7 วิธีลดค่าอาหารในเมือง ช่วยเหลือเงินปลายเดือน โดยไม่ต้องกินแบบทรมานตัวเอง
7 วิธีประหยัดค่าอาหารและค่ากินอยู่แบบ “ไม่ทรมานตัวเอง” สไตล์คนเมือง
การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ระหว่างวัน ซึ่งอาจค่อย ๆ สูบเงินในกระเป๋าจนหลายคนรู้สึกว่าเงินเดือนหมดเร็วกว่าที่คิด
แต่การประหยัดด้วยการอดอาหาร กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกมื้อ หรือปฏิเสธการเข้าสังคมทั้งหมด อาจไม่ใช่ทางออกที่ทำได้ยั่งยืน เพราะนอกจากจะกระทบสุขภาพแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกเครียดและกลับมาใช้เงินหนักกว่าเดิมในภายหลัง
วิธีที่ทำได้ง่ายกว่า คือการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตทีละเล็กน้อย โดยยังคงกินอิ่ม มีความสุข และไม่รู้สึกว่ากำลังลงโทษตัวเอง
อันดับ 1 วางแผนเมนูและซื้อวัตถุดิบสัปดาห์ละครั้ง
การเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่มีรายการของที่ต้องซื้อล่วงหน้า มักจบลงด้วยการซื้อของตามอารมณ์ ได้ของเกินความจำเป็น หรือซื้อวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารร่วมกันไม่ได้ จนสุดท้ายต้องปล่อยให้ของสดเสียคาตู้เย็น
การวางแผนเมนูคร่าว ๆ ว่าในแต่ละวันจะทำอะไรกิน ช่วยให้ซื้อของได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น และยังช่วยคุมงบประมาณได้ง่ายกว่าเดิม
ไม่จำเป็นต้องวางแผนทุกมื้ออย่างเคร่งครัด แค่กำหนดเมนูหลัก 3–4 เมนูต่อสัปดาห์ แล้วเลือกวัตถุดิบที่ใช้ร่วมกันได้ ก็ช่วยลดทั้งค่าอาหารและขยะจากอาหารเหลือทิ้งได้มาก
ตัวอย่างเช่น ซื้ออกไก่ ไข่ ผัก และข้าวไว้ครั้งเดียว แล้วนำมาสลับทำข้าวผัด ข้าวไก่ย่าง ไข่เจียว หรือเมนูต้มง่าย ๆ ได้หลายมื้อ
อันดับ 2 พกกระบอกน้ำและชงกาแฟดื่มเอง
ค่ากาแฟสด ชานม น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มตามร้านในเมือง อาจดูเป็นค่าใช้จ่ายครั้งละไม่มาก แต่เมื่อซื้อทุกวัน รายจ่ายส่วนนี้อาจรวมกันเป็นเงินจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือน
การชงกาแฟเองที่บ้านหรือที่ทำงาน และพกน้ำดื่มติดตัวเวลาเดินทาง ช่วยลดค่าใช้จ่ายยิบย่อยได้อย่างเห็นผล
ไม่จำเป็นต้องเลิกซื้อเครื่องดื่มโปรดทั้งหมด อาจกำหนดให้ซื้อกาแฟร้านโปรดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง แล้วชงเองในวันอื่น วิธีนี้มักทำได้ต่อเนื่องมากกว่าการหักดิบ
ข้อดีอีกอย่างคือ เมื่อมีน้ำติดตัว ก็อาจช่วยลดการซื้อเครื่องดื่มราคาแพงเพราะความกระหายหรือความสะดวกระหว่างเดินทาง
อันดับ 3 ทำข้าวกล่องไปกินที่ทำงาน
อาหารกลางวันย่านออฟฟิศหลายแห่งมีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อรวมค่าเครื่องดื่ม ของหวาน หรือค่าเดินทางออกไปซื้ออาหาร
การทำอาหารเย็นเผื่อไว้เป็นข้าวกล่องสำหรับวันรุ่งขึ้น เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าอาหารได้โดยไม่ต้องเพิ่มเวลาเข้าครัวมากนัก
นอกจากประหยัดแล้ว ยังเลือกปริมาณข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงได้ตามต้องการ จึงช่วยควบคุมโซเดียม สารอาหาร และปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ง่ายขึ้น
สำหรับคนที่ไม่มีเวลาทำอาหารทุกวัน อาจเริ่มจากพกข้าวกล่องเพียงสัปดาห์ละ 2–3 วันก่อน ส่วนวันอื่นยังซื้ออาหารตามปกติ วิธีนี้ช่วยลดภาระและไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดในครั้งเดียว
อันดับ 4 ใช้สิทธิประโยชน์และแอปพลิเคชันส่วนลดอย่างมีสติ
ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าหลายแห่งมักมีโปรโมชั่นตามช่วงเวลา เช่น ส่วนลดสินค้าที่ต้องจำหน่ายภายในวันนั้น โปรโมชั่นสำหรับสมาชิก หรือคูปองในแอปพลิเคชัน
