ไขข้อสงสัยทําไมเราถึงเห็นฟ้าแลบฟ้าร้องก่อนฝนตกเสมอ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาพายุฝนกําลังจะมาถึง สิ่งที่เราพบเจอเป็นอันดับแรกมักไม่ใช่หยดน้ําที่ตกลงมา แต่เป็นการเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้าตามมาด้วยเสียงครืนครางที่ก้องกังวาน ก่อนที่สายฝนจะเทลงมาอย่างหนักหน่วง
หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทําไมปรากฏการณ์เหล่านี้ถึงต้องเกิดขึ้นตามลําดับแบบนี้ หรือว่าธรรมชาติมีกลไกอะไรที่ทําให้เสียงเดินทางช้ากว่าแสงกันแน่
ความจริงแล้วเรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางฟิสิกส์เรื่องความเร็วของแสงและเสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การที่บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปจนเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนองนั้น
เริ่มต้นจากการที่กระแสไฟฟ้าสถิตภายในก้อนเมฆสะสมตัวจนถึงระดับหนึ่ง เมื่อประจุไฟฟ้าบวกและลบในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดินเกิดการถ่ายเทเพื่อสร้างสมดุล พลังงานมหาศาลจะถูกปลดปล่อยออกมาในเสี้ยววินาที
สิ่งที่เรารับรู้ได้ทันทีคือแสงสว่างที่เรียกว่าฟ้าแลบ แสงนี้เดินทางด้วยความเร็วประมาณสามแสนกิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเดินทางถึงสายตาเราเกือบจะทันทีที่เกิดการปล่อยประจุไฟฟ้า
แม้ว่าระยะทางจะห่างไกลออกไปหลายกิโลเมตรก็ตาม ในขณะที่เสียงฟ้าร้องคือพลังงานความร้อนที่เกิดจากการขยายตัวของอากาศอย่างรวดเร็วรอบๆ ช่องทางที่สายฟ้าฟาดผ่าน
อากาศที่ถูกทําให้ร้อนจัดในชั่วพริบตาจะขยายตัวออกและสั่นสะเทือนกลายเป็นคลื่นเสียงที่เราได้ยิน แต่เสียงเดินทางช้ากว่าแสงมาก โดยความเร็วของเสียงในอากาศอยู่ที่ประมาณ 340 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น
ความแตกต่างของความเร็วระหว่างแสงและเสียงนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เราได้รับข้อมูลจากแสงก่อนเสมอ ข้อมูลที่ได้รับจากเสียงจะใช้เวลาเดินทางตามหลังมา ยิ่งจุดที่สายฟ้าเกิดขึ้นห่างจากตัวเรามากเท่าไหร่
ช่วงเวลาที่ทิ้งห่างระหว่างแสงกับเสียงก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น เราสามารถใช้หลักการนี้ลองกะระยะห่างของพายุได้แบบง่ายๆ ด้วยการนับวินาทีตั้งแต่เห็นแสงสว่างจนถึงตอนที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง
หากนับได้ห้าวินาทีแสดงว่าฟ้าผ่าห่างจากเราไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง เพราะเสียงใช้เวลาเดินทางหนึ่งกิโลเมตรประมาณสามวินาที หากนับได้เร็วเท่ากับว่าพายุอยู่ใกล้ตัวเรามาก
ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าควรหาที่หลบในอาคารที่มิดชิดและปลอดภัยโดยทันที เหตุการณ์ที่ดูเป็นเรื่องมหัศจรรย์ของธรรมชาติในแต่ละครั้งจึงเป็นเพียงผลลัพธ์จากกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยํา
ทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนักและท้องฟ้าสว่างไสวพร้อมเสียงกึกก้อง มันคือเครื่องเตือนใจให้เรารู้ว่าธรรมชาติมีพลังงานที่น่าเกรงขามซ่อนอยู่ และการเข้าใจที่มาของปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ทําให้เราหายสงสัย
แต่ยังช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนได้อย่างมีสติมากขึ้นอีกด้วย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจ
นอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
😃 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายที่ทำให้คุณรู้สึกสับสนจนคิดว่าว่ากำลังมีชีวิตอยู่ในโลกอินเซ็ปชั่นได้เลย 😅
เหมือนติด GPS ให้ยุงพุ่งชน!รู้จัก “กรดลึกลับ” บนผิวหนัง ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นแม่เหล็กดูดยุง
แกะรอยคนผิดด้วยข้อมูลดิจิทัล พลิกโฉมการสืบสวนด้วยเบาะแสบนโลกไซเบอร์
เปิด 3 ความลับของ “ผงถ่านสีดำ” ในยางรถยนต์ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกวัน
ไขปริศนาทําไมเหรียญถึงกระดอนเมื่อตกกระทบพื้นแข็ง