เติมน้ำมันพร้อมใช้มือถือทำให้ไฟไหม้ได้จริงหรือ?
ไขข้อข้องใจ เติมน้ำมันพร้อมใช้มือถือทำให้ไฟไหม้ได้จริงหรือ? พร้อมข้อควรระวังที่น่ากลัวกว่าคลื่นโทรศัพท์
การใช้งานโทรศัพท์มือถือระหว่างเติมน้ำมันในสถานีบริการ เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาเตือนภัยและสร้างความถกเถียงอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว รูปแบบการใช้งานสมาร์ตโฟนทั่วไปจะส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงมาตรการความปลอดภัยเชิงป้องกัน การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับกฎระเบียบของสถานีบริการน้ำมัน จะช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
มือถือทำให้น้ำมันติดไฟได้จริงหรือไม่?
ความเชื่อที่ว่าคลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือสามารถจุดไอน้ำมันให้ลุกไหม้ได้นั้น ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือเหตุการณ์จริงมารองรับ โดยหน่วยงานระดับสากลอย่าง Federal Communications Commission (FCC) ระบุว่าไม่พบหลักฐานยืนยันรายงานที่กล่าวว่าโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดไฟไหม้ในสถานีบริการน้ำมัน เช่นเดียวกับ Petroleum Equipment Institute (PEI) ที่เก็บรวบรวมข้อมูลเหตุเพลิงไหม้ระหว่างเติมน้ำมัน ก็ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่เคยมีประวัติการบันทึกเหตุการณ์ใดที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากโทรศัพท์มือถือโดยตรง ดังนั้น หากเป็นการโทร รับสาย หรือใช้งานมือถือในสภาพปกติ โอกาสที่สัญญาณโทรศัพท์จะจุดไอน้ำมันถือว่าต่ำมาก
เหตุผลที่ปั๊มน้ำมันยังคงต้องติดป้ายห้ามใช้มือถือ
แม้คลื่นสัญญาณจะไม่ใช่ต้นเหตุการสปาร์ก แต่บริเวณหัวจ่ายน้ำมันถือเป็นพื้นที่ที่มีไอเชื้อเพลิงระเหยออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโทรศัพท์ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์ป้องกันประกายไฟสำหรับใช้งานในบรรยากาศไวไฟ อุตสาหกรรมน้ำมันของสหราชอาณาจักรจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้มือถือใกล้หัวจ่าย หัวเติม และท่อระบาย นอกจากนี้ เหตุผลสำคัญที่สุดคือ "การดึงสมาธิ" เนื่องจากมือถืออาจทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิ จนลืมดับเครื่องยนต์ ดึงหัวจ่ายออกทั้งที่ยังเติมไม่เสร็จ ทำน้ำมันหก หรือละเลยสิ่งผิดปกติรอบตัว
สำหรับประเทศไทย กฎกระทรวงว่าด้วยสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงได้กำหนดให้มีการจัดทำป้ายเตือนที่มองเห็นได้ชัดเจนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ดับเครื่องยนต์ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามก่อให้เกิดประกายไฟ และปิดโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้บริการตระหนักถึงความปลอดภัยสูงสุด
ตัวการร้ายที่ต้องระวังมากกว่ามือถือ: ไฟฟ้าสถิต
สิ่งที่น่ากลัวและมีสถิติการเกิดเพลิงไหม้ในสนามจริงบ่อยครั้งคือ "ไฟฟ้าสถิต" โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ลงจากรถมาเริ่มเติมน้ำมัน แล้วกลับเข้าไปนั่งในรถ ก่อนจะลงมาจับหัวจ่ายอีกครั้ง การเสียดสีระหว่างเสื้อผ้ากับเบาะนั่งสามารถสร้างประจุไฟฟ้าสถิตขึ้นมาในร่างกาย เมื่อมือกลับไปแตะที่หัวจ่ายหรือปากถังน้ำมัน อาจเกิดประกายไฟดวงเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น คอยจุดระเบิดไอน้ำมันที่ลอยอยู่รอบ ๆ ได้ทันที ซึ่งทาง PEI ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสถิตสูงเกือบ 200 กรณี และมีคำแนะนำว่าไม่ควรกลับเข้าไปนั่งในรถระหว่างเติมน้ำมัน หากจำเป็นต้องเข้าไปหยิบของ ก่อนจะกลับมาจับหัวจ่ายควรแตะชิ้นส่วนโลหะของตัวรถในจุดที่ห่างจากปากถังน้ำมันก่อนเพื่อคายประจุ
