เปิดประวัติหน้าประวัติศาสตร์เหตุการณ์โลกเกือบดับสูญทั้งห้าครั้ง
เคยสงสัยกันไหมว่าชีวิตบนโลกของเรานั้นมีความทรหดอดทนแค่ไหน หลายคนอาจมองว่าธรรมชาติมีความสมดุลและมั่นคงจนดูเหมือนจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่ความจริงแล้วตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลกใบนี้
สิ่งมีชีวิตต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่เกือบจะล้างบางเผ่าพันธุ์ทั้งหมดบนดาวเคราะห์ดวงนี้ไปไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง เหตุการณ์เหล่านี้ถูกเรียกว่ามหาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ หรือ Big Five Mass Extinctions
ซึ่งแต่ละครั้งมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟระเบิดครั้งรุนแรง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเฉียบพลัน หรือแม้กระทั่งอุกกาบาตพุ่งชนโลก
การทำความเข้าใจเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสิ่งมีชีวิตที่ยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ผ่านอะไรมาบ้าง เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในช่วงปลายยุคออร์โดวิเชียนเมื่อราว 440 ล้านปีที่แล้ว
ตอนนั้นชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในมหาสมุทร การสูญพันธุ์ครั้งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรงจากการที่โลกเข้าสู่ยุคธารน้ำแข็ง ทำให้น้ำทะเลลดระดับลงและอากาศเย็นจัดจนสิ่งมีชีวิตในทะเลล้มตายไปเป็นจำนวนมาก
ต่อมาคือยุคดีโวเนียนเมื่อ 365 ล้านปีที่แล้ว คราวนี้ปัญหาหลักเกิดจากพืชบกที่เติบโตอย่างรวดเร็วและปล่อยสารอาหารลงสู่แหล่งน้ำมากเกินไปจนเกิดปรากฏการณ์น้ำไร้ออกซิเจน คร่าชีวิตสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไปมหาศาล
เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดคือช่วงรอยต่อยุคเพอร์เมียนและไทรแอสซิกเมื่อ 252 ล้านปีที่แล้ว ได้รับฉายาว่าความตายครั้งยิ่งใหญ่ เพราะคราวนั้นสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตหายไปกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์
สาเหตุหลักมาจากภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ในไซบีเรียที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาล ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรงและมหาสมุทรกลายเป็นกรด ถัดมาคือการสูญพันธุ์ปลายยุคไทรแอสซิกเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว
ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในเขตทวีปแพนเจีย ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนบกและในทะเลจนเปิดทางให้ไดโนเสาร์ก้าวขึ้นมาครองโลกได้สำเร็จ และครั้งสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่คุ้นหูที่สุดคือยุคครีเทเชียสเมื่อ 66
ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปิดฉากยุคของไดโนเสาร์ด้วยอุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งชนโลกที่คาบสมุทรยูกาตัน ทำให้เกิดอากาศแปรปรวนอย่างหนักจนพืชและสัตว์จำนวนมากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน
แม้ว่าโลกจะผ่านวิกฤตที่ดูเหมือนจะเป็นจุดจบของทุกชีวิตมาหลายครั้ง แต่ธรรมชาติก็มีกลไกในการฟื้นฟูตัวเองเสมอ ทุกการสูญพันธุ์ใหญ่ไม่ได้หมายความถึงจุดสิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าได้วิวัฒนาการและขึ้นมาสืบทอดโลกใบนี้แทนที่กลุ่มเดิมที่จากไป ข้อมูลอ้างอิง: https://www.nationalgeographic.com/science/article/mass-extinction
https://earth.org/the-five-mass-extinctions-that-shaped-our-world
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
ท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด
ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?