การเลือกซื้อในช่วงที่มีส่วนลด หรือใช้แต้มสะสมที่มีอยู่แล้ว อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ควรใช้โปรโมชั่นกับของที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เพราะคำว่า “ลดราคา” ไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป หากซื้อเกินความจำเป็น ของที่ได้มาอาจกลายเป็นรายจ่ายเพิ่มแทนที่จะช่วยประหยัด
ก่อนกดใช้คูปอง ควรดูราคาสุทธิ รวมถึงค่าจัดส่ง ค่าบริการ และยอดขั้นต่ำให้ครบ เพราะบางครั้งราคาหลังใช้ส่วนลดอาจไม่ได้ถูกกว่าการซื้อหน้าร้านมากนัก
อันดับ 5 จำกัดการสั่งอาหารเดลิเวอรี
ความสะดวกจากการกดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน มักมาพร้อมค่าจัดส่ง ค่าบริการ หรือราคาที่อาจแตกต่างจากหน้าร้าน
เมื่อสั่งบ่อย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจสะสมโดยไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะการสั่งอาหารเพียงหนึ่งมื้อแล้วเพิ่มของหวานหรือเครื่องดื่มเพราะต้องการให้ถึงยอดโปรโมชั่น
ลองตั้งกฎง่าย ๆ กับตัวเอง เช่น สั่งเฉพาะวันหยุด จำกัดจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ หรือกำหนดงบเดลิเวอรีรายเดือน
อีกวิธีคือ ก่อนกดสั่งให้ลองตรวจสอบก่อนว่าในตู้เย็นมีของที่ทำกินได้หรือไม่ บางครั้งอาหารง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้วอาจช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลารอ
อันดับ 6 ซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล
สินค้านำเข้า หรือผักผลไม้นอกฤดูกาล มักมีราคาสูงกว่า เพราะมีต้นทุนด้านการขนส่ง การเก็บรักษา หรือมีปริมาณจำกัด
การหันมาเลือกผักและผลไม้พื้นบ้านตามฤดูกาล อาจช่วยให้ได้ของสดในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และยังเพิ่มความหลากหลายให้กับเมนูในแต่ละช่วงของปี
ตลาดสดหรือร้านขายของใกล้บ้านอาจมีวัตถุดิบที่ราคาต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ต จึงควรเปรียบเทียบทั้งราคา ปริมาณ และคุณภาพก่อนซื้อ
สำหรับคนอยู่คนเดียว ควรระวังการซื้อของจำนวนมากเพียงเพราะราคาต่อหน่วยถูกกว่า หากกินไม่ทันจนต้องทิ้ง ก็อาจไม่ประหยัดอย่างที่คิด
อันดับ 7 จัดปาร์ตี้ที่ห้องแทนการนัดเจอที่ร้านหรู
การสังสรรค์กับเพื่อนตามร้านอาหารในเมือง มักมีค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าบริการ และค่าเดินทางรวมกันจนสูงกว่าที่ตั้งใจ
การเปลี่ยนมารวมตัวกันที่ห้องหรือพื้นที่ส่วนกลาง แล้วช่วยกันทำอาหาร ซื้อของคนละอย่าง หรือแชร์ค่าวัตถุดิบ อาจให้บรรยากาศเป็นกันเองและประหยัดกว่าหลายเท่า
แต่ควรตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้คนใดคนหนึ่งต้องรับภาระมากเกินไป และควรเลือกเมนูที่ทำง่าย แบ่งกินได้หลายคน และไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มจำนวนมาก
การประหยัดไม่ได้หมายถึงต้องเลิกใช้ชีวิตหรือปฏิเสธความสุขทั้งหมด แต่คือการเลือกใช้เงินกับสิ่งที่ให้ความคุ้มค่ามากขึ้น
ทั้ง 7 วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกัน ลองเลือกเพียง 1–2 ข้อที่เข้ากับชีวิตประจำวันก่อน เช่น พกน้ำ ทำข้าวกล่อง หรือจำกัดเดลิเวอรี เมื่อทำต่อเนื่อง รายจ่ายเล็ก ๆ ที่ลดลงอาจค่อย ๆ กลายเป็นเงินเหลือในแต่ละเดือน โดยไม่ต้องอดอาหารหรือใช้ชีวิตอย่างทรมานตัวเอง
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
นาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลา
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"
รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก



