หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลิ่นฉี่เกิดจากอะไร และกลิ่นแบบไหนไม่ควรปล่อยผ่าน

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ปัสสาวะสดของคนสุขภาพปกติไม่ได้ควรมีกลิ่นฉุนแรงตลอดเวลา ส่วนประกอบส่วนใหญ่คือน้ำ ที่เหลือเป็นของเสียซึ่งไตกรองออกจากเลือด เช่น ยูเรีย เกลือแร่ ครีอะตินีน และสารจากอาหารหรือยาบางชนิด กลิ่นที่ได้จึงขึ้นกับว่าน้ำมีมากแค่ไหน ของเสียเข้มข้นเพียงใด กินอะไรมา และปัสสาวะถูกทิ้งไว้นานหรือไม่

ยูเรียมักถูกมองว่าเป็นตัวเหม็นโดยตรง แต่ยูเรียเองไม่ได้มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาแอมโมเนียทันที กลิ่นแอมโมเนียที่คุ้นจากห้องน้ำมักชัดขึ้นเมื่อแบคทีเรียในสิ่งแวดล้อมย่อยยูเรียด้วยเอนไซม์ urease แล้วเปลี่ยนให้เกิดแอมโมเนีย ปัสสาวะที่ค้างอยู่ในโถ พื้นห้องน้ำ ผ้าอ้อม หรือภาชนะนาน ๆ จึงเหม็นฉุนกว่าตอนเพิ่งออกจากร่างกาย

ถ้าปัสสาวะใหม่ก็มีกลิ่นแรง สาเหตุที่พบได้บ่อยคือร่างกายมีน้ำน้อย ไตยังต้องขับของเสียออก แต่มีน้ำมาเจือจางน้อยลง ปัสสาวะจึงสีเหลืองเข้ม ปริมาณลด และมีกลิ่นชัด โดยเฉพาะปัสสาวะแรกหลังตื่นนอน วันที่อากาศร้อน ออกกำลังกายหนัก มีไข้ อาเจียน หรือท้องเสีย การดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกายมักทำให้สีและกลิ่นอ่อนลง

ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องบังคับดื่มน้ำจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ เพราะน้ำมากเกินไปก็เป็นอันตรายได้ วิธีสังเกตแบบง่ายคือดูร่วมกับความกระหาย ปริมาณปัสสาวะ และสี ถ้ามีโรคหัวใจ โรคไต หรือแพทย์จำกัดน้ำอยู่ ต้องทำตามแผนรักษาเดิม ไม่ควรเพิ่มน้ำเองจากคำแนะนำทั่วไป

อาหารสามารถฝากกลิ่นไว้ในปัสสาวะได้ หน่อไม้ฝรั่งเป็นตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อย เพราะร่างกายย่อยสารประกอบกำมะถันแล้วเกิดสารระเหยซึ่งออกมากับปัสสาวะ คนแต่ละคนสร้างและรับรู้กลิ่นนี้ไม่เท่ากัน กาแฟ กระเทียม เครื่องเทศ และอาหารบางชนิดก็ทำให้กลิ่นเปลี่ยนชั่วคราวได้ เมื่อหยุดกินและร่างกายขับสารออก กลิ่นมักกลับมาเหมือนเดิม

วิตามินบีรวม โดยเฉพาะอาหารเสริมบางสูตร รวมถึงยาบางชนิด อาจทำให้ทั้งสีและกลิ่นปัสสาวะเปลี่ยน การเห็นสีเหลืองสดหลังรับวิตามินไม่ได้แปลว่าไตเสียเสมอไป แต่ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง หากกลิ่นเริ่มหลังใช้ยาใหม่และรบกวนมาก ควรถามเภสัชกรหรือแพทย์ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่

กลิ่นเหม็นผิดปกติอาจมาจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่กลิ่นอย่างเดียวใช้วินิจฉัยไม่ได้ สิ่งที่เพิ่มความน่าสงสัยคือปัสสาวะแสบขัด ปวดหรือแสบร้อน ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ปวดปัสสาวะทันที ปัสสาวะขุ่น มีเลือด หรือปวดท้องน้อย หากมีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ หรือปวดหลังบริเวณใต้ชายโครง อาจเป็นการติดเชื้อที่ลามขึ้นไตและควรพบแพทย์เร็ว

แบคทีเรียบางชนิดสร้างเอนไซม์ที่ย่อยยูเรียได้ จึงทำให้เกิดแอมโมเนียมาก ปัสสาวะมีความเป็นด่างขึ้น และอาจสัมพันธ์กับนิ่วบางประเภท แต่ไม่สามารถดมกลิ่นแล้วระบุชนิดเชื้อได้ การตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ให้คำตอบแม่นกว่าการเดาจากกลิ่น ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเองเพราะอาการอาจไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการใช้ยาไม่ตรงชนิดเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

