หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกความลับแป้งในข้าวทําไมข้าวเหนียวถึงมีความเหนียวต่างจากข้าวสวยธรรมดา

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เวลาเราหุงข้าวทานหรือซื้อข้าวทานตามร้านอาหาร หลายคนคงเคยสงสัยว่าทําไมข้าวเหนียวที่เราทานกับส้มตําหรือไก่ย่างถึงมีความเหนียวนุ่มเกาะตัวกันเป็นก้อน

ในขณะที่ข้าวสวยที่เราทานกับแกงทั่วไปกลับมีความร่วนซุยและแยกตัวออกจากกัน ทั้งที่พืชทั้งสองชนิดต่างก็เป็นข้าวเหมือนกัน

ความแตกต่างในเรื่องของสัมผัสนี้มีคําตอบซ่อนอยู่ในระดับโครงสร้างของโมเลกุลแป้งที่อยู่ในเมล็ดข้าวนั่นเอง

หัวใจสําคัญของเรื่องนี้อยู่ที่สารประกอบที่เรียกว่าแป้ง ซึ่งในเมล็ดข้าวจะมีแป้งอยู่สองชนิดหลัก คือ อะไมโลส

และ อะไมโลเพกติน ทั้งสองอย่างนี้ทําหน้าที่กําหนดลักษณะของข้าวหลังจากการหุงสุกแล้วได้อย่างชัดเจน

เริ่มจากข้าวเหนียวซึ่งเป็นข้าวที่มีปริมาณของอะไมโลสต่ํามาก หรือแทบจะไม่มีเลย

แต่กลับเต็มไปด้วยอะไมโลเพกตินในปริมาณที่สูงมาก เจ้าตัวอะไมโลเพกตินนี่เองที่เป็นพระเอกสําคัญ เพราะเมื่อถูกนําไปผ่านความร้อนพร้อมกับน้ํา

โครงสร้างของมันจะพองตัวและมีความเหนียวหนืดสูงมาก ทําให้เมล็ดข้าวเกาะตัวกันแน่น

ยิ่งหุงสุกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความเหนียวได้มากเท่านั้น ส่งผลให้เราเห็นข้าวเหนียวมีลักษณะใสและเกาะกลุ่มกันได้ดี

เมื่อนํามาปั้นทานด้วยมือจึงสะดวกและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารชนิดนี้ สําหรับข้าวสวย

หรือข้าวเจ้าที่เราบริโภคกันเป็นประจํานั้น มีสัดส่วนของแป้งที่ต่างออกไป ข้าวประเภทนี้มีสารอะไมโลสในปริมาณที่ค่อนข้างสูงกว่าข้าวเหนียว

อะไมโลสเป็นโมเลกุลที่มีลักษณะเป็นสายตรงยาว

ซึ่งไม่ค่อยมีความสามารถในการยึดเกาะหรือสร้างความเหนียวเหนอะหนะเหมือนกับอะไมโลเพกติน เมื่อผ่านความร้อนจนสุก

อะไมโลสจะช่วยให้เมล็ดข้าวคงรูปทรงได้ดีและมีความร่วนซุย ไม่เกาะตัวกันเป็นก้อนแข็งเหมือนข้าวเหนียว

นั่นคือเหตุผลที่เราสามารถใช้ช้อนตักข้าวสวยได้ง่ายโดยที่ข้าวไม่จับตัวกันเป็นก้อนใหญ่ นอกจากปริมาณของแป้งสองชนิดนี้แล้ว

สายพันธุ์ของข้าวกระบวนการขัดสีและการใช้น้ําในการหุงก็มีส่วนที่ทําให้สัมผัสของข้าวแต่ละชนิดเปลี่ยนไป เช่น

การซาวข้าวหลายครั้งก่อนหุงจะช่วยล้างแป้งที่อยู่ส่วนนอกของเม็ดข้าวออกไปบ้าง

ทําให้ข้าวที่หุงเสร็จมีความร่วนยิ่งขึ้น หรือข้าวหอมมะลิใหม่ที่หุงแล้วอาจจะมีความนุ่มเหนียวมากกว่าข้าวหอมมะลิเก่า

ก็เป็นเพราะค่าความชื้นและสภาพของแป้งในข้าวแต่ละฤดูกาลมีความแตกต่างกัน

ความรู้เรื่องชนิดของแป้งจึงเป็นเครื่องมือสําคัญที่ทําให้เราเข้าใจเลือกใช้ข้าวแต่ละประเภทให้เหมาะกับอาหารที่ต้องการรังสรรค์

หากอยากทานอาหารที่ต้องทานคู่กับเครื่องเคียงแบบแห้ง ข้าวสวยร่วนๆ จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

แต่หากต้องการมื้ออาหารที่ให้อารมณ์อิ่มแน่นและต้องการความเหนียวนุ่ม ข้าวเหนียวก็ยังคงเป็นทางเลือกหลักที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้

ความแตกต่างเล็กน้อยในระดับโมเลกุลของธรรมชาติเหล่านี้เองที่สร้างความหลากหลายให้กับมื้ออาหารของเราจนถึงทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ที่มาชื่อเขตสะพานสูง จากสะพานไม้ข้ามคลองในอดีตเบื้องหลังทําไมชาวจีนยุคใหม่เลือกห้วยขวางเป็นบ้านในกรุงเทพคนซื้อหวยไม่เคยถูก(เพราะอะไร)10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาททําไมสมุทรสงครามถึงเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพังมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายจากโค้ดต้นแบบใน 10 วัน สู่ JavaScript ภาษาที่เปลี่ยนโลกอินเทอร์เน็ตทวีวัฒนา พื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใจกลางกรุงเทพลัคนาราศีพิจิก (Scorpio) กรกฎาคม 2569: สัมผัสที่หกแรงกล้า ฝันให้โชคพารวยทรัพย์ก้อนโตย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ไขข้อข้องใจทําไมการเก็บมะนาวในตู้เย็นช่วยถนอมความสดได้นานขึ้นความเป็นมาของบราวนี่: ขนมหวานชิ้นเล็กที่ครองใจคนทั่วโลกซื้อของลดราคาใกล้หมดอายุอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยอาหารที่ควรเลี่ยงในช่วงหน้าฝน กินผิดอาจเสี่ยงป่วยโดยไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่