วิธีกำจัดกลิ่นคาวบนเขียงไม้ด้วยเกลือและมะนาว
วิธีกำจัดกลิ่นคาวบนเขียงไม้ด้วยเกลือและมะนาว
การใช้เขียงไม้เตรียมเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลมักทิ้งทั้งคราบมันและกลิ่นคาวเอาไว้ แม้จะล้างด้วยน้ำยาล้างจานแล้ว กลิ่นบางส่วนก็อาจยังติดอยู่ตามร่องรอยมีดและพื้นผิวของเนื้อไม้
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดกลิ่นได้คือการใช้ เกลือเม็ดใหญ่ร่วมกับมะนาว ซึ่งหาได้ไม่ยากในครัว เกลือช่วยขัดคราบบนพื้นผิว ส่วนมะนาวช่วยลดกลิ่นและคราบมัน ทำให้เขียงกลับมาสะอาดและมีกลิ่นสดชื่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะสำหรับใช้เป็นขั้นตอนเสริมในการขจัดคราบและกลิ่น ไม่ควรใช้แทนการล้างเขียงด้วยน้ำยาล้างจาน โดยเฉพาะหลังสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบหรืออาหารทะเลสด
ทำไมกลิ่นคาวจึงติดเขียงไม้ได้นาน?
ไม้เป็นวัสดุที่มีรูพรุนตามธรรมชาติ จึงอาจดูดซับความชื้น น้ำมัน และของเหลวจากวัตถุดิบได้ง่าย โดยเฉพาะเขียงที่ใช้งานมานานและมีร่องจากคมมีดจำนวนมาก
เศษอาหารและไขมันอาจเข้าไปติดตามร่องเล็ก ๆ เหล่านี้ ทำให้การล้างผิวหน้าอย่างรวดเร็วไม่สามารถขจัดกลิ่นออกได้ทั้งหมด หากปล่อยให้เขียงชื้นเป็นเวลานาน กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็อาจกลับมาอีก และยังเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อราบนเนื้อไม้ได้ด้วย
วิธีใช้เกลือและมะนาวขจัดกลิ่นคาว
ก่อนเริ่ม ควรล้างเศษอาหารและคราบที่มองเห็นออกจากเขียงด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำสะอาดเสียก่อน จากนั้นจึงใช้เกลือและมะนาวช่วยขัดกลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่
1. โรยเกลือเม็ดใหญ่ให้ทั่วเขียง
โรยเกลือเม็ดใหญ่หรือเกลือเม็ดหยาบลงบนพื้นผิวเขียงให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณที่มีกลิ่นคาว คราบมัน หรือรอยสับจำนวนมาก
ผลึกเกลือจะทำหน้าที่คล้ายสครับ ช่วยขัดเศษอาหารและคราบที่ติดอยู่ตามร่องตื้น ๆ ของเนื้อไม้ ขณะเดียวกันเกลือยังช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นบางส่วนบนพื้นผิวได้ด้วย
ไม่ควรออกแรงกดมากเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นผิวเขียงเกิดรอยลึกหรือสึกเร็วกว่าปกติ
2. บีบน้ำมะนาวลงบนเกลือ
ผ่ามะนาวครึ่งลูกแล้วบีบน้ำลงบนเกลือให้ทั่ว ความเป็นกรดของมะนาวช่วยคลายคราบมันและลดกลิ่นคาวที่ติดอยู่บนพื้นผิว
นอกจากนี้ กลิ่นของน้ำมะนาวและน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกยังช่วยให้กลิ่นบนเขียงสดชื่นขึ้น แต่ไม่ควรเข้าใจว่ามะนาวเพียงอย่างเดียวสามารถฆ่าเชื้อโรคบนเขียงได้ทั้งหมด
3. ใช้เปลือกมะนาวขัดเป็นวงกลม
นำมะนาวซีกที่บีบน้ำแล้วมาถูบนพื้นผิวเขียง โดยคว่ำด้านเนื้อมะนาวลงและขัดวนเป็นวงกลมให้ทั่ว
เน้นบริเวณที่มีคราบมัน รอยสับ และจุดที่มีกลิ่นคาวชัดเจน แรงเสียดทานระหว่างเกลือ เปลือกมะนาว และเนื้อไม้จะช่วยดึงคราบที่ติดอยู่บนพื้นผิวออกมา
หากเขียงมีรอยแตกลึกหรือเสี้ยนไม้ ควรระมัดระวังไม่ให้เกลือและเศษมะนาวเข้าไปติดอยู่ภายใน
4. พักไว้ประมาณ 5 นาที
เมื่อขัดทั่วแล้ว ให้ปล่อยส่วนผสมไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้เกลือและน้ำมะนาวสัมผัสกับคราบและกลิ่นได้ทั่วถึง
ไม่ควรปล่อยไว้นานจนพื้นผิวแห้งแข็ง เพราะเกลืออาจจับตัวติดกับเนื้อไม้และล้างออกยากขึ้น
5. ล้างและทำให้แห้งสนิท
ล้างเขียงด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดเกลือ น้ำมะนาว และคราบที่หลุดออก จากนั้นล้างด้วยน้ำยาล้างจานอีกครั้งหากเขียงเคยสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบ สัตว์ปีก หรืออาหารทะเล
หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ แนะนำให้ล้างเขียงด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานหลังใช้งาน แล้วล้างน้ำสะอาดและผึ่งให้แห้ง เพราะการทำความสะอาดช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อบางส่วนออกจากพื้นผิว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะฆ่าเชื้อทั้งหมด
หลังล้างเสร็จ ควรตั้งเขียงในแนวตั้งหรือวางให้มีอากาศผ่านได้ทั้งสองด้าน ผึ่งในบริเวณที่อากาศถ่ายเทจนแห้งสนิท ไม่ควรวางเขียงเปียกราบติดกับเคาน์เตอร์ เพราะความชื้นอาจสะสมอยู่ด้านล่างและทำให้เกิดกลิ่นอับหรือเชื้อราได้
การตากแดดอ่อน ๆ ชั่วคราวอาจช่วยให้เขียงแห้งเร็วขึ้น แต่ไม่ควรตากแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจทำให้ไม้แห้งเกินไป โก่งตัว หรือแตกร้าวได้
เกลือกับมะนาวไม่ได้แทนการฆ่าเชื้อ
ข้อควรเข้าใจคือ การใช้เกลือและมะนาวเหมาะสำหรับช่วยขัดคราบและลดกลิ่นคาว แต่ไม่ควรกล่าวว่าเป็นการฆ่าเชื้อหรือทำให้เขียงปลอดเชื้ออย่างสมบูรณ์
หากต้องการลดความเสี่ยงจากเชื้อที่มากับเนื้อสัตว์ดิบ ควรเริ่มจากการล้างเขียงด้วยน้ำยาล้างจานอย่างทั่วถึง และใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหารตามคำแนะนำบนฉลากเมื่อจำเป็น ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อทั่วไปที่ไม่ได้ระบุว่าใช้กับพื้นผิวสัมผัสอาหารมาใช้กับเขียงโดยตรง
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการปนเปื้อนข้ามได้คือ แยกเขียงสำหรับเนื้อสัตว์ดิบออกจากเขียงที่ใช้หั่นผัก ผลไม้ ขนมปัง หรืออาหารพร้อมรับประทาน
เมื่อใดควรเปลี่ยนเขียงใหม่?
แม้จะทำความสะอาดเป็นประจำ แต่เขียงไม้ทุกชิ้นย่อมเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่เมื่อพบว่า
-
มีรอยแตกลึกหรือร่องมีดจำนวนมากจนล้างยาก
-
มีกลิ่นเหม็นอับหรือกลิ่นคาวที่ไม่หายหลังทำความสะอาด
-
มีคราบดำ จุดเชื้อรา หรือสีของไม้เปลี่ยนผิดปกติ
-
เนื้อไม้บวม โก่ง แตก หรือมีเสี้ยนหลุด
-
มีเศษอาหารติดอยู่ในร่องลึกและไม่สามารถขัดออกได้
เขียงที่สึกมากหรือมีร่องลึกจนทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงควรเลิกใช้ เพราะเศษอาหารและความชื้นอาจสะสมอยู่ภายในได้
สรุปวิธีดูแลเขียงไม้ไม่ให้มีกลิ่น
หลังใช้งานทุกครั้ง ควรล้างเขียงทันที ไม่ปล่อยให้คราบเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลแห้งติดผิว หากยังมีกลิ่นคาว สามารถโรยเกลือ บีบมะนาว และใช้เปลือกมะนาวขัดเบา ๆ ก่อนล้างออกให้สะอาด
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้เขียงแห้งสนิทและไม่ปล่อยให้เกิดรอยแตกลึก การดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเขียงและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้ามในครัวได้อีกด้วย
REFERENCES:
https://www.fsis.usda.gov/food-safety/safe-food-handling-and-preparation/food-safety-basics/cutting-boards
https://www.fsis.usda.gov/food-safety/safe-food-handling-and-preparation/food-safety-basics/washing-food-does-it-promote-food
https://www.foodsafety.gov/keep-food-safe/4-steps-to-food-safety
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
นิ้วกลางเป็นภาษาสากลจริงไหม
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
ความหิวเป็นเหตุ!! หนุ่มหยิบครีมหมักผมที่เมียทิ้งไว้ในตู้เย็นมากิน เพราะคิดว่าเป็นไอศกรีม เกือบสิ้นชื่อ 😌
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
เรื่องจริงของ “เวลวิชเซีย” พืชประหลาดที่มีใบเพียงสองใบตลอดชีวิตมีอายุยืนเกินหนึ่งพันปี
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ

