แช่เบียร์เย็นจัดจนระเบิดได้จริงไหม
หลายคนเคยมีประสบการณ์แบบนี้ คือซื้อเบียร์กลับบ้านมาแล้วรีบเอาไปแช่ช่องฟรีซ เพราะอยากให้เย็นเร็วที่สุด จากนั้นก็เผลอลืมไว้ พอนึกขึ้นได้อีกทีเปิดช่องฟรีซมา กลับพบว่าเบียร์กระป๋องบวม แตก หรือบางครั้งถึงกับระเบิดจนเศษน้ำแข็งและเบียร์กระจายเต็มตู้
คำถามคือ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริงหรือเป็นแค่เรื่องเล่าต่อ ๆ กัน
คำตอบคือ เกิดขึ้นได้จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเบียร์ทุกกระป๋องจะแตกทันทีที่นำไปแช่ช่องฟรีซ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอุณหภูมิ ระยะเวลาที่แช่ ปริมาณแอลกอฮอล์ และลักษณะของภาชนะบรรจุ
หลายคนอาจสงสัยว่า น้ำแข็งขยายตัวแล้วทำไมถึงทำให้กระป๋องแตก
สาเหตุหลักมาจากน้ำเป็นของเหลวชนิดหนึ่งที่มีพฤติกรรมค่อนข้างพิเศษ เมื่อกลายเป็นน้ำแข็ง ปริมาตรจะเพิ่มขึ้นจากเดิม หากของเหลวภายในกระป๋องเริ่มแข็งตัว พื้นที่ภายในที่มีอยู่อย่างจำกัดจะต้องรับแรงดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เบียร์แม้จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ แต่ก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จุดเยือกแข็งจึงต่ำกว่าน้ำเปล่าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ต่ำมากเหมือนสุราที่มีดีกรีสูง หากแช่ในช่องฟรีซนานพอ เบียร์ก็สามารถเริ่มแข็งตัวได้
เมื่อของเหลวเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็ง แรงดันภายในกระป๋องหรือขวดจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากแรงดันมากกว่าที่ภาชนะรับได้ กระป๋องอาจโป่ง ขอบซีลอาจฉีก หรือในบางกรณีก็แตกออกอย่างรวดเร็ว
สำหรับเบียร์ขวดแก้ว ความเสี่ยงมักสูงกว่ากระป๋อง เพราะแก้วมีความแข็งแต่เปราะ เมื่อรับแรงดันเกินขีดจำกัดอาจแตกร้าวหรือแตกเป็นชิ้นได้ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
บางคนอาจเคยเห็นเบียร์ที่ยังไม่แตก แต่เมื่อหยิบออกมาจากช่องฟรีซแล้วเปิดทันที กลับเกิดฟองพุ่งออกมาอย่างรุนแรง นั่นเป็นเพราะภายในยังมีแรงดันสะสมอยู่ ประกอบกับผลึกน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัว ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แยกตัวออกอย่างรวดเร็วเมื่อเปิดฝา
อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ยิ่งเบียร์มีแอลกอฮอล์มากก็ยิ่งไม่มีวันแข็ง ความจริงคือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในระดับของเบียร์ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ยังสามารถแข็งตัวได้ในช่องฟรีซของตู้เย็นตามบ้าน หากปล่อยไว้นานพอ
ในทางกลับกัน สุราที่มีดีกรีสูง เช่น วิสกี้ วอดก้า หรือรัม มักไม่แข็งตัวในช่องฟรีซทั่วไป เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่ามาก ทำให้จุดเยือกแข็งต่ำลงจนตู้เย็นตามบ้านไม่เย็นพอที่จะทำให้กลายเป็นน้ำแข็ง
ถ้าอยากให้เบียร์เย็นเร็วโดยไม่เสี่ยงลืมไว้ในช่องฟรีซ มีวิธีที่หลายคนใช้กันคือแช่เบียร์ในถังน้ำแข็งผสมน้ำ แล้วเติมเกลือลงไปเล็กน้อย น้ำจะสัมผัสผิวกระป๋องได้ทั่วถึงกว่าการใช้น้ำแข็งอย่างเดียว ทำให้ดึงความร้อนออกจากเบียร์ได้เร็วขึ้น วิธีนี้ช่วยให้เย็นภายในเวลาไม่นานโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการแช่จนแข็ง
หากจำเป็นต้องใช้ช่องฟรีซจริง ๆ ควรตั้งนาฬิกาเตือนเอาไว้ เพราะหลายครั้งที่กระป๋องแตกไม่ได้เกิดจากการแช่ไม่กี่นาที แต่เกิดจากการลืมทิ้งไว้เป็นเวลานาน
ถ้าพบว่าเบียร์เริ่มมีน้ำแข็งเกาะอยู่แล้ว ไม่ควรเขย่าหรือเปิดทันที ควรปล่อยให้ละลายและอุณหภูมิกลับมาใกล้ปกติก่อน เพื่อลดโอกาสที่ฟองจะพุ่งหรือแรงดันจะปลดปล่อยออกอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การแช่เบียร์ในช่องฟรีซจนระเบิดไม่ใช่เรื่องเกินจริง แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดได้หากเบียร์ถูกแช่เย็นจัดนานเกินไป โดยเฉพาะเมื่อของเหลวภายในเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งและสร้างแรงดันจนภาชนะรับไม่ไหว การตั้งเวลาเตือนไว้ทุกครั้งที่นำเบียร์เข้าช่องฟรีซ จึงเป็นวิธีง่ายที่สุดที่จะช่วยป้องกันทั้งความเสียหายและการต้องมานั่งทำความสะอาดตู้เย็นภายหลัง
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ผลไม้ที่เปรี้ยวที่สุดในโลกคืออะไร
เสาตกน้ำมันเกิดจากอะไร
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
เสาตกน้ำมันเกิดจากอะไร
5 ประเทศที่มีอากาศสะอาดที่สุดในโลก วัดจากอะไรบ้าง?
😯 ชวนมาดูกันอีกครั้งกับภาพถ่ายหายากที่คุณไม่เคยได้เห็นมาก่อนเพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ (ชุดที่ 3) 😁
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
วิธีกดซ่อน “ช่องคอนเทนต์ AI” ใน YouTube ให้หายวับไปจากหน้าฟีด (ฉบับสายคลีน)
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย



