หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความเชื่อเรื่องนำเสื้อพ่อมาให้ลูกทารกที่ร้องไห้กวนใจช่วยเรียกขวัญได้จริงหรือ

เขียนโดย evileyes

เคยสังเกตไหมครับว่าเวลาลูกเล็กเด็กแดงร้องไห้งอแงตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่เช็กดูแล้วว่าไม่ได้หิว ไม่ได้เปียกแฉะ หรือไม่ได้ป่วยไข้ หลายบ้านมักจะมีวิธีแก้เคล็ดบางอย่างที่สืบทอดกันมาแบบปากต่อปาก หนึ่งในความเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยคือการนำเสื้อ

ตัวโปรดหรือเสื้อที่พ่อใส่เป็นประจำมาวางใกล้ๆ หมอนของลูก เพื่อให้เด็กได้กลิ่นไอของคนเป็นพ่อ แล้วเด็กรู้สึกปลอดภัยจนหยุดร้องไปเอง หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของการส่งเสริมกำลังใจหรืออาจเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่น่าสนใจของเด็กเล็กๆ ในมุมของคนรุ่นเก่าหรือ

บ้านที่มีผู้ใหญ่คอยแนะนำ มักจะบอกเสมอว่าเด็กแรกเกิดยังมีความผูกพันกับพ่อแม่สูงมาก โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นกายที่เด็กจดจำได้ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การนำกลิ่นของพ่อมาไว้ใกล้ตัวอาจเป็นการช่วยให้เด็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือแปลกที่เวลาตื่นขึ้นมากลางดึก ซึ่งใน

แง่นี้หลายบ้านก็ยอมรับว่าทำแล้วได้ผลจริงๆ ลูกหลับยาวขึ้น หรือร้องน้อยลง ยิ่งถ้าเป็นเด็กที่ติดพ่อมาก การมีสิ่งของที่มีกลิ่นพ่ออยู่ใกล้ๆ ก็เหมือนมีคนคอยเฝ้าดูแลอยู่ข้างกายตลอดเวลา ในขณะเดียวกันถ้าหันไปถามกลุ่มคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่หรือคนที่เน้น

แนวคิดทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น อาจจะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องของกลิ่นที่คุ้นเคยจริงๆ ไม่ใช่ไสยศาสตร์หรือเรื่องลี้ลับอะไร การที่เด็กหยุดร้องอาจเพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคย ทำให้ระดับความวิตกกังวลลดลงและเข้าสู่โหมดผ่อนคลายได้ง่ายขึ้นกว่า

เดิม ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นคำอธิบายที่จับต้องได้มากกว่าการเชื่อเรื่องขวัญหายหรือการเรียกขวัญแบบดั้งเดิม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชื่อเรื่องขวัญของไทยเรานั้นฝังลึกอยู่ในวิถีชีวิต มีหลายคนที่มองว่าเด็กบางคนอาจเจอกับสภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคง หรืออาจ

เป็นเรื่องของพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น ผู้ใหญ่จึงแนะนำวิธีนี้เพื่อให้ลูกรู้สึกมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจและเป็นการสร้างความอุ่นใจให้พ่อแม่เองด้วย เมื่อพ่อแม่ไม่กังวล ลูกที่นอนอยู่ข้างๆ ก็มักจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายไปด้วย แล้วกลายเป็นผลลัพธ์

ที่ดีร่วมกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็คงเป็นเหมือนกุศโลบายอย่างหนึ่งที่ทำแล้วสบายใจทั้งคนในบ้าน ไม่ว่าใครจะเลือกเชื่อในมุมมองเชิงจิตวิทยา กลิ่นที่คุ้นเคยสร้างความปลอดภัย หรือเชื่อว่าเป็นวิธีเรียกขวัญแบบโบราณ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ทารกได้พัก

ผ่อนอย่างเต็มที่และคนเป็นพ่อแม่ก็ได้ลดความกังวลใจลงไปได้บ้าง ถ้าใครมีประสบการณ์ทำแบบนี้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร ก็น่าจะลองเอามาแชร์ให้ฟังกันบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดพระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569เปิดสถิติหวย 16 ส.ค. ย้อนหลัง 20 ปีประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด84,000 พระธรรมขันธ์หมายถึงหน่วยของคำสอนไม่ใช่จำนวนหน้าของพระไตรปิฎกทำไมพระวินัยจึงกำหนดให้บาตรพระทำจากเหล็กหรือดินเผาสมาธิสั้นเทียมจากโซเชียลทำไมคลิปหนึ่งนาทีก็ดูนานและรอแอปไม่กี่วินาทีก็หงุดหงิดพระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทยเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
คัดมาแล้วว่าดี ซีรีส์วายเกาหลีที่คุณต้องดูคุ้นๆอยู่นะ “แคปชั่นเก่า” วัยรุ่นยุค90 เทียบกับยุคเจนวายรู้หรือไม่? การก่อสร้างในภาคใต้มีปูนใช้โดยเฉพาะ ไม่เหมือนภาคอื่นเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งเพิกเฉยต่อคำเตือนและฝ่าฝืนการปิดล้อม เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ จึงเปิดฉากยิง
ตั้งกระทู้ใหม่