หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนไทยเรียกต่างชาติว่าฝรั่ง

เขียนโดย evileyes

ทุกวันนี้เวลาคนไทยพูดถึงชาวยุโรป ชาวอเมริกัน หรือคนผิวขาวจากโลกตะวันตก หลายคนมักใช้คำว่า "ฝรั่ง" จนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลองคิดดูดี ๆ คำนี้ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ได้คล้ายกับคำว่า European, Western หรือ Foreigner เลย แล้วคำว่า "ฝรั่ง" มาจากไหน และเหตุใดจึงกลายเป็นคำเรียกชาวต่างชาติที่คนไทยใช้กันมาหลายร้อยปี

หลายคนอาจเดาว่าคำนี้เกิดขึ้นในไทยเอง แต่ความจริงแล้วรากของคำนี้เดินทางผ่านหลายภาษาและหลายอาณาจักรก่อนจะมาถึงสยาม

จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปถึงจักรวรรดิแฟรงก์ในยุโรป ซึ่งเป็นอาณาจักรของชนเผ่าแฟรงก์ในช่วงยุคกลาง ชื่อ "Frank" หรือ "Franks" เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในดินแดนตะวันออกกลาง เพราะกองทัพครูเสดจากยุโรปจำนวนมากถูกเรียกรวม ๆ ว่าแฟรงก์ ไม่ว่าจะมาจากฝรั่งเศส เยอรมนี หรือดินแดนยุโรปอื่นก็ตาม

เมื่อเวลาผ่านไป ชาวเปอร์เซียและชาวอาหรับจึงใช้คำที่มีรากมาจาก Frank เพื่อเรียกชาวยุโรปโดยรวม ไม่ได้หมายถึงชาวฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียว

จากนั้นคำนี้เดินทางต่อไปยังอินเดีย ในภาษาเปอร์เซียมีคำว่า "ฟารังกี" หรือ "ฟิรังกี" ส่วนในภาษาอูรดูและภาษาฮินดีมีคำว่า "ฟิรังคี" หรือ "ฟิรังกี" ซึ่งใช้เรียกชาวยุโรปที่เดินทางเข้ามาค้าขายหรือปกครองดินแดนในภูมิภาค

เมื่อการค้าระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัว คำนี้ก็แพร่เข้ามายังดินแดนแถบนี้ด้วย

ในภาษาไทย คำดังกล่าวค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงตามลักษณะการออกเสียงของคนไทย จนกลายเป็น "ฝรั่ง"

ช่วงกรุงศรีอยุธยาเป็นยุคที่ชาวโปรตุเกสเข้ามาติดต่อกับสยามเป็นชาติยุโรปชาติแรก หลังจากนั้นก็มีชาวดัตช์ อังกฤษ ฝรั่งเศส และชาติอื่น ๆ ตามเข้ามา แม้ว่าคนเหล่านี้จะมาจากประเทศต่างกัน แต่คนไทยในยุคนั้นมักเรียกรวมว่า "ฝรั่ง" เพราะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้คนจากโลกตะวันตกอยู่แล้ว

จุดที่น่าสนใจคือ คำว่า "ฝรั่ง" ในภาษาไทยไม่เคยหมายถึงคนฝรั่งเศสโดยเฉพาะ ถึงแม้คำจะมีเสียงคล้ายกันก็ตาม หากต้องการเรียกคนจากประเทศฝรั่งเศสจริง ๆ คนไทยก็ใช้คำว่า "ชาวฝรั่งเศส"

เมื่อเวลาผ่านไป ความหมายของคำว่าฝรั่งก็ขยายกว้างขึ้นอีก หลายครั้งไม่ได้ใช้แบ่งตามสัญชาติ แต่ใช้ลักษณะภายนอกเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น คนจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา หรือหลายประเทศในยุโรป มักถูกเรียกรวมว่าฝรั่ง แม้ว่าจะพูดคนละภาษาและมีวัฒนธรรมแตกต่างกันก็ตาม

ในทางกลับกัน ชาวญี่ปุ่น ชาวจีน ชาวเกาหลี หรือชาวอินเดีย มักไม่ถูกเรียกว่าฝรั่ง แม้จะเป็นชาวต่างชาติเหมือนกัน เพราะคำนี้ในความเข้าใจของคนไทยมีความหมายเฉพาะกับผู้คนจากโลกตะวันตกมากกว่า

สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตคือ คำว่าฝรั่งไม่ได้ใช้เรียกเฉพาะคนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชื่อสิ่งของหลายชนิดที่เข้ามาจากต่างประเทศ

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ "ฝรั่ง" ซึ่งเป็นผลไม้ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Guava

หลายคนสงสัยว่าทำไมผลไม้ชนิดนี้ถึงชื่อเดียวกับการเรียกชาวตะวันตก คำอธิบายที่ได้รับการยอมรับกันมากคือ ผลไม้ชนิดนี้เข้ามาในสยามผ่านเส้นทางการค้าของชาวโปรตุเกสหรือพ่อค้าตะวันตก คนไทยจึงเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า "ลูกฝรั่ง" ก่อนจะเหลือเพียงคำว่า "ฝรั่ง"

ลักษณะเดียวกันยังพบในคำอื่น เช่น

ฝรั่งดอง
มันฝรั่ง
ผักฝรั่ง

คำเหล่านี้สะท้อนว่าสมัยก่อน เมื่อมีพืช อาหาร หรือสิ่งของที่เข้ามาจากโลกตะวันตก คนไทยมักเติมคำว่า "ฝรั่ง" ไว้ข้างหน้าเพื่อบอกที่มา

นอกจากภาษาไทยแล้ว หลายประเทศในเอเชียก็มีคำเรียกชาวยุโรปที่มีรากเดียวกัน

ในภาษาเปอร์เซียมีคำว่า Farangi

ในภาษาฮินดีมีคำว่า Firangi

บางภาษาในเอเชียกลางและเอเชียใต้ก็มีคำที่ออกเสียงใกล้เคียงกัน

ทั้งหมดล้วนสืบย้อนกลับไปถึงคำว่า Frank ที่เคยใช้เรียกชาวยุโรปเมื่อหลายร้อยปีก่อน

แม้ว่าคำว่าฝรั่งจะใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ในบางบริบทก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสม หากเป็นการพูดคุยทั่วไป คำนี้มักไม่ได้มีเจตนาในทางลบ คนไทยจำนวนมากใช้เป็นคำเรียกตามความเคยชิน เช่น "ร้านฝรั่ง" "นักท่องเที่ยวฝรั่ง" หรือ "เพื่อนฝรั่ง"

แต่ในการสื่อสารที่เป็นทางการ เช่น งานวิชาการ เอกสารราชการ หรือการรายงานข่าว มักใช้คำที่ระบุชัดเจนกว่า เช่น ชาวต่างชาติ ชาวยุโรป ชาวอเมริกัน หรือเรียกตามสัญชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงความกำกวม

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันโลกมีความหลากหลายมากขึ้น คนจากประเทศตะวันตกไม่ได้มีลักษณะหน้าตาแบบเดียวกันเสมอไป เช่น คนสัญชาติอังกฤษอาจมีเชื้อสายเอเชีย แอฟริกา หรือตะวันออกกลาง ขณะที่คนผิวขาวบางคนอาจเกิดและเติบโตในประเทศแถบเอเชีย ดังนั้นการเรียกคนจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตรงกับตัวตนหรือสัญชาติของบุคคลนั้นเสมอ

คำว่า "ฝรั่ง" จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของคำในภาษาไทยที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์การค้า การเดินเรือ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และวิวัฒนาการของภาษา จากคำที่มีต้นกำเนิดอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ค่อย ๆ เปลี่ยนรูป เปลี่ยนเสียง และเปลี่ยนความหมายตามผู้คนที่นำมาใช้ จนกลายเป็นคำธรรมดาที่คนไทยพูดกันทุกวัน โดยหลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าคำสั้น ๆ คำนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าที่คิดมาก

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 57 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุดพระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนาพระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริงเปิดสถิติหวย 16 ส.ค. ย้อนหลัง 20 ปีทำไมพระวินัยจึงกำหนดให้บาตรพระทำจากเหล็กหรือดินเผาแบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวันจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทยเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุปมาเต่าตาบอดเตือนว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์คือโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่านอุปมาถ่มน้ำลายรดฟ้าสอนให้เห็นว่าความคิดร้ายย้อนกลับมาทำร้ายใจตัวเองHouse Edge คือกำแพงคณิตศาสตร์ที่ทำให้คาสิโนได้เปรียบเมื่อเล่นนานพอเหรียญออกหัวติดกันห้าครั้งไม่ได้ทำให้ครั้งต่อไปมีโอกาสออกหัวมากขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่