หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รองเท้ากัดทำไมถึงเจ็บและเป็นแผล

เขียนโดย nantana

หลายคนเคยเจอปัญหารองเท้ากัด ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าคู่ใหม่ รองเท้าหนังคู่โปรด หรือแม้แต่รองเท้าที่เคยใส่สบายมานานแล้ว แค่เดินไม่กี่นาทีก็เริ่มรู้สึกแสบ ส้นเท้าร้อน หรือมีอาการเจ็บทุกครั้งที่ก้าว จนบางคนต้องเดินกะเผลกหรือถอดรองเท้ากลางทาง

รองเท้ากัดเกิดจากการเสียดสีซ้ำ ๆ ระหว่างรองเท้ากับผิวหนัง เมื่อบริเวณเดิมถูกถูไปมาอย่างต่อเนื่อง ชั้นผิวด้านบนจะเริ่มแยกออกจากชั้นผิวด้านล่าง ร่างกายจึงปล่อยของเหลวเข้าไปสะสมระหว่างชั้นผิว เกิดเป็นตุ่มพองหรือที่หลายคนเรียกว่า "พองน้ำ"

ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือส้นเท้า ด้านข้างนิ้วก้อย โคนนิ้วหัวแม่เท้า หลังเท้า และบริเวณข้อเท้า เพราะเป็นจุดที่รับแรงกดและเสียดสีกับรองเท้ามากที่สุด โดยเฉพาะเวลาเดินขึ้นลงบันไดหรือเดินระยะไกล

หลายคนเข้าใจว่ารองเท้ากัดเกิดจากรองเท้าใหม่เท่านั้น แต่ความจริงรองเท้าเก่าก็ทำให้เกิดได้ หากพื้นรองเท้าเริ่มเสียรูป หนังแข็งขึ้น หรือรูปเท้าของผู้สวมเปลี่ยนไปตามอายุ น้ำหนักตัว หรือการบวมของเท้าในแต่ละวัน

ขนาดรองเท้ามีผลอย่างมาก หากรองเท้าคับเกินไป เท้าจะถูกบีบและเสียดสีกับด้านในตลอดเวลา แต่ถ้าหลวมเกินไป เท้าจะเลื่อนไปมาทุกครั้งที่ก้าว ทำให้เกิดแรงเสียดสีได้ไม่ต่างกัน

วัสดุของรองเท้าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง รองเท้าหนังแท้บางรุ่นอาจแข็งในช่วงแรก ต้องใช้เวลาสวมใส่ให้หนังค่อย ๆ ปรับเข้ากับรูปเท้า ขณะที่รองเท้าพลาสติกหรือวัสดุแข็งบางชนิดอาจไม่ยืดหยุ่นมากนัก จึงเกิดการกดทับได้ง่ายกว่า

เหงื่อก็มีส่วนทำให้รองเท้ากัดง่ายขึ้น เมื่อผิวเปียก ความต้านทานต่อแรงเสียดสีจะลดลง ผิวหนังจึงเกิดแผลได้ง่ายกว่าเดิม คนที่ต้องเดินกลางแจ้งเป็นเวลานาน เล่นกีฬา หรือทำงานในที่อากาศร้อน จึงมักพบปัญหานี้บ่อย

อาการเริ่มต้นมักเป็นเพียงความรู้สึกแสบหรือร้อน หากยังเดินต่อ แดงจะเริ่มชัดขึ้น จากนั้นอาจเกิดตุ่มน้ำใส หากตุ่มแตก ผิวหนังชั้นบนจะหลุดออก ทำให้แผลแสบมากเมื่อสัมผัสรองเท้าหรือเหงื่อ

หลายคนเมื่อเห็นตุ่มน้ำแล้วรีบเจาะทันที แต่หากตุ่มยังไม่ใหญ่และไม่ได้เจ็บมาก การปล่อยให้ผิวหนังด้านบนปิดอยู่จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ดีกว่า หากตุ่มมีขนาดใหญ่จนเดินลำบากหรือเสี่ยงแตกเอง ควรใช้วิธีที่สะอาด เช่น ล้างมือและทำความสะอาดบริเวณแผลก่อน หากจำเป็นต้องระบายของเหลวควรใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และพยายามคงผิวหนังด้านบนไว้เพื่อช่วยปกป้องแผล

ถ้าตุ่มแตกแล้ว ควรล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ ซับให้แห้ง แล้วปิดด้วยผ้าปิดแผลหรือแผ่นปิดแผลสำหรับตุ่มพอง เพื่อลดการเสียดสีและลดโอกาสติดเชื้อ หากมีอาการแดงมากขึ้น บวม ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้

การป้องกันรองเท้ากัดทำได้ง่ายกว่าการรักษา หากเพิ่งซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ไม่ควรใส่เดินไกลทันที ควรเริ่มใส่ครั้งละไม่นาน ให้รองเท้าและเท้าค่อย ๆ ปรับเข้าหากันก่อน

การเลือกถุงเท้าที่พอดีเท้าและระบายอากาศได้ดีช่วยลดแรงเสียดสีได้มาก ถุงเท้าที่ชื้นหรือย่นอยู่ตลอดเวลาจะเพิ่มโอกาสเกิดแผล ส่วนคนที่รู้ตัวว่ามักเป็นรองเท้ากัดบริเวณเดิม สามารถติดแผ่นกันเสียดสีหรือพลาสเตอร์บริเวณนั้นก่อนสวมรองเท้าได้

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการเลือกรองเท้าช่วงเวลาเย็น เท้ามักบวมเล็กน้อยหลังใช้งานมาตลอดวัน หากลองรองเท้าในช่วงนี้จะได้ขนาดที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่าการลองในตอนเช้า

รองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้าแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนหน้าเท้ากว้าง บางคนส้นเท้าแคบ หรือมีอุ้งเท้าสูง การเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ต้องแลกกับความเจ็บทุกครั้งที่สวมใส่

แม้รองเท้ากัดจะดูเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้จนแผลลึก โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวาน มีปัญหาการไหลเวียนเลือด หรือมีความรู้สึกที่เท้าลดลง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป จึงไม่ควรมองข้ามหากแผลหายช้าหรือมีอาการผิดปกติ

รองเท้ากัดไม่ได้เกิดจากโชคร้ายหรือเพราะเท้าไม่แข็งแรง แต่เป็นผลจากแรงเสียดสีที่เกิดซ้ำ ๆ ระหว่างผิวหนังกับรองเท้า การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้า ใส่ถุงเท้าที่พอดี และค่อย ๆ ปรับตัวกับรองเท้าคู่ใหม่ จะช่วยลดโอกาสเกิดแผลได้มาก และทำให้การเดินในแต่ละวันสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 114 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟเจ้าพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 ส่องทีเด็ดบนแผ่นกระดาษในตำนาน10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนักเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทย10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรมโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4เปิดเลข “โชคดีดัน” งวด 1 ต.ค. 69 มอง 6-9 เป็นหลัก ก่อนแยกชุด 2 ตัว 3 ตัวเทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรมเหตุใดราคาทองคำจึงปรับตัวสูงขึ้นแทนที่จะลดลงหลังจากที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย?มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สิงโตตัวผู้ยอมสิงโตตัวเมียไหม พฤติกรรมในฝูงบอกอะไรย้อนอดีต7 ธนาคารที่เก่าแก่ที่ถูกควบรวมและหายไปจังหวัดที่เพื่อนบ้านเยอะที่สุด มีจังหวัดอื่นรายล้อมอยู่มากที่สุดเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด ต่างชาติเลือกเรียนที่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่