หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรคปากนกกระจอก เป็นแค่แผลหรือสัญญาณเตือน?

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

หลายคนเคยมีอาการเจ็บตรงมุมปาก เวลาอ้าปากกว้าง ยิ้ม หรือกินอาหารแล้วรู้สึกแสบเหมือนแผลแตก บางคนเรียกว่า "ปากแตก" บางคนเรียก "แผลที่มุมปาก" แต่ในทางการแพทย์อาการนี้เรียกว่า "โรคปากนกกระจอก" ซึ่งแม้จะดูเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่หากเป็นซ้ำบ่อย ๆ ก็อาจกำลังบอกว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหาร หรือมีปัจจัยบางอย่างที่ควรได้รับการดูแล

โรคปากนกกระจอกคืออะไร

โรคปากนกกระจอกเป็นภาวะที่เกิดการอักเสบและแตกของผิวหนังบริเวณมุมปาก อาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ บริเวณแผลมักมีรอยแดง ผิวลอก แตกเป็นร่อง หรือมีสะเก็ด เมื่อขยับริมฝีปากจะรู้สึกเจ็บจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

บางรายเป็นเพียงไม่กี่วันก็หาย แต่บางรายกลับเป็นเรื้อรังหลายสัปดาห์ หรือกลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

อาการที่พบบ่อย

อาการของโรคปากนกกระจอกมีหลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง เช่น

- มุมปากแดงและอักเสบ
- รู้สึกแสบหรือคัน
- ผิวหนังบริเวณมุมปากแตกเป็นร่อง
- มีเลือดซึมเมื่ออ้าปาก
- มีสะเก็ดหรือคราบสีขาว
- เจ็บเวลาพูด หัวเราะ หรือรับประทานอาหาร
- หากติดเชื้อร่วมด้วย อาจมีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ

หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแผลร้อนใน แต่จริง ๆ แล้วแผลร้อนในมักเกิดภายในช่องปาก ส่วนโรคปากนกกระจอกจะอยู่ตรงมุมริมฝีปากด้านนอก

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากนกกระจอก

สาเหตุไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

การขาดวิตามินและแร่ธาตุ

สาเหตุที่พบได้บ่อยคือการขาดวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 2 รวมถึงการขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และโฟเลต ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมเยื่อบุและผิวหนัง

การติดเชื้อราและแบคทีเรีย

บริเวณมุมปากเป็นจุดที่มีความชื้นสะสมง่าย หากมีน้ำลายค้างอยู่ตลอดเวลา เชื้อราหรือแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและทำให้เกิดการอักเสบได้

น้ำลายเปียกมุมปากตลอดเวลา

คนที่ชอบเลียริมฝีปาก ใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี นอนน้ำลายไหล หรือมีร่องมุมปากลึก มีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป เพราะผิวหนังต้องสัมผัสความชื้นตลอดเวลา

ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด อาจเกิดโรคปากนกกระจอกได้ง่ายกว่าปกติ

การระคายเคือง

ลิปสติก ยาสีฟัน เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากบางชนิด อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองจนทำให้ผิวบริเวณมุมปากอ่อนแอลง

ใครบ้างที่เสี่ยง

แม้โรคนี้จะเกิดได้กับทุกวัย แต่กลุ่มที่พบได้บ่อย ได้แก่

เด็กเล็กที่น้ำลายไหลมาก

ผู้สูงอายุที่มีรอยย่นบริเวณมุมปาก

ผู้ที่จัดฟันหรือใส่ฟันปลอม

ผู้ที่ขาดสารอาหาร

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

ผู้ที่เลียริมฝีปากเป็นประจำ

รักษาอย่างไร

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นหลัก

หากเกิดจากเชื้อรา แพทย์อาจให้ยาทาฆ่าเชื้อรา

หากเกิดจากแบคทีเรีย อาจใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่

หากขาดวิตามินหรือธาตุเหล็ก ควรได้รับการเสริมตามคำแนะนำของแพทย์

ในระหว่างที่แผลยังไม่หาย ควรรักษาความสะอาดบริเวณมุมปาก หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ด และอาจใช้ครีมหรือปิโตรเลียมเจลลีเพื่อช่วยลดการเสียดสีและรักษาความชุ่มชื้นของผิว

อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยง

การรับประทานอาหารให้ครบถ้วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคปากนกกระจอกได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบีและธาตุเหล็ก เช่น

ไข่

นม

ปลา

ตับ

เนื้อสัตว์

ถั่วชนิดต่าง ๆ

ผักใบเขียว

ธัญพืชไม่ขัดสี

ผลไม้หลากสี

หากรับประทานอาหารได้ไม่หลากหลาย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อวิตามินมารับประทานเอง

ป้องกันอย่างไร

แม้โรคปากนกกระจอกจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเอง เช่น

รับประทานอาหารครบ 5 หมู่

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก

รักษาความสะอาดช่องปาก

ตรวจสภาพฟันปลอมหรืออุปกรณ์จัดฟันให้พอดี

พักผ่อนให้เพียงพอ

หากเป็นบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

เมื่อไรควรพบแพทย์

หากแผลไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย มีหนอง ปวดมาก เลือดออกง่าย หรือมีอาการร่วมอื่น เช่น น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือซีด ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดสารอาหาร โรคเบาหวาน หรือโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษา

แม้โรคปากนกกระจอกจะดูเป็นเพียงแผลเล็ก ๆ ตรงมุมปาก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะบางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังขาดสารอาหาร มีการติดเชื้อ หรือมีปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ การดูแลโภชนาการ รักษาความสะอาดช่องปาก และสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ จะช่วยให้ปัญหานี้หายเร็วและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 20 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ทำความเข้าใจเรื่องปีชง: ความหมายที่แท้จริงตามตำนานจีน และวิธีสบายใจในการดำเนินชีวิตหากโลกนี้ไม่มีต้นไม้10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำย้อนประวัติศาสตร์การสร้างพีระมิด คนโบราณทำได้ยังไงโดยไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่กว่าจะเป็น + − × ÷ และ = เครื่องหมายง่าย ๆ ที่ใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะลงตัวมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบล็อตเตอรี่ใบแรกของไทยย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?น้ำตกแสงจันทร์ มหัศจรรย์ “น้ำตกลงรู” แห่งผืนป่าอุบลราชธานีทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำความเข้าใจเรื่องปีชง: ความหมายที่แท้จริงตามตำนานจีน และวิธีสบายใจในการดำเนินชีวิตทำไมเราหาของไม่เจอ ทั้งที่อยู่ตรงหน้าหากโลกนี้ไม่มีต้นไม้10 สัตว์หน้าตาแปลกที่สุดในโลก กับการปรับตัวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นน้ำตกแสงจันทร์ มหัศจรรย์ “น้ำตกลงรู” แห่งผืนป่าอุบลราชธานีใช้งานแอร์ต่อเนื่องอย่างไร ไม่ให้ค่าไฟพุ่งและเครื่องเสื่อมก่อนเวลา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นหม่อน ต้นไม้ธรรมดาที่แทบทุกส่วนมีคุณค่ามหาศาลทำไมเราหาของไม่เจอ ทั้งที่อยู่ตรงหน้าปักหมุดความอร่อย: 3 เมนูเด็ดจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กลายเป็นขวัญใจมหาชนคนไทยเทคนิค 2 นาที ที่ช่วยให้งานค้างหายไปทีละนิด
ตั้งกระทู้ใหม่