หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรียน รด. จบกี่ปีถึงไม่ต้องเกณฑ์ทหาร

เขียนโดย evileyes

คำว่า “เรียน รด. แล้วไม่ต้องเป็นทหาร” ถูกเพียงบางส่วน เพราะต้องเรียนและผ่านการฝึกถึงระดับที่กำหนด ไม่ใช่แค่สมัครเรียนหรือเรียนเพียงปีเดียวแล้วจะหมดหน้าที่ทันที

โดยทั่วไป ผู้ชายที่สำเร็จการฝึกนักศึกษาวิชาทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 จะได้รับการขึ้นทะเบียนกองประจำการ แล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 จึงไม่ต้องไปจับใบดำใบแดงและไม่ต้องเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการตามกระบวนการเกณฑ์ทหารในเวลาปกติ

พูดง่ายๆ คือ ถ้าเรียน รด. จบปี 3 และดำเนินเอกสารทางทหารครบ สถานะจะเปลี่ยนจากชายไทยที่ยังต้องเข้ารับการตรวจเลือก ไปเป็นทหารกองหนุนแล้ว จึงไม่ใช่การได้รับยกเว้นเพราะไม่เกี่ยวข้องกับทหาร แต่เป็นการผ่านการฝึกและถูกนำเข้าสู่ระบบกำลังสำรองด้วยอีกเส้นทางหนึ่ง

ส่วนผู้ที่เรียน รด. เพียงปี 1 หรือปี 2 แล้วลาออก พ้นสภาพ หรือฝึกไม่สำเร็จ ยังไม่ได้สิทธิยกเว้นการเข้ารับราชการทหารกองประจำการแบบผู้จบปี 3 เมื่อถึงอายุและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายก็ยังต้องเข้ารับการตรวจเลือก เพียงแต่อาจได้รับสิทธิลดระยะเวลารับราชการตามชั้นปีที่ฝึกสำเร็จ

ผู้ที่สำเร็จ รด. ปี 1 หากถูกเข้ากองประจำการ ระยะเวลารับราชการอาจลดลงเหลือ 1 ปี 6 เดือน และหากสมัครใจเข้ารับราชการอาจเหลือ 1 ปี ส่วนผู้ที่สำเร็จ รด. ปี 2 อาจรับราชการเหลือ 1 ปี หรือเหลือ 6 เดือนในกรณีสมัครใจ ทั้งนี้ต้องดูหลักเกณฑ์ที่ใช้ในปีตรวจเลือกและเอกสารรับรองการฝึกของแต่ละคนด้วย

ดังนั้น การเรียน รด. ไม่ใช่การหลบเลี่ยงการเป็นทหาร แต่เป็นการฝึกวิชาทหารล่วงหน้า นักศึกษาวิชาทหารต้องเรียนภาคทฤษฎี ฝึกระเบียบวินัย การใช้อาวุธ การปฐมพยาบาล การเดินทางไกล และเข้าค่ายฝึกตามหลักสูตร เมื่อเรียนจบตามเกณฑ์จึงถูกจัดเป็นกำลังพลสำรองแทนการเข้ากองประจำการแบบทหารเกณฑ์

คำว่า “ไม่ต้องเป็นทหาร” จึงไม่ตรงนัก เพราะผู้จบ รด. ปี 3 ยังมีสถานะเป็นทหารกองหนุน เพียงแต่ไม่ต้องใช้ชีวิตประจำอยู่ในค่ายเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีเหมือนทหารกองประจำการ และยังมีโอกาสถูกเรียกกำลังพลสำรองเพื่อฝึก ทดสอบความพร้อม ปฏิบัติราชการ หรือระดมพลตามเงื่อนไขของกฎหมายได้

ในเวลาปกติ การเรียกกำลังพลสำรองไม่ได้หมายความว่าผู้จบ รด. ทุกคนจะถูกเรียกพร้อมกัน การเรียกจะพิจารณาตามหน่วย อายุ ชั้นยศ ความจำเป็น และบัญชีรายชื่อที่ทางทหารจัดไว้ บางคนอาจไม่เคยถูกเรียกเลย ขณะที่บางคนอาจได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวหรือฝึกตามช่วงเวลาที่กำหนด หากได้รับหมายอย่างถูกต้องก็ไม่ควรเพิกเฉย

ผู้จบ รด. ปี 3 ต้องระวังเรื่องเอกสารด้วย เพราะการฝึกจบไม่ได้หมายความว่างานทะเบียนจะสมบูรณ์โดยอัตโนมัติทุกกรณี ควรตรวจสอบว่ามีหลักฐานสำเร็จการฝึก ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ และนำปลดเป็นทหารกองหนุนเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สด.8 หนังสือรับรองการสำเร็จวิชาทหาร หรือเอกสารที่หน่วยฝึกออกให้ ควรเก็บไว้ให้ดี

บางคนเรียนจบแล้วแต่ย้ายบ้าน เปลี่ยนชื่อ หรือข้อมูลทะเบียนไม่ตรงกัน เมื่อถึงช่วงตรวจเลือกกลับพบว่ารายชื่อยังมีปัญหา จึงควรติดต่อสัสดีอำเภอหรือสำนักงานเขตตามภูมิลำเนาทหารเพื่อตรวจสอบสถานะล่วงหน้า ไม่ควรรอจนได้รับหมายเรียกหรือถึงวันตรวจเลือกแล้วค่อยแก้ เพราะอาจเสียเวลาและต้องรวบรวมเอกสารย้อนหลังหลายแห่ง

สำหรับผู้ที่กำลังเรียน รด. อยู่ การลาออกกลางคันมีผลต่อสิทธิทางทหารโดยตรง หากคิดว่าเรียนปี 1 หรือปี 2 แล้วจะไม่ต้องจับใบดำใบแดง ความเข้าใจนี้ไม่ถูกต้อง ต้องสำเร็จการฝึกอย่างน้อยชั้นปีที่ 3 และผ่านขั้นตอนขึ้นทะเบียนกับนำปลดให้ครบ จึงจะได้รับยกเว้นการตรวจเลือกเข้ากองประจำการในเวลาปกติ

ส่วนการเรียนต่อถึงปี 4 หรือปี 5 ไม่ได้ทำให้ยกเว้นเกณฑ์ทหารมากกว่าปี 3 เพราะสิทธิหลักเรื่องการไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเกิดขึ้นตั้งแต่จบปี 3 แล้ว การเรียนปี 4 และปี 5 เกี่ยวข้องกับการฝึกในระดับสูงขึ้น รวมถึงโอกาสได้รับการแต่งตั้งยศนายทหารสัญญาบัตรกองหนุนเมื่อมีคุณสมบัติและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ครบถ้วน

อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ ผู้จบ รด. ปี 3 ยังสามารถสมัครเป็นทหารหรือสอบเข้ารับราชการในกองทัพได้ การได้รับยกเว้นจากการเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าห้ามเข้ากองทัพ หากต้องการรับราชการทหารก็สมัครตามช่องทางและคุณสมบัติของแต่ละโครงการได้ เพียงแต่จะไม่ได้ถูกบังคับให้เข้ากองประจำการผ่านการจับสลากแบบคนที่ยังไม่มีสถานะทหารกองหนุน

สรุปให้ชัดที่สุดคือ เรียน รด. ปี 1 หรือปี 2 ยังอาจต้องเกณฑ์ทหาร แต่ได้รับสิทธิลดระยะเวลารับราชการ ส่วนผู้ที่เรียนจบ รด. ปี 3 ขึ้นไปและเอกสารครบ จะไม่ต้องจับใบดำใบแดงในเวลาปกติ เพราะถูกขึ้นทะเบียนและปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าอยู่ในระบบกำลังสำรองและอาจถูกเรียกตามกฎหมายได้ ไม่ใช่หมดหน้าที่ทางทหารตลอดชีวิต

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 93 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟ10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนักทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำเจ้าพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 ส่องทีเด็ดบนแผ่นกระดาษในตำนานเทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิงโตตัวผู้ยอมสิงโตตัวเมียไหม พฤติกรรมในฝูงบอกอะไรย้อนอดีต7 ธนาคารที่เก่าแก่ที่ถูกควบรวมและหายไปจังหวัดที่เพื่อนบ้านเยอะที่สุด มีจังหวัดอื่นรายล้อมอยู่มากที่สุดเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด ต่างชาติเลือกเรียนที่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่