หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

งูกะปะอันตรายแค่ไหน? รู้จักพิษ พฤติกรรม และวิธีป้องกันเมื่อพบเจอ

เขียนโดย Mesuk

งูกะปะอันตรายแค่ไหน? รู้จักพิษ พฤติกรรม และวิธีป้องกันเมื่อพบเจอ

งูกะปะ เป็นหนึ่งในงูพิษที่ประชาชนควรระวัง เพราะมีพิษที่ส่งผลต่อระบบเลือด พรางตัวเข้ากับใบไม้และพื้นดินได้ดี อีกทั้งมักนอนนิ่งแทนการเลื้อยหนี ทำให้ผู้ที่เดินป่า ทำสวน หรือเข้าไปในพื้นที่รกอาจเผลอเข้าใกล้หรือเหยียบโดยไม่รู้ตัว

งูชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calloselasma rhodostoma หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Malayan Pit Viper พบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงป่า พื้นที่เกษตร สวนยาง สวนผลไม้ และบริเวณที่มีกองใบไม้หรือวัสดุปกคลุมพื้น

แม้งูกะปะจะไม่ได้มีพฤติกรรมไล่ล่าหรือจงใจเข้าทำร้ายมนุษย์ แต่ลักษณะการอยู่นิ่ง การพรางตัว และการฉกป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุถูกกัดได้ง่ายกว่างูบางชนิด

1. พรางตัวเก่งจนมองแทบไม่เห็น

งูกะปะมีลำตัวสีน้ำตาลและมีลวดลายคล้ายรูปสามเหลี่ยมสลับกัน ซึ่งกลมกลืนกับใบไม้แห้ง เศษกิ่งไม้ และพื้นป่าได้อย่างแนบเนียน

ผู้ที่เดินป่า ทำสวน เก็บของป่า หรือเดินผ่านพื้นที่รกจึงอาจไม่ทันสังเกตเห็น และเผลอเหยียบหรือเข้าใกล้มากเกินไป เมื่องูรู้สึกว่าถูกคุกคาม จึงอาจฉกเพื่อป้องกันตัว

จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

ก่อนก้าวเข้าไปในพื้นที่ลักษณะดังกล่าว ควรใช้ไฟฉายส่องดูพื้นและสวมรองเท้าที่ปกปิดเท้าอย่างเหมาะสม

2. พิษส่งผลรุนแรงต่อระบบเลือด

พิษของงูกะปะจัดอยู่ในกลุ่มพิษที่ส่งผลต่อระบบเลือด หรือ Hemotoxic venom อาจทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เกิดเลือดออก บวม ปวด หรือมีความเสียหายของเนื้อเยื่อบริเวณแผลได้

ผู้ที่ได้รับพิษอาจมีอาการแตกต่างกันตามปริมาณพิษ ตำแหน่งที่ถูกกัด และสภาพร่างกายของแต่ละคน บางรายอาจพบเลือดออกจากแผล ตุ่มน้ำเลือด หรืออาการบวมบริเวณที่ถูกกัดได้

หากไม่ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ แม้การเสียชีวิตจะไม่ได้เกิดขึ้นในผู้ป่วยทุกราย แต่การถูกงูกะปะกัดยังถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะความผิดปกติของระบบเลือดบางอย่างอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก

3. ไม่ค่อยหนีคน จึงถูกเข้าใจว่า “ดุ”

ต่างจากงูหลายชนิดที่มักเลื้อยหนีเมื่อรับรู้ถึงการเคลื่อนไหว งูกะปะมักเลือกนอนนิ่งและอาศัยลวดลายของลำตัวช่วยพรางตัว

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้คนอาจเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ว่างูอยู่ตรงนั้น เมื่อระยะห่างใกล้เกินไป ถูกเหยียบ หรือถูกรบกวน งูจึงอาจฉกอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันตัว

นี่เป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่างูกะปะ “ดุ” หรือ “สู้คน” ทั้งที่โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่างูจะเลื้อยตามหรือไล่ทำร้ายมนุษย์

หากพบงูกะปะ ควรรักษาระยะห่าง ไม่เข้าไปจับ ไม่ใช้ไม้แหย่ และไม่พยายามไล่งูด้วยตัวเอง

4. ฉกได้รวดเร็วในระยะใกล้

งูกะปะเป็นงูในวงศ์ งูพิษเขี้ยวพับ (Viperidae) มีเขี้ยวพิษที่ใช้ส่งพิษเข้าสู่ร่างกายเมื่อกัด

แม้งูจะนอนนิ่งอยู่กับที่ แต่เมื่อรู้สึกถูกคุกคามสามารถพุ่งฉกในระยะใกล้ได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรคิดว่างูที่ไม่เลื้อยหนีจะปลอดภัยหรือไม่มีชีวิต

