องตัดทั้งทางกินและทางเข้า
