หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปลาหมึกบลูริงกับอิคคิว ไม่ใช่ตัวเดียวกัน

เขียนโดย nantana

ปลาหมึกบลูริงกับปลาหมึกอิคคิวไม่ใช่ปลาหมึกชนิดเดียวกัน แม้ทั้งคู่จะเป็นหมึกสายขนาดเล็กและมีลวดลายคล้ายวงกลมบนลำตัว จนทำให้คนเห็นตามตลาดหรือร้านบุฟเฟต์แล้วตกใจว่าเป็นหมึกพิษก็ตาม

ความต่างสำคัญที่สุดคือ ปลาหมึกบลูริงมีพิษร้ายแรง ส่วนปลาหมึกอิคคิวเป็นชื่อที่คนค้าสัตว์น้ำและร้านอาหารในไทยใช้เรียกหมึกสายขนาดเล็กบางชนิดที่นำมารับประทานกันตามปกติ

สาเหตุที่คนมักสับสนกันอยู่ตรงลายบนตัว หมึกอิคคิวบางตัวมีวงกลมหรือแต้มสีฟ้าอมเขียวบริเวณข้างศีรษะ จึงดูคล้ายกับคำว่า “บลูริง” ที่แปลว่าวงแหวนสีน้ำเงิน โดยเฉพาะหลังถูกลวกหรือต้ม สีผิวและลวดลายอาจเปลี่ยนจนดูเด่นขึ้นกว่าเดิม

แต่ลายของหมึกบลูริงจริง ๆ มีลักษณะต่างออกไป มันมีวงแหวนสีน้ำเงินสดจำนวนมากกระจายตามลำตัว ศีรษะ และหนวด เมื่อถูกรบกวนหรือรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม วงสีน้ำเงินเหล่านี้จะยิ่งปรากฏชัด ตัดกับพื้นผิวสีเหลือง น้ำตาล หรือครีม เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าอย่าเข้าใกล้

ส่วนหมึกที่เรียกว่าอิคคิว มักมีวงหรือแต้มใหญ่เพียงไม่กี่ตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณข้างศีรษะ ลายไม่กระจายเต็มตัวเป็นวงเล็ก ๆ จำนวนมากเหมือนบลูริง สีของวงก็มักไม่เรืองหรือสดจัดเท่าขณะหมึกยังมีชีวิต

อย่างไรก็ตาม การแยกด้วยจำนวนวงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสีของหมึกเปลี่ยนได้ตามสภาพร่างกาย ความเครียด แสง และการตายของสัตว์ หมึกบลูริงที่อยู่นิ่งอาจมีสีซีดจนวงสีน้ำเงินแทบมองไม่เห็น ขณะที่หมึกชนิดอื่นก็อาจมีลายเป็นวงหรือจุดคล้ายกันได้

จึงไม่ควรใช้หลักว่า “มีสองวงกินได้ มีหลายวงกินไม่ได้” แล้วนำไปตัดสินหมึกทุกตัวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหมึกที่จับได้จากธรรมชาติหรือหมึกที่ปะปนมาในกองสัตว์น้ำโดยไม่ทราบแหล่งที่มา

ปลาหมึกบลูริงเป็นชื่อรวมของหมึกในสกุล Hapalochlaena พบในเขตอินโดแปซิฟิก รวมถึงทะเลแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลำตัวมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงสามารถปะปนมากับหมึกสายตัวเล็กที่ชาวประมงจับขึ้นมาได้ หากไม่มีการคัดแยกอย่างละเอียด

พิษสำคัญของหมึกบลูริงคือเทโทรโดท็อกซิน ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้าบางชนิด ความอันตรายไม่ได้หายไปเพียงเพราะนำไปต้ม ย่าง หรือลวก ความร้อนจากการปรุงอาหารทั่วไปไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ในการทำให้พิษหมดฤทธิ์

ผู้ที่ถูกกัดหรือได้รับพิษอาจเริ่มมีอาการชารอบปาก ชาที่ลิ้น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด กลืนลำบาก และหายใจไม่ออก ในบางรายผู้ป่วยยังรู้สึกตัวแต่กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อันตรายหลักจึงเกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจเป็นอัมพาต