ความเสี่ยงจากอุปกรณ์ที่ชำรุดและแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือ หากโทรศัพท์มือถืออยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ เช่น แบตเตอรี่บวม ตัวเครื่องแตก ร้อนจัด หรือเคยตกกระแทกอย่างรุนแรง ความบกพร่องของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอาจก่อให้เกิดความร้อนสูงหรือประกายไฟได้ จึงไม่ควรนำอุปกรณ์ที่ชำรุดเข้าใกล้ไอเชื้อเพลิง รวมถึงไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่หรือใช้อุปกรณ์เสริมไฟฟ้าใด ๆ ใกล้หัวจ่าย
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเติมน้ำมัน ผู้ใช้รถควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
-
ดับเครื่องยนต์ เข้าเกียร์ P และดึงเบรกมือให้เรียบร้อย
-
งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประกายไฟทุกชนิด
-
เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ก่อนจนกว่าการเติมน้ำมันจะเสร็จสิ้น
-
ยืนรออยู่ข้างรถและไม่กลับเข้าไปนั่งในรถระหว่างเติมน้ำมัน
-
ไม่เติมน้ำมันใส่ภาชนะที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ฝืนเติมต่อหลังจากหัวจ่ายตัดอัตโนมัติ
-
หากมีกรณีน้ำมันหก ให้รีบแจ้งพนักงานทันทีและห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด
ข้อความที่แชร์กันว่าคลื่นโทรศัพท์มือถือสามารถทำให้ปั๊มน้ำมันระเบิดได้ง่าย ๆ นั้นเป็นข้อมูลที่เกินจริงเนื่องจากยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์มารองรับ อย่างไรก็ตาม มาตรการงดใช้มือถือและงดกลับเข้าไปนั่งในรถระหว่างเติมน้ำมันยังคงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการเสียสมาธิ ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าสถิต และสอดคล้องกับข้อกฎหมายด้านความปลอดภัย การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อเก็บมือถือและยืนเฝ้าระวังข้างรถ จึงเป็นวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดในการตัดทุกความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นในสถานีบริการน้ำมัน
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ทรัมป์ปฏิเสธคำเรียกร้องของเจ้าซาอุดิ ที่ให้อเมริกาโจมตีกลุ่มฮูตี
ใช้ฟอยล์ผิดด้านหรือไม่? คำตอบอยู่ที่ชนิดของฟอยล์
ญี่ปุ่นคว้ารางวัลอิกโนเบลเป็นปีที่ 20 ติดต่อกัน!
อีโบลาลุกลามไปจังหวัดข้างเคียงใหม่แล้ว
แนวทางเลขลาว อ.น๊อตตี้ วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69
สื่อนอกตีข่าวเจ้าอาวาสไทยถูกจับ ฐานฉ้อโกงเงิน และ คดีฉาวทางเพศ
ทำไมตื่นมาคอแห้ง ? เช็ก 4 สาเหตุใกล้ตัวในห้องนอนที่หลายคนอาจมองข้าม
6 ตลับเมตรเหล็กโบราณ ที่นักสะสมตามหา แพงสุดเท่าไหร่?
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
อีโบลาลุกลามไปจังหวัดข้างเคียงใหม่แล้ว
ใช้ฟอยล์ผิดด้านหรือไม่? คำตอบอยู่ที่ชนิดของฟอยล์
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก





