ภาษีของประชาชนกลับมาช่วยประชาชนอย่างไร
เวลาซื้อของแล้วเห็นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ท้ายใบเสร็จ หรือถึงช่วงยื่นภาษีเงินได้ หลายคนคงเคยสงสัยว่าเงินที่จ่ายออกไปกลับมาหาเราในรูปไหน เพราะไม่ได้มีข้อความแจ้งว่าเงินหนึ่งร้อยบาทของคนนี้ถูกนำไปซื้อยา สร้างถนน หรือจ่ายค่าเรียนให้ใครโดยตรง
ความจริงคือภาษีถูกนำไปรวมเป็นรายได้ของรัฐ แล้วเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณ เงินของผู้เสียภาษีแต่ละคนจึงไม่ได้ถูกแยกใส่ซองไว้คืนเจ้าของ แต่ถูกรวมกับภาษีจากธุรกิจ ภาษีการบริโภค ภาษีศุลกากร รายได้จากรัฐวิสาหกิจ ค่าธรรมเนียม และรายได้ประเภทอื่น ก่อนจัดสรรไปตามภารกิจของประเทศ
สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ได้มีแค่เงินโอน
เมื่อพูดว่ารัฐช่วยประชาชน ภาพแรกมักเป็นเงินอุดหนุนหรือโครงการแจกเงิน แต่ประโยชน์จากภาษีส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ในบริการที่ใช้ทุกวัน เช่น ถนน ไฟส่องสว่าง โรงเรียน โรงพยาบาล ระบบประปา การเก็บขยะ การควบคุมโรค ตำรวจ ศาล งานดับเพลิง และการช่วยเหลือเมื่อเกิดน้ำท่วมหรือภัยพิบัติ
บางบริการเราไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่จำเป็นต้องมีพร้อม เช่น รถพยาบาล หน่วยกู้ภัย ห้องฉุกเฉิน ระบบเตือนภัย และกองกำลังรักษาความปลอดภัย ประเทศไม่สามารถรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยเก็บเงินจากผู้ประสบเหตุเพื่อจัดตั้งบริการเหล่านี้ จึงต้องใช้เงินส่วนรวมเตรียมคน อุปกรณ์ และโครงสร้างไว้ล่วงหน้า
ภาษีช่วยกระจายความเสี่ยงของชีวิต
คนหนึ่งคนอาจจ่ายภาษีมาหลายปีโดยแทบไม่เข้าโรงพยาบาล แต่วันหนึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยหนักจนค่ารักษาสูงเกินกำลัง เงินภาษีทำให้ระบบสาธารณสุขแบ่งเบาความเสี่ยงระหว่างคนจำนวนมาก คนที่ยังแข็งแรงในวันนี้ช่วยพยุงคนที่ป่วย และเมื่อสถานการณ์สลับกัน ระบบเดียวกันก็กลับมาช่วยเรา
การศึกษาก็ทำงานในลักษณะคล้ายกัน ต่อให้บ้านหนึ่งไม่มีลูกอยู่ในโรงเรียน ก็ยังได้ประโยชน์จากการที่คนรุ่นใหม่อ่านออกเขียนได้ มีทักษะทำงาน และดูแลสังคมในอนาคต ภาษีจึงไม่ได้ซื้อบริการเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ลงทุนกับความสามารถของคนทั้งประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตระยะยาว
คนรายได้น้อยอาจได้รับประโยชน์มากกว่าภาษีที่จ่ายตรง
ระบบภาษีสามารถนำเงินจากผู้มีกำลังจ่ายสูงกว่าไปสนับสนุนบริการพื้นฐานและความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เปราะบางกว่า เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กเล็ก เกษตรกรที่ประสบภัย หรือครอบครัวรายได้น้อย นี่คือหน้าที่ด้านการกระจายรายได้ของรัฐ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้รับเงินคืนเท่ากับยอดที่จ่าย
อย่างไรก็ตาม คนที่มีรายได้น้อยและไม่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ยังเสียภาษีทางอ้อมผ่านการซื้อสินค้าและบริการหลายประเภท การพูดว่าใครไม่ยื่นภาษีเงินได้จึงไม่ใช่ผู้เสียภาษีเลยไม่ถูกต้อง ภาษีมีหลายชนิด และต้นทุนภาษีบางส่วนอาจรวมอยู่ในราคาสินค้าที่จ่ายอยู่แล้ว
ภาษีช่วยสร้างของที่เอกชนทำลำพังได้ยาก
ถนนข้ามจังหวัด เขื่อน ระบบระบายน้ำ งานวิจัยพื้นฐาน ฐานข้อมูลประชากร หรือการป้องกันโรคระดับประเทศต้องใช้เงินจำนวนมากและให้ประโยชน์กับคนวงกว้าง ธุรกิจเอกชนอาจไม่มีแรงจูงใจลงทุน หากเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ทุกคนไม่ได้หรือผลตอบแทนใช้เวลานาน ภาครัฐจึงใช้รายได้ส่วนรวมทำหน้าที่ตรงนี้
โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ยังช่วยภาคธุรกิจด้วย ถนนและท่าเรือทำให้ขนส่งสินค้าได้ ระบบการศึกษาเตรียมแรงงาน ศาลช่วยบังคับใช้สัญญา ส่วนตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลช่วยสร้างความเชื่อมั่น เงินภาษีที่ใช้ได้ดีจึงไม่ได้เป็นเพียงรายจ่าย แต่ลดต้นทุนและเปิดทางให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินต่อ
ทำไมรัฐบาลยังต้องกู้เงินทั้งที่เก็บภาษี