หากพบงูนอนขดอยู่บนพื้น ควรถอยออกอย่างช้า ๆ และเว้นระยะห่าง ไม่ควรใช้มือจับ แม้งูจะดูนิ่งหรือไม่มีการเคลื่อนไหวก็ตาม

5. พบได้ทั้งในธรรมชาติและพื้นที่ใกล้ชุมชน

นอกจากพื้นที่ป่าแล้ว ยังสามารถพบงูกะปะได้ตามสวนยาง สวนผลไม้ พื้นที่เกษตร หมู่บ้านชนบท รวมถึงบริเวณที่มีใบไม้หรือวัสดุปกคลุมพื้น โดยมีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่างูกะปะพบได้ในหลายภูมิภาคของประเทศไทย

ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่สภาพแวดล้อมมีความชื้น ผู้ที่อาศัยหรือทำงานใกล้พื้นที่รกควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินออกนอกบ้านในเวลากลางคืน

วิธีลดความเสี่ยงเบื้องต้น ได้แก่

หากถูกงูกะปะกัดควรทำอย่างไร

หากถูกงูกัดหรือสงสัยว่าอาจถูกงูกะปะกัด ควรตั้งสติ ลดการเคลื่อนไหวของอวัยวะที่ถูกกัด และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่

ไม่จำเป็นต้องพยายามจับหรือตีงูเพื่อนำไปโรงพยาบาล เพราะอาจทำให้มีผู้ถูกกัดเพิ่มขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่

แพทย์จะเป็นผู้ตรวจอาการ ตรวจการแข็งตัวของเลือด และพิจารณาให้เซรุ่มต้านพิษเมื่อมีข้อบ่งชี้ ไม่ใช่ผู้ถูกงูกัดทุกรายที่จะได้รับเซรุ่มทันที เนื่องจากต้องประเมินตามอาการและผลตรวจของแต่ละคน

สรุป

งูกะปะไม่ได้เป็นงูที่ไล่ล่าหรือจงใจทำร้ายมนุษย์ แต่พฤติกรรมชอบอยู่นิ่งและความสามารถในการพรางตัว ทำให้คนมองไม่เห็นและเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้สึกถูกคุกคาม งูจึงอาจฉกเพื่อป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว

ประกอบกับพิษที่ส่งผลต่อระบบเลือดและอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ งูกะปะจึงเป็นงูพิษที่ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ทำสวน เดินป่า หรืออาศัยใกล้พื้นที่รก

การสวมรองเท้าที่ปกปิดเท้า ใช้ไฟฉายเมื่อเดินในเวลากลางคืน ตรวจพื้นที่ก่อนใช้มือหรือเท้าเข้าไปสัมผัส และรีบไปโรงพยาบาลเมื่อถูกกัด คือวิธีลดความเสี่ยงและลดความรุนแรงของอันตรายที่ควรจำ

 

 

 

งูกะปะเป็นงูในวงศ์งูพิษเขี้ยวพับ (Viperidae) มีเขี้ยวพิษยาวและสามารถพุ่งฉกได้รวดเร็วในระยะสั้น เมื่อกัดแล้วมักปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกายทันที จึงควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด

 

5. พบได้ใกล้ชุมชน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mesuk's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 138 ครั้ง
เขียนโดย Mesuk
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Mesuk
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งรีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพ"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพจ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวสหรัฐฯ–อิหร่านตึงเครียดหนัก อิสราเอลเตรียมแผนโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ จับตาวิกฤตตะวันออกกลางเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569เปิดประวัติศาสตร์ วอลนัท ถั่วโบราณ 9,000 ปี จากยาวิเศษยุคโบราณ สู่ความจริงทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้วฮาโลวีนนี้พาเที่ยวแพะเมืองผี ! เปิดตำนานหลุมเงินทอง รอยเท้าปริศนา กับเสาดินมหัศจรรย์แห่งเมืองแพร่ลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงานทำไมบางคนมองว่าคนมีคู่ดูมีเสน่ห์ขึ้น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพขอบ Macclesfield Psalter ช่วยจำบทสวด ส่วนหน้าปีศาจที่เลือนหายบอกอะไร?นักแสดงคณะละครสัตว์เคยปลอมตัวเป็นกษัตริย์แอลเบเนีย 5 วันจริงไหม?ช่างสร้างสุสานฟาโรห์หยุดงานประท้วงเพราะอะไรเมื่อเกือบ 3,200 ปีก่อน?กลิ่นดินหลังฝนตกมาจากสารอะไร และเหตุใดจมูกคนจึงจับได้แม้มีน้อยมาก?
ตั้งกระทู้ใหม่