หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เพจเจอร์วัยรุ่นยุค 90s


เขียนโดย EvaAqua

 

เช็กอายุ ย้อนวันวาน “เพจเจอร์” ฮิตทั่วเมืองยุค 90s ตัวเลข 4 หลักส่งรักได้ยังไงก่อนจะมีไลน์

 

        ถ้าพูดถึงการติดต่อสื่อสารของวัยรุ่นยุคนี้ แค่หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชัน พิมพ์ข้อความแล้วกดส่ง ปิ๊ง! ไม่ถึงสองวินาทีปลายทางก็อ่านแล้ว แถมยังเห็นด้วยว่าขึ้น "Read" หรือยังใช่ไหมครับ? แต่ถ้าเราหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปสักประมาณ 25-30 ปีที่แล้ว ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นเสียงตื๊ดๆ จี้ดๆ เวลาต่อโมเด็ม และโทรศัพท์มือถือนั้น... อย่าว่าแต่สแกนจ่ายเงินเลยครับ แค่เครื่องทรงกระดูกหมาเครื่องเดียวยังราคาแพงเท่ารถมือสองสักคันแล้วคนยุค 90 เขาจีบกันยังไง นัดเจอกันที่ไหน คำตอบของวัยรุ่นสุดเท่ในยุคนั้นอยู่ที่กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่หนีบไว้กับเอว หรือห้อยสายคล้องคออย่างภาคภูมิใจ สิ่งนั้นเรียกว่า “เพจเจอร์” (Pager) หรือที่คนไทยเราเรียกติดปากกันว่า “วิทยุติดตามตัว” นั่นเองครับ

 

        วันนี้จะพาเพื่อนๆ ชาว Postjung ทุกคน นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปดูความเก๋าของเจ้ากล่องจิ๋วนี้กันว่า ในวันที่ไม่มีหน้าจอทัชสกรีน เพจเจอร์ทำอะไรได้บ้าง แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นวัฒนธรรมสุดคลาสสิกที่คนยุคนั้นจำไม่มีวันลืมอยากส่งข้อความเหรอ ต้องผ่าน "คอลเซ็นเตอร์" ก่อนนะเด็กยุคนี้อาจจะงงว่า เพจเจอร์ไม่มีแป้นพิมพ์พิมพ์ข้อความ แล้วมันส่งข้อความหากันยังไงความบันเทิงมันอยู่ตรงนี้ครับ! การส่งข้อความเข้าเพจเจอร์ในยุคนั้น คุณไม่สามารถพิมพ์ตรงๆ หาคนรับได้เอง แต่คุณต้อง "โทรศัพท์ไปหาโอเปอเรเตอร์" หรือพี่ๆ คอลเซ็นเตอร์ของค่ายนั้นๆ ก่อน (ยุคนั้นค่ายดังๆ ก็อย่างเช่น Phonelink, 152 PacLink, Hutchison หรือ WorldPage) ลองจินตนาการภาพตามนะครับ สมมุติว่าคุณกำลังจีบสาวคนหนึ่งอยู่ แล้วคุณตู้โทรศัพท์สาธารณะข้างถนน รอต่อคิวตู้หยอดเหรียญ พอถึงคิวปุ๊บก็กดเบอร์คอลเซ็นเตอร์

โอเปอเรเตอร์: "สวัสดีค่ะ โฟนลิงก์หมายเลข... รับข้อความอะไรดีคะ"

คุณ (ซึ่งยืนเขินอยู่หน้าตู้): "เอ่อ... ส่งถึงหมายเลข 12345 ครับ ข้อความว่า... 'เย็นนี้กินข้าวกันไหม คิดถึงนะ'"

โอเปอเรเตอร์: "ทบทวนข้อความนะคะ... 'เย็นนี้กินข้าวกันไหม คิดถึงนะ' เรียบร้อยค่ะ"

        ใช่ครับ! ข้อความบอกรัก ข้อความง้อแฟน หรือข้อความตัดพ้อทุกคำ ต้องผ่านหูและเสียงของพี่โอเปอเรเตอร์ก่อนเสมอ! ความพีคคือพี่ๆ คอลเซ็นเตอร์ยุคนั้นต้องใจเย็นมาก เพราะต้องคอยรับสารพัดข้อความ ตั้งแต่เรื่องงานด่วน ยันเรื่องความรักวัยรุ่น บางคนอายจนต้องเปลี่ยนคำพูด หรือบางคนง้อแฟนจนพี่โอเปอเรเตอร์ยังต้องเอาใจช่วยเลยก็มี

ส่งได้แค่ตัวเลขงั้นสร้าง "โค้ดลับ" กันเลยสิ

        ในช่วงยุคแรกๆ ของเพจเจอร์ (โดยเฉพาะยุคที่เพจเจอร์ยังแสดงผลเป็นหน้าจอ LED ตัวเลขอย่างเดียว) ข้อความตัวหนังสือไทยยังไม่สามารถแสดงผลได้ครับ หน้าจอทำได้แค่โชว์ "เบอร์โทรศัพท์" ที่โทรเข้ามาเพื่อให้เราติดต่อกลับแต่คนเราเมื่อมีความรักและความพยายาม... จินตนาการมันก้าวไกลกว่าเทคโนโลยีเสมอ! วัยรุ่นยุค 90 จึงได้ให้กำเนิด "ภาษาโค้ดตัวเลข" ขึ้นมา เพื่อใช้ส่งความรู้สึกถึงกันแบบไม่ต้องผ่านการอ่านของโอเปอเรเตอร์ และประหยัดเวลาด้วย ลองมาดูกันว่าโค้ดฮิตๆ ยุคนั้นมีอะไรบ้าง (ใครทันอันไหนลองเช็กตัวเองดูนะครับ)

 

การได้รับรหัสตัวเลขแล้วต้องมานั่งเปิดสมุดจด หรือถอดรหัสในหัว มันมีความลุ้นและความโรแมนติกแบบที่ข้อความแชตในปัจจุบันให้ไม่ได้จริงๆ ครับ

แล้วนอกจากเรื่องรัก เพจเจอร์ทำอะไรได้อีกบ้าง

        ถึงเราจะจำภาพเพจเจอร์ในฐานะอุปกรณ์จีบสาว แต่ในความเป็นจริง เพจเจอร์คือ อุปกรณ์ทำงานแห่งยุค เลยทีเดียวครับ ในยุคที่ยังไม่มีอีเมลบนมือถือ เพจเจอร์นี่แหละคือเครื่องมือที่ทำให้คนทำงานยุคนั้นเชื่อมต่อกันได้

ความเก๋าที่เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร: แฟชั่นยุค 90s

        ถ้าใครเคยผ่านยุคนั้นมาจะรู้ดีว่า เพจเจอร์ไม่ใช่แค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่มันคือ "เครื่องประดับ" ครับลองนึกภาพวัยรุ่นแต่งตัวเสื้อยืดไซส์ใหญ่ กางเกงยีนส์ขากว้าง แล้วมี กล่องเพจเจอร์สีเจ็บๆ หนีบไว้ที่ขอบกางเกงข้างเอว ยิ่งถ้าใครใช้รุ่นฮิตๆ อย่าง Motorola Adviser หรือ Postscript เครื่องสีใสๆ ที่มองเห็นแผงวงจรข้างในนะ... บอกเลยว่าเท่สุดๆ ในสยามสแควร์เดินๆ อยู่แล้วมีเสียง "ตื๊ดๆๆๆ" หรือเสียงดนตรี 8-bit ดังขึ้นมากลางวงเพื่อน เจ้าของเครื่องจะทำการ "คลิก" หนีบสายออกมาจากเอว ยกขึ้นมาดูหน้าจอด้วยท่าทางสุดคูล แล้วเดินไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะใกล้ๆ เพื่อหยอดเหรียญกดเบอร์คอลเซ็นเตอร์อ่านข้อความ หรือโทรกลับหาคนที่เพจมา ช็อตนี้แหละครับที่ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหันมามอง

ทำไมเพจเจอร์ถึงหายไป

        ไม่มีอะไรอยู่ค้างฟ้าครับ เมื่อเทคโนโลยีเคลื่อนตัวเข้าสู่อีกยุค การมาถึงของ โทรศัพท์มือถือที่ส่ง SMS ได้เอง (โดยเฉพาะยุค Nokia 3310 และระบบ GSM) รวมถึงค่าบริการโทรศัพท์ที่เริ่มถูกลง ทำให้บทบาทของเพจเจอร์ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงต้นยุค 2000s ผู้คนเริ่มหันไปพิมพ์ข้อความส่งหากันได้โดยตรง ไม่ต้องเกรงใจพี่คอลเซ็นเตอร์ ไม่ต้องรอคิวตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรกลับ และอ่านข้อความได้ยาวขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เพจเจอร์ก็ค่อยๆ ถอนตัวออกจากชีวิตประจำวันของเราไป เหลือไว้เพียงความทรงจำอันงดงามของคนยุค 90