รายได้ของรัฐในหนึ่งปีอาจน้อยกว่างบที่ต้องการใช้ โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจชะลอ เกิดภัยพิบัติ หรือต้องลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รัฐบาลจึงจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลและกู้เงินมาเติมส่วนต่าง การกู้ช่วยกระจายต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานหลายสิบปีไปยังอนาคตได้ แต่หนี้ก็มีดอกเบี้ยและต้องชำระด้วยรายได้รัฐในปีต่อๆ ไป
เงินกู้จึงไม่ใช่เงินฟรี หากกู้ไปลงทุนในสิ่งที่เพิ่มความสามารถของประเทศ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอาจช่วยรองรับภาระหนี้ แต่ถ้าใช้ไม่คุ้ม เกิดความล่าช้า หรือรั่วไหล ประชาชนจะเสียโอกาสและต้องแบกต้นทุนในอนาคต การดูเพียงว่างบประมาณก้อนใหญ่หรือเล็กจึงไม่พอ ต้องดูด้วยว่าใช้ทำอะไร ได้ผลจริงหรือไม่ และมีภาระผูกพันต่อเนื่องแค่ไหน
เงินภาษีไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นบริการโดยอัตโนมัติ
เส้นทางของเงินต้องผ่านการเสนองบประมาณ การพิจารณาของรัฐสภา การอนุมัติ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่าย และการตรวจสอบ แต่ละขั้นมีโอกาสเกิดทั้งความล่าช้า การตั้งโครงการไม่ตรงความต้องการ ราคาสูงเกินจริง หรือการทุจริต ภาษีจะช่วยประชาชนได้มากน้อยเพียงใดจึงขึ้นกับคุณภาพการบริหาร ไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่เก็บได้
โครงการที่เห็นเป็นของใหม่ก็อาจไม่ได้สำคัญกว่างานบำรุงรักษา ถนนสร้างเสร็จแล้วต้องซ่อม โรงพยาบาลมีอาคารแล้วต้องมีแพทย์ ยา และงบดำเนินงาน โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์แล้วต้องมีครูและระบบดูแล การใช้งบแบบมองเฉพาะวันเปิดโครงการอาจสร้างของที่ดูดีแต่ใช้งานได้ไม่เต็มที่
ประชาชนตรวจสอบเงินของตัวเองได้อย่างไร
เริ่มจากดูเอกสารงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงบประมาณ ตรวจโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ติดตามงบของจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และดูผลตรวจของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หากพบข้อมูลผิดปกติสามารถขอข้อมูลตามช่องทางราชการ ส่งข้อร้องเรียน หรือสอบถามผู้แทนและหน่วยงานเจ้าของโครงการได้
การตรวจสอบไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเอกสารหลายร้อยหน้า อาจเริ่มจากเรื่องใกล้บ้าน เช่น ถนนซ่อมกี่ครั้ง งบสร้างสนามมาจากหน่วยงานใด โรงเรียนได้รับอุปกรณ์ครบหรือไม่ หรือศูนย์สุขภาพเปิดบริการตามที่ประกาศหรือเปล่า การเชื่อมงบประมาณกับของที่เห็นจริงทำให้คำว่าเงินภาษีจับต้องได้ขึ้น
ภาษีจึงช่วยประชาชนผ่านสามทางหลัก คือจัดบริการที่ทุกคนใช้ร่วมกัน ช่วยเฉลี่ยความเสี่ยงในวันที่ใครบางคนเจ็บป่วยหรือเดือดร้อน และลงทุนสร้างพื้นฐานให้เศรษฐกิจเดินต่อ แต่ผลลัพธ์จะดีไม่ได้เพียงเพราะประชาชนยอมจ่าย รัฐต้องจัดลำดับความสำคัญ ใช้เงินคุ้มค่า เปิดเผยข้อมูล และยอมให้ตรวจสอบด้วย
คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเสียภาษีแล้วได้อะไรคืน แต่รวมถึงใครเป็นคนตัดสินใจใช้เงิน ใช้ตามเป้าหมายหรือไม่ ประชาชนกลุ่มไหนได้รับประโยชน์ และผลที่เกิดขึ้นคุ้มกับต้นทุนเพียงใด เพราะภาษีเป็นเงินส่วนรวม การติดตามงบประมาณจึงเป็นสิทธิของผู้คน ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของนักบัญชีหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
อ้างอิงข้อมูล
https://www.rd.go.th/
https://www.bb.go.th/
https://www.cgd.go.th/
https://www.audit.go.th/
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
วิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
กับดักวัฒนธรรมประชุมดึก เมื่อการอยู่ล่วงเวลาไม่ได้แปลว่าทุ่มเทเสมอไป
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำความรู้จักโรคไข้เลือดออกและวิธีรับมืออย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย
เจาะลึกประวัติศาสตร์ปาท่องโก๋ขนมยอดฮิตคู่ครัวไทยที่มาไกลจากเมืองจีน
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร
กับดักของคำว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองที่ขวางการเติบโต
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด


