ทำไมโคลนถึงเอามาพอกหน้าได้
เวลาพูดถึงการพอกหน้า หลายคนอาจนึกถึงคำถามว่า "เอาโคลนมาทาหน้าทำไม" เพราะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องแปลก ในชีวิตประจำวันโคลนมักถูกมองว่าเป็นดินเปียกที่ทำให้สกปรก แต่โคลนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ใช่โคลนจากริมถนนหรือบ่อทั่วไป หากเป็นแร่ธรรมชาติที่ผ่านการคัดเลือก ทำความสะอาด และผลิตให้ปลอดภัยสำหรับใช้กับผิวหนัง
โคลนที่นิยมนำมาใช้มีหลายชนิด เช่น โคลนทะเลเดดซี ดินเบนโทไนต์ ดินเคโอลิน และดินภูเขาไฟ แต่ละชนิดมีองค์ประกอบของแร่ธาตุแตกต่างกัน จึงให้คุณสมบัติไม่เหมือนกัน บางชนิดดูดซับความมันได้ดี บางชนิดอ่อนโยนเหมาะกับผิวบอบบาง หรือบางชนิดมีแร่ธาตุที่ช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มขึ้นหลังล้างออก
เหตุผลสำคัญที่คนพอกโคลนคือการดูดซับน้ำมันส่วนเกินบนผิว เมื่อทิ้งไว้สักระยะ โคลนจะดูดซับไขมันและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวหน้า ทำให้หลังล้างออกผิวรู้สึกสะอาดและไม่มันเท่าเดิม จึงเป็นเหตุผลที่คนผิวมันหรือคนที่มีปัญหาสิวมักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้
อีกคุณสมบัติหนึ่งคือช่วยกำจัดสิ่งตกค้างบนผิว แม้ว่าการล้างหน้าจะช่วยทำความสะอาดได้ในระดับหนึ่ง แต่คราบเครื่องสำอาง ครีมกันแดด ฝุ่นละออง และมลภาวะบางส่วนอาจยังตกค้างอยู่ การพอกโคลนจึงช่วยเสริมการทำความสะอาดให้ผิวรู้สึกสดชื่นมากขึ้น
หลายคนรู้สึกว่ารูขุมขนดูเล็กลงหลังพอกหน้า ความจริงแล้วโคลนไม่ได้ทำให้รูขุมขนหดตัวถาวร แต่เมื่อความมันและสิ่งอุดตันลดลง รูขุมขนจึงดูสะอาดและมองเห็นได้น้อยลง เป็นผลที่เกิดขึ้นชั่วคราวมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผิว
โคลนบางชนิดยังมีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ระหว่างล้างออก การนวดเบา ๆ จะช่วยพาเซลล์ผิวเก่าที่หลุดลอกตามธรรมชาติออกไป ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น แต่ไม่ควรขัดแรง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองแทนที่จะได้ผลดี
สำหรับคนที่มีผิวมัน การพอกโคลนสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งอาจช่วยลดความมันระหว่างวันได้ ส่วนคนผิวธรรมดาหรือผิวผสมสามารถใช้เป็นครั้งคราวเพื่อทำความสะอาดล้ำลึก ขณะที่คนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่ายควรเลือกสูตรที่อ่อนโยนและไม่ควรพอกบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
หลายคนเข้าใจผิดว่าพอกโคลนยิ่งปล่อยให้แห้งแตกระแหงยิ่งดี แต่จริง ๆ แล้วการปล่อยให้แห้งจนตึงมากเกินไปอาจดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้เกิดอาการแห้ง แสบ หรือระคายเคืองได้ หลายผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ล้างออกเมื่อโคลนเริ่มแห้งแต่ยังไม่ถึงกับแตกล่อนทั่วทั้งหน้า
หลังล้างโคลนออก ควรตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นกลับคืนให้ผิว เพราะแม้จะเป็นคนผิวมัน ผิวก็ยังต้องการน้ำหล่อเลี้ยง หากละเลยขั้นตอนนี้ ผิวอาจผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชยความแห้ง
โคลนพอกหน้าไม่ได้รักษาสิวทุกชนิด สิวที่เกิดจากฮอร์โมน การอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียยังต้องอาศัยการดูแลที่เหมาะสมหรือการรักษาจากแพทย์ผิวหนัง การพอกโคลนเป็นเพียงตัวช่วยลดความมันและทำความสะอาดผิว ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาผิวแบบครอบจักรวาล
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการนำโคลนธรรมชาติที่พบตามท้องนา ริมแม่น้ำ หรือบ่อดินมาพอกหน้าเอง เพราะอาจมีเชื้อโรค สารเคมี โลหะหนัก หรือสิ่งปนเปื้อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โคลนที่ใช้ในเครื่องสำอางผ่านกระบวนการคัดกรองและควบคุมคุณภาพเพื่อให้เหมาะกับการสัมผัสผิวหนัง
สรุปแล้ว คนเราพอกหน้าด้วยโคลนเพราะแร่ธรรมชาติบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมัน ทำความสะอาดผิว ลดความรู้สึกอุดตัน และทำให้ผิวดูสดชื่นหลังใช้ แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว ใช้ในความถี่ที่พอดี และบำรุงผิวหลังพอก ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้ประโยชน์จากการพอกโคลนโดยไม่เกิดผลเสียตามมา
ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟ
พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทย
10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม
ทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
บราซิล ประเทศมหาอำนาจแห่งกาแฟของโลก
10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนัก
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
มหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
เทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!


