รู้จัก Backdraft คืออะไร? เข้าใจ 4 พฤติกรรมไฟรุนแรงที่อาจเกิดในอาคาร
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร อันตรายไม่ได้มีเพียงเปลวไฟที่มองเห็นเท่านั้น แต่ยังมีความร้อน ควันพิษ และแก๊สจากการเผาไหม้ที่สะสมอยู่ภายในพื้นที่ปิด ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากไฟไหม้ทั่วไปไปสู่การลุกไหม้อย่างรุนแรงได้ในเวลาอันรวดเร็ว
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่มักถูกพูดถึงคือ Backdraft หรือภาวะที่อากาศจากภายนอกไหลเข้าไปในพื้นที่ร้อนจัดและขาดออกซิเจน จนแก๊สที่ยังเผาไหม้ได้เกิดการติดไฟอย่างรวดเร็ว และอาจดันควันหรือเปลวไฟพุ่งออกมาตามช่องเปิด
การเข้าใจพฤติกรรมของไฟจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แต่ยังช่วยให้ประชาชนรู้ว่า เหตุใดจึงไม่ควรเปิดประตูหรือเข้าใกล้อาคารที่กำลังเกิดเพลิงไหม้โดยไม่ได้ประเมินอันตรายอย่างเหมาะสม
เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กับข้อสงสัยเรื่อง Backdraft
เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ทำให้เกิดความสนใจต่อคำว่า Backdraft หลังมีภาพเปลวเพลิงและควันพุ่งออกจากตัวอาคารอย่างรุนแรง
ภาพลักษณะดังกล่าวอาจทำให้หลายคนนึกถึงการระเบิดของถังแก๊ส แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เพลิงไหม้ภายในอาคารปิดสามารถเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วได้ เมื่อความร้อนและแก๊สจากการเผาไหม้สะสมอยู่ภายใน ขณะที่ออกซิเจนมีไม่เพียงพอ
เมื่อมีการเปิดประตู หน้าต่าง หรือเกิดช่องเปิด อากาศที่มีออกซิเจนจากภายนอกอาจไหลเข้าไปผสมกับแก๊สร้อนที่ยังสามารถติดไฟได้ หากมีองค์ประกอบเหมาะสม อาจเกิดการจุดติดอย่างรวดเร็วและผลักควันหรือเปลวไฟออกมาจากช่องเปิด
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจากคลิปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเหตุการณ์ใดเป็น Backdraft หรือเกิดจากสาเหตุใด จึงควรรอผลตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการ
รู้จัก 4 พฤติกรรมไฟรุนแรงที่ควรระวัง
ในทางวิทยาศาสตร์การดับเพลิง ไฟภายในพื้นที่ปิดอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามปริมาณเชื้อเพลิง ความร้อน และอากาศที่ไหลเข้าสู่อาคาร โดยคำที่มักถูกกล่าวถึงมีดังนี้
1. Rollover หรือเปลวไฟลามใต้เพดาน
Rollover เป็นภาวะที่แก๊สและไอเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ลอยขึ้นไปสะสมบริเวณส่วนบนของห้อง เมื่อแก๊สร้อนเหล่านี้ติดไฟ อาจเห็นเปลวเพลิงเคลื่อนหรือม้วนตัวไปตามแนวเพดาน
ในระยะนี้ วัตถุหรือเฟอร์นิเจอร์บริเวณพื้นอาจยังไม่ได้ติดไฟทั้งหมด แต่ถือเป็นสัญญาณว่าความร้อนภายในกำลังเพิ่มสูงขึ้น และสภาพแวดล้อมอาจพัฒนาไปสู่การลุกไหม้ที่รุนแรงกว่าเดิม
2. Flameover หรือการลุกไหม้ของแก๊สบริเวณส่วนบน
คำว่า Flameover ใช้อธิบายการที่แก๊สหรือไอเชื้อเพลิงซึ่งสะสมอยู่ในชั้นอากาศด้านบนเกิดการติดไฟ โดยอาจเห็นเปลวเพลิงเคลื่อนกระจายไปตามเพดานหรือบริเวณส่วนบนของห้อง
ในตำราและการใช้งานบางแห่ง คำว่า Flameover และ Rollover อาจถูกใช้ในความหมายใกล้เคียงกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นลำดับเหตุการณ์ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน แต่ทั้งสองคำต่างสะท้อนว่าแก๊สร้อนบริเวณด้านบนเริ่มเกิดการลุกไหม้