หมึกบลูริงไม่ได้ว่ายไล่กัดคนโดยไม่มีเหตุผล ส่วนใหญ่มักหลบซ่อนตามซอกหิน เปลือกหอย หรือแอ่งน้ำตื้น การกัดมักเกิดเมื่อมีคนจับ บีบ เหยียบ หรือหยิบขึ้นมาเล่นเพราะเห็นว่าตัวเล็กและสีสวย รอยกัดอาจเล็กมากจนผู้ถูกกัดไม่ทันสังเกต

หากพบหมึกที่สงสัยว่าเป็นบลูริง ไม่ควรจับด้วยมือเปล่า ไม่ควรนำไปปรุงอาหาร และไม่ควรคิดว่าตัดส่วนหัวหรือเอาเครื่องในออกแล้วจะปลอดภัย ควรแยกออกจากสัตว์น้ำอื่นโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง และแจ้งผู้ขายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ

สำหรับผู้ซื้ออาหารทะเล สิ่งที่ควรระวังคือหมึกสายตัวเล็กที่ขายรวมกันเป็นจำนวนมาก เพราะการมองผ่าน ๆ อาจไม่เห็นความแตกต่างทุกตัว ควรซื้อจากร้านที่มีการคัดวัตถุดิบและทราบแหล่งที่มา หากเห็นลายวงสีน้ำเงินกระจายเต็มตัว หรือมีลักษณะผิดจากหมึกที่เคยซื้อ ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน

คำว่า “หมึกอิคคิว” เองเป็นชื่อเรียกทางการค้ามากกว่าชื่อวิทยาศาสตร์ที่ชี้เฉพาะชนิดเดียว ร้านค้าแต่ละพื้นที่อาจใช้เรียกหมึกตัวเล็กไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรอาศัยเพียงป้ายชื่อว่าอิคคิวแล้วสรุปว่าหมึกทุกตัวในถาดปลอดภัย การคัดแยกจากผู้ที่รู้จักชนิดสัตว์น้ำจริง ๆ ยังเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าซื้อหมึกอิคคิวจากร้านอาหารหรือแหล่งจำหน่ายทั่วไป แล้วเห็นวงใหญ่บริเวณข้างหัวเพียงไม่กี่วง ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นบลูริงทันที แต่หากไม่มั่นใจ อย่าฝืนกินเพราะเสียดายราคา การทิ้งหมึกที่น่าสงสัยหนึ่งตัวเสียหายน้อยกว่าการเสี่ยงรับพิษที่ไม่มีวิธีแก้พิษเฉพาะโดยตรง

ในกรณีที่รับประทานไปแล้วเกิดอาการชารอบปาก ลิ้นชา แขนขาอ่อนแรง หนังตาตก หายใจติดขัด หรือพูดไม่ชัด ควรไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอดูอาการเอง และควรบอกแพทย์ว่าเพิ่งรับประทานหมึกที่สงสัยว่าอาจเป็นบลูริง หากมีตัวอย่างอาหารหรือภาพถ่าย ควรเก็บไว้ให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการตรวจสอบโดยไม่สัมผัสด้วยมือเปล่า

สรุปให้จำง่ายคือ หมึกอิคคิวไม่ใช่ชื่ออีกชื่อหนึ่งของหมึกบลูริง หมึกอิคคิวที่ขายเป็นอาหารโดยทั่วไปกินได้เมื่อผ่านการคัดแยกและปรุงสุกอย่างเหมาะสม ส่วนหมึกบลูริงเป็นหมึกพิษที่ห้ามนำมารับประทาน ความคล้ายกันของลวดลายทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ จึงควรดูทั้งจำนวนวง ตำแหน่ง สี และการกระจายของลาย พร้อมให้ความสำคัญกับแหล่งที่มามากกว่าตัดสินจากชื่อที่ผู้ขายเรียกเพียงอย่างเดียว

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 58 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรมโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 44 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันเจ้าพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 ส่องทีเด็ดบนแผ่นกระดาษในตำนานเทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิงโตตัวผู้ยอมสิงโตตัวเมียไหม พฤติกรรมในฝูงบอกอะไรย้อนอดีต7 ธนาคารที่เก่าแก่ที่ถูกควบรวมและหายไปจังหวัดที่เพื่อนบ้านเยอะที่สุด มีจังหวัดอื่นรายล้อมอยู่มากที่สุดเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด ต่างชาติเลือกเรียนที่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่