ทำไมขยี้ตาแล้วเห็นแสงแปลกๆ
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์แบบนี้ ตอนหลับตาแล้วใช้มือขยี้ตาเบา ๆ จู่ ๆ ก็เห็นแสงวาบ เห็นจุดสี เห็นลายคล้ายสายฟ้า หรือบางครั้งเหมือนมีวงแสงลอยอยู่ ทั้งที่ห้องมืดสนิทและไม่มีแสงเข้าตาเลย
พอลืมตาขึ้น ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ทำให้หลายคนสงสัยว่า แสงที่เห็นนั้นมาจากไหน
ความจริงแล้ว แสงเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากแสงภายนอก แต่เกิดจากการที่ดวงตาและสมองถูกกระตุ้นในรูปแบบที่ไม่ใช่การมองเห็นตามปกติ
ปกติแล้ว การมองเห็นจะเริ่มจากแสงเดินทางผ่านกระจกตาและเลนส์ตา ก่อนจะไปตกที่จอประสาทตา ซึ่งมีเซลล์รับแสงทำหน้าที่เปลี่ยนแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วส่งต่อไปยังสมองเพื่อแปลผลเป็นภาพ
แต่เซลล์รับแสงเหล่านี้ไม่ได้ตอบสนองต่อแสงเพียงอย่างเดียว
หากถูกกด ถูกดึง หรือได้รับแรงกระแทกในระดับหนึ่ง เซลล์ก็สามารถส่งสัญญาณไปยังสมองได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่มีแสงเข้าสู่ดวงตาเลย
เมื่อเราขยี้ตา แรงกดจากนิ้วจะทำให้ลูกตาและจอประสาทตาเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เซลล์รับแสงบางส่วนจึงถูกกระตุ้นโดยตรง
สมองไม่สามารถแยกได้ว่าสัญญาณนั้นเกิดจากแสงจริงหรือเกิดจากแรงกด
สุดท้ายจึงแปลผลออกมาเป็นภาพของแสง สี หรือจุดสว่างที่เราเห็นอยู่หลังเปลือกตา
ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า "ฟอสฟีน" (Phosphene)
ฟอสฟีนคือการรับรู้ว่าเห็นแสง ทั้งที่ไม่ได้มีแสงเข้าสู่ดวงตา
ไม่ได้เกิดจากการขยี้ตาเท่านั้น บางคนอาจเห็นหลังจากได้รับแรงกระแทกบริเวณศีรษะ หรือในบางกรณีอาจเกิดจากการกระตุ้นระบบประสาทบางส่วน
ลักษณะของแสงที่แต่ละคนเห็นก็ไม่เหมือนกัน
บางคนเห็นเป็นจุดสีขาว
บางคนเห็นเป็นวงกลม
บางคนเห็นเป็นเส้นแตกแขนงเหมือนสายฟ้า
บางคนเห็นสีม่วง สีเขียว หรือสีเหลืองลอยไปมา
ความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณของจอประสาทตาที่ถูกกระตุ้น รวมถึงวิธีที่สมองของแต่ละคนแปลผลสัญญาณ
หลายคนอาจสังเกตว่า ยิ่งขยี้แรง ภาพที่เห็นก็ยิ่งชัด
แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
การขยี้ตาแรง ๆ เป็นประจำอาจทำให้กระจกตาเกิดการระคายเคือง เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ หรือในบางคนที่มีปัจจัยเสี่ยง อาจส่งผลต่อรูปร่างของกระจกตาในระยะยาวได้
ถ้ารู้สึกคันตา สิ่งที่ควรทำคือหาสาเหตุ เช่น ฝุ่น ภูมิแพ้ หรือดวงตาแห้ง แล้วรักษาตามสาเหตุ แทนที่จะใช้การขยี้ตาบ่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แสงทุกแบบจะเป็นฟอสฟีนจากการขยี้ตา
หากอยู่เฉย ๆ แล้วเห็นแสงวาบเป็นประจำ เห็นแสงคล้ายฟ้าแลบแม้ไม่ได้ขยี้ตา หรือเห็นร่วมกับจุดดำจำนวนมาก คล้ายหยากไย่ลอยไปมา โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ควรพบจักษุแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับจอประสาทตาถูกดึงรั้งหรือปัญหาอื่นของดวงตาที่ต้องได้รับการตรวจ
ในกรณีของการขยี้ตาแล้วเห็นแสงเพียงชั่วครู่ จากนั้นหายไปทันที และไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย มักเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของเซลล์รับแสงต่อแรงกด
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "การมองเห็น" ไม่ได้เกิดจากแสงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่สมองได้รับสัญญาณจากดวงตาแล้วตีความออกมาเป็นภาพ
ดังนั้น เวลาขยี้ตาแล้วเห็นแสงหรือสีแปลก ๆ ทั้งที่หลับตาอยู่ ไม่ได้แปลว่ามีแสงลอดเข้ามา แต่เป็นเพราะแรงกดไปกระตุ้นเซลล์รับแสงในจอประสาทตา จนสมองเข้าใจว่ากำลังมีแสงเกิดขึ้นนั่นเอง
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
ทำไมไทย–กัมพูชาจึงทั้งใกล้ชิดและขัดแย้งกันมาตลอด
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่
ครม.เห็นชอบ 12 สิงหาคมของทุกปี ยังเป็นวันสำคัญของชาติและวันหยุดราชการ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
5 ความผิดพลาดของบุคคลสำคัญ ในประวัติศาสตร์ที่ยังถูกพูดถึง
รู้จัก “ผักโขม” ผักพื้นบ้านใกล้ตัวที่หลายคนสับสนกับ Spinach
ครม.เห็นชอบ 12 สิงหาคมของทุกปี ยังเป็นวันสำคัญของชาติและวันหยุดราชการ
ศาลจำคุก “เนติวิทย์” 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีไม่เข้าตรวจเลือกทหาร
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
รู้จัก “ผักโขม” ผักพื้นบ้านใกล้ตัวที่หลายคนสับสนกับ Spinach
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่