เสน่ห์ของ "ความเช้าช้า" ที่หายไปในปัจจุบัน

        มองย้อนกลับไป เพจเจอร์อาจจะดูยุ่งยากและไร้ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนในมือเราตอนนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เพจเจอร์เคยให้ไว้ คือ "คุณค่าของเวลารอคอย" ยุคนั้น การส่งข้อความหาใครสักคน ต้องใช้ความพยายาม ต้องคิดทบทวนคำพูดเพราะกลัวพี่คอลเซ็นเตอร์ฟังไม่รู้เรื่อง (หรือกลัวอาย) และเมื่อส่งไปแล้ว เราต้องใจเย็นๆ รอคอยให้เขาเดินไปเจอข้อความ แล้วเดินไปหาตู้โทรศัพท์เพื่อตอบกลับมา การรอคอยนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและมีความหมายต่างจากยุคนี้ที่เราส่งสติกเกอร์ไปปุ๊บ แล้วก็นั่งจ้องหน้าจอว่าเมื่อไหร่เขาจะขึ้น Read ถ้าไม่ตอบใน 5 นาทีก็เริ่มเครียดแล้ว...แล้วเพื่อนๆ ชาว Postjung ล่ำ? มีใครทันใช้เพจเจอร์รุ่นไหนกันบ้าง? เคยส่งข้อความสุดฮาหรือสุดเสี่ยวอะไรผ่านพี่คอลเซ็นเตอร์กันมาบ้าง ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความทรงจำยุค 90s กันได้เลยนะครับ

(หมายเหตุ: ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เทคโนโลยีและชื่อยี่ห้อบริการ เป็นข้อมูลที่บันทึกตามประวัติศาสตร์การสื่อสารในประเทศไทย ยุคปี พ.ศ. 2530 - 2540)

อ้างอิง: Motorola Archives & Museum: ข้อมูลรูปทรง การออกแบบ และรุ่นยอดฮิตของตัวเครื่องวิทยุติดตามตัว เช่น Motorola Adviser, Beeper, Postscript รวมถึงดีไซน์กรอบใส (Clear Case) ที่ได้รับความนิยมในฐานะแฟชั่นยุคนั้น
พิพิธภัณฑ์ตราสราญ และจดหมายเหตุการสื่อสารแห่งประเทศไทย (CAT / NT): ข้อมูลจุดเริ่มต้นการเปิดให้บริการวิทยุติดตามตัว (Pager) ในประเทศไทย ซึ่งเริ่มใช้งานจริงจังในช่วงปี พ.ศ. 2520–2530 โดยมีผู้ให้บริการรายแรกๆ คือ บริษัท แปซิฟิคเทเลซิส (ประเทศไทย) จำกัด (PacLink) และตามด้วย Phonelink (ชินวัตรคอมพิวเตอร์ฯ / AIS)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 120 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: C lover, เศรษฐีนี สวย รวย โสด, EvaAqua
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6น้ำป่าถล่มก้นแกรนด์แคนยอน อพยพ 62 คน–ปิดเส้นทางสำคัญ10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชนเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?J-10CE จีนขยายตลาดบุกเอเชียกลาง อุซเบกิสถานเปิดตัวอย่างน้อย 6 ลำจากเพื่อนรักสู่ศึก 20 ล้าน “ต้า–ยัต เฟ็ดเฟ่” แตกหักถึงศาลคนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาดเจาะลึก 'เขื่อนสามผา' มหาโครงการมึนโลก ยังไว้ใจได้จริง หรือรอวันวิกฤต?ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดเจาะลึก 'เขื่อนสามผา' มหาโครงการมึนโลก ยังไว้ใจได้จริง หรือรอวันวิกฤต?น้ำป่าถล่มก้นแกรนด์แคนยอน อพยพ 62 คน–ปิดเส้นทางสำคัญเด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชน5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด มือถือ Gadget เทคโนโลยี
ขายงาน Canva ออนไลน์ได้จริงไหม? มือใหม่เริ่มต้นอย่างไรรถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเองแอนดรอยด์ เตรียม"บล็อค"การติดตั้งแอปที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนจากนักพัฒนา 30 กย. 26 นี้มีแค่มือถือก็เริ่มได้ งานออนไลน์ไม่ต้องลงทุนสำหรับมือใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่