ที่มาคําว่าชีสทําไมต้องพูดตอนถ่ายรูป
เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทําไมเวลาจะถ่ายรูปทีไร พอถึงจังหวะสําคัญช่างภาพมักจะบอกให้เราพูดคําว่าชีสกันเสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริงเราไม่ได้กําลังกินชีสหรือหิวชีสอยู่เลย มันกลายเป็นวัฒนธรรมสากลไปแล้วว่าถ้าอยากได้รอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติกว้างขวาง ก็ต้องออก
เสียงคํานี้ให้ชัดเจนเหมือนกันทั่วโลก พอมานั่งนึกดูมันก็เป็นเรื่องตลกดีเหมือนกันที่เรายอมทําตามกันมานานโดยไม่ตั้งคําถามว่าใครเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ครั้งแรกกันแน่ เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ว่าคําว่าชีสมีจุดเด่นอยู่ที่การออกเสียงสระอี ซึ่งบังคับให้รูปปากเรา
ต้องฉีกยิ้มออกด้านข้างโดยอัตโนมัติ มันเป็นการหลอกร่างกายให้ทําท่าทางเหมือนตอนเรากําลังอารมณ์ดีจริงๆ มีการเล่าลือกันว่าพฤติกรรมนี้เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงยุคสี่ศูนย์ที่การถ่ายรูปเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในหมู่คนทั่วไป ไม่ได้จํากัดอยู่แค่ในสตูดิโอที่มีช่าง
ภาพคอยจัดแจงท่าทางเหมือนสมัยก่อน ในยุคนั้นการถ่ายภาพเริ่มมีความเป็นกันเองมากขึ้น ผู้คนไม่ได้เกร็งเหมือนการถ่ายภาพพอร์ตเทรตแบบดั้งเดิมที่ต้องทําหน้านิ่งขรึมดูสง่า แต่เขาต้องการความสนุกสนานในการบันทึกความทรงจํามากกว่า ฝ่ายหนึ่งอาจจะบอกว่าคําว่าชีสมัน
ได้ผลดีที่สุดเพราะถ้าลองสังเกตดูเวลาเราพูดคําอื่น เช่นคําว่าพริลลี่หรือคําว่าแอปเปิล มันก็ทําให้ยิ้มได้เหมือนกันแต่รูปปากอาจจะไม่ได้ดูยิ้มกว้างเท่าคําว่าชีส บางคนก็มองว่าเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพราะในอดีตถ้าถามว่าจุดเริ่มต้นมาจาก
ใคร นักประวัติศาสตร์ภาพถ่ายบางคนก็ตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะมาจากคําแนะนําของช่างภาพในยุคเก่าที่พยายามหาวิธีแก้ปัญหาคนถ่ายรูปแล้วหน้าบึ้งตึง เพราะบางครั้งการให้นั่งนิ่งๆ นานๆ ก็ทําให้อดเกร็งไม่ได้จริงๆ การใช้คําพูดมาล่อหลอกให้ยิ้มจึงเป็นทางออกที่ฉลาด
ที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่รู้สึกว่าการพูดคําว่าชีสมันดูฝืนธรรมชาติไปหน่อย เพราะรอยยิ้มที่ออกมามันดูยิ้มแบบซ้ําๆ เหมือนกันไปหมดทุกรูป บางคนถึงกับพยายามหลีกเลี่ยงและใช้วิธีหัวเราะจริงๆ หรือจินตนาการเรื่องตลกแทนเพื่อให้ยิ้มออกมาจากความรู้สึก
ข้างในจริงๆ ไม่ใช่แค่การขยับกล้ามเนื้อปากตามคําสั่งของช่างภาพ ซึ่งมุมนี้ก็น่าคิดว่าระหว่างการยิ้มเพราะถูกสั่ง กับการยิ้มแบบไม่ตั้งตัว อันไหนดูมีความหมายมากกว่ากัน สําหรับคนที่ชอบความเป๊ะภาพถ่ายที่สวยงามแบบคลาสสิกคําว่าชีสก็ยังคงเป็นสูตรสําเร็จที่
ใช้ได้ผลเสมอมาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่สําหรับคนยุคใหม่ที่เน้นความเรียลความสวยงามแบบธรรมชาติอาจจะเริ่มมองหาวิธีการอื่นที่ทําให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการให้พูดชื่อของกินที่ชอบ หรือการยิงมุกตลกให้ขํากันจริงๆ แทนที่จะเป็นคํา
ว่าชีสแบบเดิมๆ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเลือกยิ้มเพราะคําไหนหรือเทคนิคอะไร สิ่งสําคัญที่สุดในภาพถ่ายอาจจะไม่ใช่แค่รอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบ แต่อาจจะเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมากกว่า ถ้าวันไหนลองไปถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนหรือครอบครัว ลองสังเกต
ดูว่าการพูดคําว่าชีสยังทําให้เรามีความสุขกับการถ่ายรูปได้เหมือนเดิมไหม หรือว่าเรามีเทคนิคส่วนตัวอะไรที่ทําให้ได้รูปยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติกว่านั้น ลองแบ่งปันประสบการณ์ดูก็ได้เพราะบางทีการยิ้มกว้างๆ ในรูปอาจจะไม่ใช่คําตอบเดียวสําหรับทุกคนเสมอไป
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
หมาไทยทำไมต้องหลังอาน
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
สลาก 5 ภาค งวด 1/9/69 เปิดแนวทางเลขเด็ด เลขดัง คอหวยลองส่อง
5 กลยุทธ์ "ป้ายเหลือง" ในซูเปอร์มาร์เก็ต ปักเวลาไหนได้ของดีราคาถูกที่สุด?
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