บางครั้งกลิ่นที่คิดว่ามาจากฉี่อาจมาจากบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ตกขาว เหงื่อ การระคายเคือง หรือภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล หากกลิ่นติดอยู่แม้ไม่ได้ปัสสาวะ มีตกขาวเปลี่ยนสี คัน แสบ หรือเจ็บ ควรตรวจหาสาเหตุให้ตรงจุดแทนการสวนล้างหรือใช้น้ำหอมกลบ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจทำให้ระคายเคืองหนักขึ้น

กลิ่นหวานหรือคล้ายผลไม้ต้องดูอาการร่วม โดยเฉพาะในคนเป็นเบาหวาน หากมีน้ำตาลสูงมากหรือเกิดภาวะคีโตแอซิโดซิส ร่างกายสร้างคีโตนซึ่งอาจทำให้ลมหายใจหรือปัสสาวะมีกลิ่นคล้ายผลไม้ อาการเตือนคือกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หายใจลึกหรือเร็ว อ่อนเพลีย และสับสน ภาวะนี้เป็นเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูว่ากลิ่นจะหายเอง

โรคทางพันธุกรรมบางชนิดทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นเฉพาะ เช่น maple syrup urine disease ที่อาจมีกลิ่นหวานคล้ายน้ำเชื่อม แต่เป็นโรคหายากและมักแสดงอาการตั้งแต่วัยทารก การได้กลิ่นหวานครั้งเดียวหลังอาหารไม่ควรกระโดดไปสรุปว่าเป็นโรคนี้ แพทย์ต้องประเมินจากอายุ อาการ การตรวจเลือด และการตรวจทางเมตาบอลิซึม

สิ่งที่ควรสนใจกว่าการตั้งชื่อกลิ่นคือระยะเวลาและอาการที่มาด้วย หากกลิ่นแรงชั่วคราวหลังตื่น หลังออกกำลังกาย หรือหลังอาหารบางชนิด แล้วจางลงเมื่อดื่มน้ำพอและผ่านไปหนึ่งถึงสองวัน มักไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ถ้ากลิ่นคงอยู่นานโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีแสบขัด ปัสสาวะขุ่น เลือด ไข้ ปวดท้องน้อย ปวดหลัง อาเจียน หรือซึมสับสน ควรเข้ารับการตรวจ

กลิ่นฉี่จึงเกิดจากสารของเสียที่ไตขับออก ความเข้มข้นของปัสสาวะ สารจากอาหารกับยา และการเปลี่ยนยูเรียเป็นแอมโมเนียโดยแบคทีเรียหลังปัสสาวะออกจากร่างกาย กลิ่นเป็นเบาะแสได้ แต่ไม่ใช่ผลตรวจโรค การดูสี ปริมาณ อาการร่วม และระยะเวลาที่เปลี่ยนไปช่วยแยกเรื่องธรรมดาออกจากปัญหาที่ควรให้แพทย์ตรวจได้ดีกว่าการดมแล้ววินิจฉัยเอง

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.nhs.uk/symptoms/smelly-urine/
https://www.mayoclinic.org/symptoms/urine-odor/basics/causes/sym-20050704
https://www.niddk.nih.gov/health-information/urologic-diseases/bladder-infection-uti-in-adults/symptoms-causes

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดสมองส่วนไหนผ่าตัดออกได้ และทำไมคนบางคนยังใช้ชีวิตต่อได้สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69ทำไมแมงมุมเดินบนใยเหนียวของตัวเองแล้วไม่ติดอยู่ตรงนั้น10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้พยัญชนะที่คนไทยนิยมนำมาตั้งชื่อมากที่สุดเจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้รับของโจร ไม่ได้ขโมยเองก็มีความผิดได้10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดทำไมคนไทยนำผ้าสามสีไปผูกต้นไม้ใหญ่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ😃 ชวนลองเข้ามาดูคนที่มองเห็นสิ่งผิดปกติจนหน้าพิศวงบ่อยเท่ากับที่พวกเขาเห็นภาพตัวเองในกระจก 😁
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างความเครียดและการปวดท้องความจริงของการหลบฝนใต้ต้นไม้ที่หลายคนยังเข้าใจผิดถ้าไม่โดนแสงแดดเลยหนึ่งปี ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรหน่อไม้มีไซยาไนด์จริงหรือแค่เรื่องเล่าต่อกันมา
ตั้งกระทู้ใหม่