3. Flashover หรือไฟลุกท่วมฉับพลัน
Flashover คือการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วจากไฟที่กำลังพัฒนาไปสู่ภาวะที่วัตถุซึ่งติดไฟได้ภายในพื้นที่เกิดการลุกไหม้เกือบพร้อมกัน
เมื่อความร้อนสะสมอยู่ในระดับสูง รังสีความร้อนจากชั้นควันและเปลวไฟด้านบนจะถ่ายเทลงมายังเฟอร์นิเจอร์ พื้น และวัสดุต่าง ๆ ทำให้เกิดแก๊สและไอเชื้อเพลิงมากขึ้น ก่อนที่พื้นที่ส่วนใหญ่ในห้องจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
อุณหภูมิใกล้เพดานในช่วงที่เกิด Flashover อาจอยู่ในระดับประมาณ 500–600 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับสภาพของห้อง เชื้อเพลิง และการระบายอากาศ
เมื่อเกิด Flashover สภาพภายในห้องจะรุนแรงมาก และโอกาสหลบหนีของผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่อาจลดลงอย่างมาก
4. Backdraft หรือการลุกไหม้รุนแรงหลังอากาศไหลเข้า
Backdraft มักเกี่ยวข้องกับไฟในพื้นที่ปิดที่มีออกซิเจนลดลง แต่ยังมีความร้อนและแก๊สที่สามารถเผาไหม้ได้สะสมอยู่ภายใน
เมื่อมีการเปิดประตู หน้าต่าง หรือเกิดช่องให้อากาศจากภายนอกไหลเข้า ออกซิเจนอาจผสมกับแก๊สร้อนในสัดส่วนที่สามารถติดไฟได้ หากมีแหล่งจุดติดอยู่ การเผาไหม้อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ควัน เปลวไฟ และแรงดันพุ่งออกมาตามช่องเปิด
Backdraft จึงแตกต่างจาก Flashover ตรงที่ Backdraft มีความสัมพันธ์อย่างสำคัญกับการไหลเข้าของอากาศในพื้นที่ที่เดิมมีออกซิเจนไม่เพียงพอ ขณะที่ Flashover เกี่ยวข้องกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นจนวัสดุจำนวนมากในพื้นที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
สัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าสภาพภายในอาคารมีความเสี่ยง
การประเมินว่าอาคารกำลังเสี่ยงเกิด Backdraft หรือไม่เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ การฝึกอบรม และการประเมินหลายปัจจัย ไม่ควรวินิจฉัยจากสัญญาณเพียงข้อเดียว
อย่างไรก็ตาม ลักษณะที่เจ้าหน้าที่มักให้ความสำคัญ ได้แก่
-
อาคารหรือห้องปิดสนิท มีช่องระบายอากาศน้อย
-
มีควันหนาแน่นดันหรือพ่นออกมาตามรอยต่อของประตูและหน้าต่าง
-
กระจกมีคราบเขม่าดำหรือมีควันเกาะหนา
-
มีควันออกจากอาคารมาก แต่แทบไม่เห็นเปลวไฟ
-
ควันบริเวณช่องเปิดมีลักษณะเคลื่อนไหวหรือพ่นออกมาเป็นจังหวะ
-
ประตู หน้าต่าง หรือพื้นผิวบริเวณรอบห้องมีความร้อนผิดปกติ
สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าภายในมีความร้อนและแก๊สจากการเผาไหม้สะสมอยู่ แต่ไม่ควรเข้าไปตรวจสอบหรือทดลองเปิดประตูด้วยตนเอง
หากพบประตูร้อนหรือมีควัน ควรทำอย่างไร
เมื่ออยู่ในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ สิ่งสำคัญคือการออกจากพื้นที่โดยเร็วและไม่ย้อนกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สิน
หากพบว่ามีควันลอดออกจากขอบประตู หรือบริเวณประตูมีความร้อนสูง ไม่ควรเปิดประตูทันที เพราะการเปิดช่องทางอากาศอาจทำให้ไฟและควันเปลี่ยนทิศทาง หรือทำให้การลุกไหม้รุนแรงขึ้นได้
ไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสลูกบิด ประตู หรือผนังที่สงสัยว่าร้อน เพราะอาจทำให้เกิดแผลไหม้ และไม่ควรเปิดประตูเพียงเพื่อทดลองดูสถานการณ์ภายใน
หากมีเส้นทางออกที่ปลอดภัย ควรรีบอพยพ ใช้บันไดแทนลิฟต์ และปิดประตูตามหลังเมื่อทำได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง เพื่อช่วยชะลอการแพร่กระจายของควันและไฟ
หากต้องเคลื่อนผ่านบริเวณที่มีควัน ควรก้มตัวหรือเคลื่อนที่ในระดับต่ำ เนื่องจากอากาศบริเวณใกล้พื้นอาจมีอุณหภูมิต่ำกว่า แต่ไม่ควรเข้าใจว่าการหมอบต่ำจะป้องกันควันพิษได้ทั้งหมด
เมื่อออกจากอาคารแล้ว ควรอยู่ห่างจากตัวอาคาร ไม่ยืนขวางทางรถดับเพลิง และโทรแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 199 พร้อมบอกสถานที่และข้อมูลที่จำเป็นให้ชัดเจน
สิ่งที่ควรจำ
Backdraft ไม่ได้เกิดขึ้นกับเหตุไฟไหม้ทุกครั้ง และไม่สามารถยืนยันได้จากภาพเปลวไฟหรือคลิปเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ไฟภายในอาคารมีพฤติกรรมซับซ้อนและสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีอากาศไหลเข้าสู่พื้นที่
สิ่งสำคัญสำหรับประชาชนไม่ใช่การพยายามวิเคราะห์หรือเข้าไปตรวจสอบว่าไฟกำลังอยู่ในระยะใด แต่คือการสังเกตสัญญาณอันตราย อพยพออกจากพื้นที่โดยเร็ว หลีกเลี่ยงการเปิดประตูที่มีควันหรือความร้อนผิดปกติ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอุปกรณ์และการฝึกอบรมเข้าควบคุมสถานการณ์
การรู้เท่าทันพฤติกรรมของไฟจึงไม่เพียงช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์เพลิงไหม้มากขึ้น แต่ยังช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างระมัดระวังในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีมีความสำคัญ
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ทำไมเครื่องบินต้องหรี่ไฟตอนขึ้น-ลง ความปลอดภัยที่หลายคนไม่เคยรู้
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
5 คำถามใหญ่ เหตุกราดยิง “เทพศิรินทร์ นนทบุรี” ปืนปู่ล็อกกุญแจ เด็กเอาออกมาได้อย่างไร?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทย
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ถอดเลขกำลังวันตามคาถาปู่ฤๅษี สำหรับงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/8/69
พ่อพาลูกชาย ม.ต้น กลับมาเก็บของ หลังเหตุสะเทือนใจในโรงเรียน เด็กยังผวา นอนคนเดียวไม่ได้
เงียบงันหน้า “เทพศิรินทร์ นนทบุรี” วางดอกไม้ขาวไว้อาลัย พระสงฆ์แผ่เมตตาส่งบุญผู้ล่วงลับ
ภรรยากอดรูปร่ำไห้ รับร่าง รอง ผอ. ลูก 3 ยกเป็น SuperDad เผยสัญญาจะอยู่ด้วยกันถึง 60 ปี
เจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69
ทำไมเครื่องบินต้องหรี่ไฟตอนขึ้น-ลง ความปลอดภัยที่หลายคนไม่เคยรู้
พ่อพาลูกชาย ม.ต้น กลับมาเก็บของ หลังเหตุสะเทือนใจในโรงเรียน เด็กยังผวา นอนคนเดียวไม่ได้
ถอดเลขกำลังวันตามคาถาปู่ฤๅษี สำหรับงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
“โอฮากุโระ” เมื่อฟันดำเคยเป็นแฟชั่นความงามชั้นสูงของญี่ปุ่น
ธุรกิจและอุตสาหกรรมอะไรที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก?
"บันไดทิเบต": ทำไมต้องชันดิ่งเกือบตั้งฉาก?
ไขปริศนา 60 ปี “ช่องเขาดียัตรอฟ”: โศกนาฏกรรมแห่งเทือกเขาอูรัลและคำตอบทางวิทยาศาสตร์
"ถ้ำแมมมอธ": ส่องเขาวงกตใต้พิภพที่ยาวที่สุดในโลกแห่งเคนตักกี้
สวนลอยแห่งบาบิโลน มีอยู่จริงหรือไม่? ไขปริศนาสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกยังหาคำตอบไม่ได้

