เมื่อ “คนทั้งเมืองเปิดกระโปรงสู้ศึก” กลยุทธ์จิตวิทยาที่ประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์
กองทัพศัตรูกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้กำแพงเมือง ทหารเตรียมดาบ ธนู และโล่รับศึก แต่คนบนกำแพงกลับเลือกใช้อาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด
ผู้หญิงพากันยกกระโปรง เปิดเผยร่างกาย พร้อมตะโกนเยาะเย้ยศัตรูจากเบื้องบน
เรื่องเล่าทำนองนี้ปรากฏอยู่ในคติชนของหลายพื้นที่ โดยเฉพาะยุโรปและหมู่เกาะบริเตน
กลวิธีนี้เรียกว่า Anasyrma หมายถึงการยกกระโปรงหรือเสื้อผ้าขึ้นเพื่อเปิดเผยอวัยวะเพศหรือบั้นท้าย ไม่ได้ทำเพื่อยั่วยวน แต่ใช้เป็นท่าทางแห่งการดูหมิ่น ข่มขวัญ และขับไล่สิ่งชั่วร้าย
เปิดกระโปรงข่มขวัญทำให้ศัตรูหวาดกลัว?
ร่างกายของผู้หญิงถูกเชื่อมโยงกับทั้งการให้กำเนิด ความตาย คำสาป และพลังเหนือธรรมชาติ
การเปิดเผยส่วนที่ควรถูกปกปิดอย่างกะทันหันจึงถูกมองว่ามีพลังทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายได้
มีงานศึกษากล่าวถึงคำแนะนำในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ว่า
เมื่อศัตรูเข้าประชิดเมือง ผู้หญิงอาจขึ้นไปบนกำแพง ตะโกนคำดูหมิ่น และเปิดเผยร่างกายใส่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อสร้างความอับอายและทำลายขวัญกำลังใจ
ผลทางจิตวิทยาเกิดจากความตกใจ ความสับสน และการกลับด้านอำนาจ ในสังคมที่กำหนดให้ผู้หญิงต้องสำรวม การที่พวกเธอกล้าทำสิ่งต้องห้ามต่อหน้ากองทัพ เท่ากับส่งสารว่า
“พวกเจ้าไม่น่ากลัวพอให้เราต้องถืออาวุธด้วยซ้ำ”
ถ้าศัตรูเชื่อเรื่องคำสาปอยู่แล้ว ภาพดังกล่าวยิ่งอาจทำให้ลังเล เสียสมาธิ หรือคิดว่ากำลังเผชิญพิธีกรรมที่นำความหายนะมาให้
เทพกรีกรูปสลักบนโบสถ์
ในตำนานกรีกมีเรื่องของ บาอูโบ หญิงผู้ยกเสื้อผ้าเปิดเผยร่างกายเพื่อทำให้เทพีดีมีเทอร์ซึ่งกำลังโศกเศร้าหัวเราะขึ้นมา ท่าทางเดียวกันจึงมีทั้งความหมายเรื่องความตลก ความอุดมสมบูรณ์ และการขจัดพลังร้าย
ตามโบสถ์ยุคกลางในไอร์แลนด์และบริเตนยังพบรูปสลักที่เรียกว่า ชีลานากิก เป็นรูปหญิงเปิดเผยอวัยวะเพศอย่างเด่นชัด
นักวิชาการยังถกเถียงกันว่ารูปเหล่านี้หมายถึงอะไร บ้างมองว่าเตือนเรื่องบาป บ้างมองว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดและความอุดมสมบูรณ์ ส่วนอีกแนวคิดมองว่าใช้ป้องกันสิ่งชั่วร้าย ภาพประกอบด้านบนเป็นหนึ่งในรูปสลักลักษณะดังกล่าวจากไอร์แลนด์
ไม่ได้ใช้เพียงในนิทานโบราณ
พลังของการเปลื้องผ้ายังปรากฏในการประท้วงสมัยใหม่
โดยเฉพาะในบางสังคมของแอฟริกา การที่หญิงสูงวัยเปิดเผยร่างกายต่อหน้าคู่ขัดแย้งอาจถือเป็นคำสาปและความอับอายร้ายแรง
ในปี 2002 ผู้หญิงในไนจีเรียซึ่งประท้วงบริษัทน้ำมันเคยขู่ว่าจะเปลื้องผ้า จนแรงกดดันทางวัฒนธรรมมีส่วนทำให้บริษัทต้องเจรจากับชุมชน ส่วนในช่วงสงครามกลางเมืองไลบีเรีย นักเคลื่อนไหวหญิงก็เคยใช้คำขู่แบบเดียวกันเพื่อกดดันผู้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ
ดังนั้น กลยุทธ์นี้จึงไม่ใช่การ “ถอดกางเกงแล้ววิ่งเข้าฟันศัตรู” แต่เป็นสงครามทางจิตวิทยาที่ใช้ข้อห้าม ความเชื่อ และความอับอายแทนอาวุธ
รูปภาพ
https://www.latimes.com/la-oe-mithers-gbowee-nobel-peace-prize-20111009-story.html?utm_source=chatgpt.com
https://www.csmonitor.com/World/Africa/2011/1031/Nobel-Peace-Prize-winner-Leymah-Gbowee-Liberia-is-progressing-but-still-divided?utm_source=chatgpt.com
https://www.hippopx.com/en/sheela-na-gig-carving-grotesque-kilpeck-church-fertility-symbol-310856?utm_source=chatgpt.com ใบอนุญาตใช้ Creative Commons Zero - CC0
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
นกอีมู VS กองทัพรัฐบาล วันที่ออสเตรเลียส่งทหารพร้อมปืนกลไปรบกับนก
"บูรพาอาถรรพ์ (The East Palace)" ซีรีส์ดาร์กแฟนตาซีที่กำลังมาแรง
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เปิดสูตรเบียร์เมื่อ 13,000 ปีก่อน ของเหลวข้นเปรี้ยวหวานที่ไม่มีฟอง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? ส่องเลขเด่นหวยลาว 22 กรกฎาคม 2569 ทำไมหลายสำนักถึงจับตา
ตู้แช่ร้านชำน้ำแข็งเกาะหนาเพราะอะไร
10 ข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรส่งให้ AI เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวและความลับรั่วไหล
สวนสนุกขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย
สัตว์เป็น LGBTQ+ ได้ไหมในมุมวิทยาศาสตร์
สัมผัสเสน่ห์ความคลาสสิก เดินชิลล์รับลมบน "สะพานไม้แกดำ" มหาสารคาม
นกอีมู VS กองทัพรัฐบาล วันที่ออสเตรเลียส่งทหารพร้อมปืนกลไปรบกับนก
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
สัตว์เป็น LGBTQ+ ได้ไหมในมุมวิทยาศาสตร์




