หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขข้อสงสัยทําไมเราถึงเห็นฟ้าแลบฟ้าร้องก่อนฝนตกเสมอ

เขียนโดย evileyes

เคยสังเกตไหมว่าเวลาพายุฝนกําลังจะมาถึง สิ่งที่เราพบเจอเป็นอันดับแรกมักไม่ใช่หยดน้ําที่ตกลงมา แต่เป็นการเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้าตามมาด้วยเสียงครืนครางที่ก้องกังวาน ก่อนที่สายฝนจะเทลงมาอย่างหนักหน่วง

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทําไมปรากฏการณ์เหล่านี้ถึงต้องเกิดขึ้นตามลําดับแบบนี้ หรือว่าธรรมชาติมีกลไกอะไรที่ทําให้เสียงเดินทางช้ากว่าแสงกันแน่

ความจริงแล้วเรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางฟิสิกส์เรื่องความเร็วของแสงและเสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การที่บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปจนเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนองนั้น

เริ่มต้นจากการที่กระแสไฟฟ้าสถิตภายในก้อนเมฆสะสมตัวจนถึงระดับหนึ่ง เมื่อประจุไฟฟ้าบวกและลบในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดินเกิดการถ่ายเทเพื่อสร้างสมดุล พลังงานมหาศาลจะถูกปลดปล่อยออกมาในเสี้ยววินาที

สิ่งที่เรารับรู้ได้ทันทีคือแสงสว่างที่เรียกว่าฟ้าแลบ แสงนี้เดินทางด้วยความเร็วประมาณสามแสนกิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเดินทางถึงสายตาเราเกือบจะทันทีที่เกิดการปล่อยประจุไฟฟ้า

แม้ว่าระยะทางจะห่างไกลออกไปหลายกิโลเมตรก็ตาม ในขณะที่เสียงฟ้าร้องคือพลังงานความร้อนที่เกิดจากการขยายตัวของอากาศอย่างรวดเร็วรอบๆ ช่องทางที่สายฟ้าฟาดผ่าน

อากาศที่ถูกทําให้ร้อนจัดในชั่วพริบตาจะขยายตัวออกและสั่นสะเทือนกลายเป็นคลื่นเสียงที่เราได้ยิน แต่เสียงเดินทางช้ากว่าแสงมาก โดยความเร็วของเสียงในอากาศอยู่ที่ประมาณ 340 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น

ความแตกต่างของความเร็วระหว่างแสงและเสียงนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เราได้รับข้อมูลจากแสงก่อนเสมอ ข้อมูลที่ได้รับจากเสียงจะใช้เวลาเดินทางตามหลังมา ยิ่งจุดที่สายฟ้าเกิดขึ้นห่างจากตัวเรามากเท่าไหร่

ช่วงเวลาที่ทิ้งห่างระหว่างแสงกับเสียงก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น เราสามารถใช้หลักการนี้ลองกะระยะห่างของพายุได้แบบง่ายๆ ด้วยการนับวินาทีตั้งแต่เห็นแสงสว่างจนถึงตอนที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง

หากนับได้ห้าวินาทีแสดงว่าฟ้าผ่าห่างจากเราไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง เพราะเสียงใช้เวลาเดินทางหนึ่งกิโลเมตรประมาณสามวินาที หากนับได้เร็วเท่ากับว่าพายุอยู่ใกล้ตัวเรามาก

ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าควรหาที่หลบในอาคารที่มิดชิดและปลอดภัยโดยทันที เหตุการณ์ที่ดูเป็นเรื่องมหัศจรรย์ของธรรมชาติในแต่ละครั้งจึงเป็นเพียงผลลัพธ์จากกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยํา

ทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนักและท้องฟ้าสว่างไสวพร้อมเสียงกึกก้อง มันคือเครื่องเตือนใจให้เรารู้ว่าธรรมชาติมีพลังงานที่น่าเกรงขามซ่อนอยู่ และการเข้าใจที่มาของปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ทําให้เราหายสงสัย

แต่ยังช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนได้อย่างมีสติมากขึ้นอีกด้วย

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสดมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจนอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😃 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายที่ทำให้คุณรู้สึกสับสนจนคิดว่าว่ากำลังมีชีวิตอยู่ในโลกอินเซ็ปชั่นได้เลย 😅
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เหมือนติด GPS ให้ยุงพุ่งชน!รู้จัก “กรดลึกลับ” บนผิวหนัง ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นแม่เหล็กดูดยุงแกะรอยคนผิดด้วยข้อมูลดิจิทัล พลิกโฉมการสืบสวนด้วยเบาะแสบนโลกไซเบอร์เปิด 3 ความลับของ “ผงถ่านสีดำ” ในยางรถยนต์ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกวันไขปริศนาทําไมเหรียญถึงกระดอนเมื่อตกกระทบพื้นแข็ง
ตั้งกระทู้ใหม่