หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กันตัวเป็นพยานแล้ว ยังต้องรับโทษไหม

เขียนโดย nattawat25800

คำว่า “กันตัวเป็นพยาน” ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ผู้ร่วมกระทำผิดคนหนึ่งยอมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แล้วจะหลุดพ้นจากความผิดทั้งหมดทันที ความจริงไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะต้องแยกก่อนว่าเป็นเพียงการขอความร่วมมือระหว่างสอบสวน หรือมีคำสั่งทางคดีให้บุคคลนั้นไม่ถูกดำเนินคดีจริงแล้ว

โดยทั่วไป การกันตัวเป็นพยานมักใช้ในคดีที่มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน แต่หลักฐานจากภายนอกยังไม่พอจะพิสูจน์บทบาทของผู้บงการหรือผู้ร่วมขบวนการคนสำคัญ เจ้าหน้าที่จึงอาจเลือกผู้ต้องหาบางคนซึ่งมีบทบาทน้อยกว่า ให้เล่าข้อเท็จจริงและขึ้นให้การเป็นพยานต่อศาล

คนที่จะถูกกันไว้เป็นพยานมักต้องให้ข้อมูลที่สำคัญ เป็นประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำผิดรายอื่นได้ ไม่ใช่เพียงยอมรับสารภาพเฉพาะส่วนของตัวเองแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ยังต้องพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนคำให้การหรือไม่ และบุคคลนั้นเป็นตัวการสำคัญของคดีหรือเปล่า

ถ้าเพิ่งอยู่ในขั้นสอบสวน และตำรวจพูดว่าจะเสนอให้กันเป็นพยาน สถานะของบุคคลนั้นอาจยังเป็นผู้ต้องหาอยู่ การรับปากของพนักงานสอบสวนไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดแล้ว เพราะผู้มีอำนาจสั่งคดีโดยหลักคือพนักงานอัยการ หากอัยการไม่เห็นด้วยกับการกันไว้เป็นพยาน ก็ยังอาจสั่งฟ้องได้

ดังนั้น คนที่ให้ข้อมูลกับตำรวจโดยหวังว่าจะถูกกันเป็นพยาน ควรดูเอกสารและสถานะทางคดีให้ชัดเจน อย่าเข้าใจว่าการเซ็นคำให้การหรือไปชี้สถานที่เกิดเหตุเท่ากับได้รับการยกเว้นโทษแล้ว ในทางปฏิบัติ ควรมีทนายความติดตามว่ามีการเสนอความเห็นอย่างไร และมีคำสั่งไม่ฟ้องอย่างเป็นทางการหรือยัง

หากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบุคคลนั้นในความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อให้เป็นพยาน บุคคลนั้นก็จะไม่ถูกนำตัวไปพิจารณาและลงโทษในข้อหาที่มีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น จึงพูดได้ว่าในคดีส่วนนั้น เขาไม่ต้องรับโทษอาญา แม้ข้อเท็จจริงอาจแสดงว่าเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็ตาม

แต่การไม่ถูกฟ้องไม่ได้แปลว่าได้รับการล้างความผิดทุกเรื่อง คนคนนั้นอาจยังถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่ไม่ได้รวมอยู่ในคำสั่งไม่ฟ้อง เช่น มีอาวุธผิดกฎหมาย ปลอมเอกสาร ฟอกเงิน หรือกระทำผิดอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นคนละกรรมกัน ต้องดูว่าคำสั่งครอบคลุมข้อหาและพฤติการณ์ใดบ้าง

นอกจากนี้ การกันเป็นพยานในคดีอาญาไม่ได้ทำให้ความรับผิดทางแพ่งหายไปโดยอัตโนมัติ หากการกระทำของบุคคลนั้นทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย ผู้เสียหายอาจยังเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ เช่น ค่าเสียหายจากทรัพย์สินสูญหาย ค่ารักษาพยาบาล หรือความเสียหายอื่นที่เกิดจากการร่วมกระทำละเมิด

