โรคปากนกกระจอก เป็นแค่แผลหรือสัญญาณเตือน?
หลายคนเคยมีอาการเจ็บตรงมุมปาก เวลาอ้าปากกว้าง ยิ้ม หรือกินอาหารแล้วรู้สึกแสบเหมือนแผลแตก บางคนเรียกว่า "ปากแตก" บางคนเรียก "แผลที่มุมปาก" แต่ในทางการแพทย์อาการนี้เรียกว่า "โรคปากนกกระจอก" ซึ่งแม้จะดูเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่หากเป็นซ้ำบ่อย ๆ ก็อาจกำลังบอกว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหาร หรือมีปัจจัยบางอย่างที่ควรได้รับการดูแล
โรคปากนกกระจอกคืออะไร
โรคปากนกกระจอกเป็นภาวะที่เกิดการอักเสบและแตกของผิวหนังบริเวณมุมปาก อาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ บริเวณแผลมักมีรอยแดง ผิวลอก แตกเป็นร่อง หรือมีสะเก็ด เมื่อขยับริมฝีปากจะรู้สึกเจ็บจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
บางรายเป็นเพียงไม่กี่วันก็หาย แต่บางรายกลับเป็นเรื้อรังหลายสัปดาห์ หรือกลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ
อาการที่พบบ่อย
อาการของโรคปากนกกระจอกมีหลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง เช่น
- มุมปากแดงและอักเสบ
- รู้สึกแสบหรือคัน
- ผิวหนังบริเวณมุมปากแตกเป็นร่อง
- มีเลือดซึมเมื่ออ้าปาก
- มีสะเก็ดหรือคราบสีขาว
- เจ็บเวลาพูด หัวเราะ หรือรับประทานอาหาร
- หากติดเชื้อร่วมด้วย อาจมีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแผลร้อนใน แต่จริง ๆ แล้วแผลร้อนในมักเกิดภายในช่องปาก ส่วนโรคปากนกกระจอกจะอยู่ตรงมุมริมฝีปากด้านนอก
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากนกกระจอก
สาเหตุไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
การขาดวิตามินและแร่ธาตุ
สาเหตุที่พบได้บ่อยคือการขาดวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 2 รวมถึงการขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และโฟเลต ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมเยื่อบุและผิวหนัง
การติดเชื้อราและแบคทีเรีย
บริเวณมุมปากเป็นจุดที่มีความชื้นสะสมง่าย หากมีน้ำลายค้างอยู่ตลอดเวลา เชื้อราหรือแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและทำให้เกิดการอักเสบได้
น้ำลายเปียกมุมปากตลอดเวลา
คนที่ชอบเลียริมฝีปาก ใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี นอนน้ำลายไหล หรือมีร่องมุมปากลึก มีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป เพราะผิวหนังต้องสัมผัสความชื้นตลอดเวลา
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด อาจเกิดโรคปากนกกระจอกได้ง่ายกว่าปกติ
การระคายเคือง
ลิปสติก ยาสีฟัน เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากบางชนิด อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองจนทำให้ผิวบริเวณมุมปากอ่อนแอลง
ใครบ้างที่เสี่ยง
แม้โรคนี้จะเกิดได้กับทุกวัย แต่กลุ่มที่พบได้บ่อย ได้แก่
เด็กเล็กที่น้ำลายไหลมาก
ผู้สูงอายุที่มีรอยย่นบริเวณมุมปาก
ผู้ที่จัดฟันหรือใส่ฟันปลอม
ผู้ที่ขาดสารอาหาร
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
ผู้ที่เลียริมฝีปากเป็นประจำ
รักษาอย่างไร
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นหลัก
หากเกิดจากเชื้อรา แพทย์อาจให้ยาทาฆ่าเชื้อรา
หากเกิดจากแบคทีเรีย อาจใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่
หากขาดวิตามินหรือธาตุเหล็ก ควรได้รับการเสริมตามคำแนะนำของแพทย์
ในระหว่างที่แผลยังไม่หาย ควรรักษาความสะอาดบริเวณมุมปาก หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ด และอาจใช้ครีมหรือปิโตรเลียมเจลลีเพื่อช่วยลดการเสียดสีและรักษาความชุ่มชื้นของผิว
อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยง
การรับประทานอาหารให้ครบถ้วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคปากนกกระจอกได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบีและธาตุเหล็ก เช่น
ไข่
นม
ปลา
ตับ
เนื้อสัตว์
ถั่วชนิดต่าง ๆ
ผักใบเขียว
ธัญพืชไม่ขัดสี
ผลไม้หลากสี
หากรับประทานอาหารได้ไม่หลากหลาย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อวิตามินมารับประทานเอง
ป้องกันอย่างไร
แม้โรคปากนกกระจอกจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเอง เช่น
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก
รักษาความสะอาดช่องปาก
ตรวจสภาพฟันปลอมหรืออุปกรณ์จัดฟันให้พอดี
พักผ่อนให้เพียงพอ
หากเป็นบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
เมื่อไรควรพบแพทย์
หากแผลไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย มีหนอง ปวดมาก เลือดออกง่าย หรือมีอาการร่วมอื่น เช่น น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือซีด ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดสารอาหาร โรคเบาหวาน หรือโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษา
แม้โรคปากนกกระจอกจะดูเป็นเพียงแผลเล็ก ๆ ตรงมุมปาก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะบางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังขาดสารอาหาร มีการติดเชื้อ หรือมีปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ การดูแลโภชนาการ รักษาความสะอาดช่องปาก และสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ จะช่วยให้ปัญหานี้หายเร็วและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำความเข้าใจเรื่องปีชง: ความหมายที่แท้จริงตามตำนานจีน และวิธีสบายใจในการดำเนินชีวิต
หากโลกนี้ไม่มีต้นไม้
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ย้อนประวัติศาสตร์การสร้างพีระมิด คนโบราณทำได้ยังไงโดยไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่
กว่าจะเป็น + − × ÷ และ = เครื่องหมายง่าย ๆ ที่ใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะลงตัว
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
น้ำตกแสงจันทร์ มหัศจรรย์ “น้ำตกลงรู” แห่งผืนป่าอุบลราชธานี
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
ทำความเข้าใจเรื่องปีชง: ความหมายที่แท้จริงตามตำนานจีน และวิธีสบายใจในการดำเนินชีวิต
ทำไมเราหาของไม่เจอ ทั้งที่อยู่ตรงหน้า
หากโลกนี้ไม่มีต้นไม้
10 สัตว์หน้าตาแปลกที่สุดในโลก กับการปรับตัวที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
น้ำตกแสงจันทร์ มหัศจรรย์ “น้ำตกลงรู” แห่งผืนป่าอุบลราชธานี
ใช้งานแอร์ต่อเนื่องอย่างไร ไม่ให้ค่าไฟพุ่งและเครื่องเสื่อมก่อนเวลา