อีกประเด็นสำคัญคือ ผู้ที่ถูกกันเป็นพยานต้องให้การตามความจริง การได้รับสถานะพยานไม่ใช่ใบอนุญาตให้แต่งเรื่องเพื่อช่วยคดีของฝ่ายใด หากจงใจให้การเท็จต่อศาล เบิกความเท็จ ทำหลักฐานปลอม หรือช่วยปกปิดความผิดเพิ่มเติม ก็อาจเกิดความผิดใหม่และถูกดำเนินคดีได้

คำให้การของพยานที่เคยเป็นผู้ร่วมกระทำผิดมักถูกตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพราะพยานมีแรงจูงใจที่จะโยนความผิดให้คนอื่นเพื่อช่วยตัวเอง ศาลจึงไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพยานเล่าเรื่องละเอียด แต่จะดูว่าคำให้การสอดคล้องกับพยานเอกสาร กล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร หรือพยานบุคคลอื่นหรือไม่

หากพยานกลับคำให้การในศาล สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าจะถูกนำกลับมาฟ้องในคดีเดิมทันทีหรือไม่ ต้องพิจารณาสถานะของคำสั่งไม่ฟ้อง เหตุผลที่กลับคำ และว่ามีพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผู้ให้การอาจเผชิญความเสี่ยงเรื่องการให้การเท็จ รวมถึงสูญเสียความน่าเชื่อถือทั้งหมดในคดี

บางกรณีที่ได้ยินในข่าวอาจใช้คำว่า “พยานปากสำคัญ” แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกกันจากผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ เขาอาจเป็นพยานตั้งแต่ต้น เป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างรอคำสั่งคดี หรือเป็นจำเลยที่รับสารภาพแล้วให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่ละสถานะมีผลทางกฎหมายต่างกัน

ถ้าบุคคลถูกฟ้องเป็นจำเลยไปแล้ว การไปให้ข้อมูลซัดทอดผู้อื่นไม่ได้ทำให้ศาลยกเว้นโทษให้อัตโนมัติ ศาลอาจพิจารณาการให้ความร่วมมือ การรับสารภาพ หรือประโยชน์จากคำให้การเป็นเหตุประกอบการลดโทษได้ แต่เป็นคนละเรื่องกับการกันผู้ต้องหาไว้เป็นพยานก่อนฟ้อง

การกันตัวเป็นพยานจึงเป็นการแลกเปลี่ยนในกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายรัฐยอมไม่ดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิดบางราย เพื่อให้ได้หลักฐานไปถึงผู้ที่มีบทบาทสำคัญกว่า แต่ต้องทำผ่านขั้นตอนและคำสั่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อตกลงปากเปล่าระหว่างผู้ต้องหากับตำรวจ

สรุปให้ตรงที่สุดคือ ถ้ามีเพียงการพูดว่าจะกันเป็นพยาน ยังตอบไม่ได้ว่าจะไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้ามีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหานั้นแล้ว โดยหลักก็จะไม่ถูกลงโทษในคดีส่วนที่ได้รับการกันไว้ อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีความรับผิดในข้อหาอื่น ความรับผิดทางแพ่ง หรือความผิดใหม่จากการให้การเท็จได้ จึงต้องตรวจดูคำสั่งและข้อกล่าวหาเป็นรายคดี ไม่ควรใช้คำว่า “กันเป็นพยาน” แทนความหมายว่าได้รับนิรโทษกรรมทุกอย่าง

เนื้อหาโดย: nattawat25800
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนัก10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรมมหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?ข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำบราซิล ประเทศมหาอำนาจแห่งกาแฟของโลก108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิงโตตัวผู้ยอมสิงโตตัวเมียไหม พฤติกรรมในฝูงบอกอะไรย้อนอดีต7 ธนาคารที่เก่าแก่ที่ถูกควบรวมและหายไปจังหวัดที่เพื่อนบ้านเยอะที่สุด มีจังหวัดอื่นรายล้อมอยู่มากที่สุดเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด ต่างชาติเลือกเรียนที่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่