ขนมครกคว้าอันดับ 1 ขนมหวานไทยจาก TasteAtlas ปี 2026 เพราะอะไรถึงครองใจคนทั่วโลก
ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะ “สวรรค์แห่งอาหาร” และในปี 2026 ขนมไทยพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง “ขนมครก” ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังขึ้นสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับ Top 25 Thai Desserts ของ TasteAtlas
ข้อมูลบนเว็บไซต์ TasteAtlas ซึ่งอัปเดตเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 ระบุว่า ขนมครกได้รับคะแนน 4.3 และอยู่เหนือข้าวเหนียวมะม่วงกับปาท่องโก๋ ขณะที่ TasteAtlas อธิบายว่า ขนมครกโดดเด่นจากส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้าและกะทิ รวมถึงเนื้อสัมผัสที่มีทั้งความกรอบและความนุ่มอยู่ในคำเดียวกัน
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความนิยมของขนมชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังทำให้ขนมไทยพื้นบ้านที่พบได้ตามตลาด ชุมชน และร้านริมทาง กลับมาได้รับความสนใจในระดับนานาชาติอีกครั้ง
ทำไม “ขนมครก” ถึงคว้าอันดับ 1 TasteAtlas ปี 2026?
การที่ขนมครกสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ได้ อาจมาจากเอกลักษณ์หลายอย่างที่รวมอยู่ในขนมชิ้นเล็ก ๆ เพียงหนึ่งคู่
กรอบด้านนอก แต่เนื้อนุ่มอยู่ด้านใน
ขนมครกที่ทำได้พอดีจะมีขอบบางและกรอบจากการจี่บนเตาหลุม ขณะที่ด้านในยังคงความนุ่ม ละมุน และมีความมันจากกะทิ
ความแตกต่างของเนื้อสัมผัสนี้ทำให้ขนมครกไม่ได้มีเพียงความนุ่มหรือความกรอบเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความรู้สึกหลายแบบตั้งแต่คำแรกที่รับประทาน
TasteAtlas ระบุว่า ขนมครกมักทำเป็นสองชั้น โดยมีฐานแป้งที่สุกจนเกิดความกรอบ และส่วนกะทิด้านบนที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มคล้ายคัสตาร์ด
รสหวาน มัน และเค็มที่อยู่ด้วยกันอย่างลงตัว
เสน่ห์อีกอย่างของขนมครกคือรสหวานมันจากกะทิ ซึ่งมักมีรสเค็มเล็กน้อยช่วยตัดรส ทำให้รับประทานได้เรื่อย ๆ โดยไม่หวานจัดจนเกินไป
ส่วนหน้าขนมครกก็ช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
-
ต้นหอม
-
ข้าวโพด
-
เผือก
-
ฟักทอง
หน้าขนมแต่ละชนิดทำให้ขนมครกมีรสชาติแตกต่างกัน แม้จะใช้แป้งและกะทิเป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกัน
กลิ่นหอมจากกะทิและการจี่บนเตา
ช่วงเวลาที่ขนมครกกำลังสุกบนเตา มักมีกลิ่นหอมของกะทิผสมกับกลิ่นแป้งที่สัมผัสความร้อนโดยตรง
เมื่อรับประทานขณะยังอุ่น ขอบด้านนอกจะยังคงความกรอบ ขณะที่เนื้อกะทิด้านในยังนุ่มและชุ่ม ทำให้ได้รสสัมผัสที่แตกต่างจากขนมครกซึ่งวางทิ้งไว้นาน
ขนมพื้นบ้านที่กลายเป็นตัวแทนเสน่ห์อาหารไทย
แม้ขนมครกจะเป็นขนมที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่ความเรียบง่ายกลับเป็นหนึ่งในจุดเด่น เพราะใช้วัตถุดิบพื้นฐานอย่างแป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาล ก่อนอาศัยทักษะในการควบคุมความร้อนให้ได้ทั้งความกรอบและความนุ่ม
กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า การได้รับการจัดอันดับครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกตัวอย่างของเสน่ห์อาหารไทยและภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น รวมถึงอาจช่วยสร้างความสนใจต่อขนมไทยในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทย
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับอาหารเป็นเรื่องของคะแนนและความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน จึงไม่ใช่ข้อสรุปว่าอาหารชนิดใดอร่อยที่สุดสำหรับทุกคน TasteAtlas เองระบุว่า อันดับดังกล่าวไม่ควรถูกมองเป็นข้อสรุปสุดท้ายของโลกด้านอาหาร แต่มีเป้าหมายเพื่อแนะนำอาหารท้องถิ่นและสร้างความสนใจให้ผู้คนได้รู้จักเมนูใหม่ ๆ
10 อันดับขนมหวานไทยจาก TasteAtlas ปี 2026
จากข้อมูลบนหน้า Top 25 Thai Desserts ซึ่งอัปเดตเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 อันดับ 1–10 มีดังนี้
อันดับ 1 ขนมครก
ขนมแป้งและกะทิที่มีจุดเด่นเรื่องความกรอบด้านนอก เนื้อนุ่มด้านใน และรสหวานมันเค็มอย่างสมดุล
อันดับ 2 ข้าวเหนียวมะม่วง
ข้าวเหนียวมูนรสหวานมัน รับประทานคู่กับมะม่วงสุก เพิ่มความสดชื่นและรสหวานตามธรรมชาติ
อันดับ 3 ปาท่องโก๋
แป้งทอดเนื้อฟู ด้านนอกมีความกรอบ นิยมรับประทานคู่กับนมข้นหวาน สังขยา หรือเครื่องดื่มร้อน
อันดับ 4 ขนมชั้น
ขนมไทยเนื้อนุ่มเหนียวที่เรียงเป็นชั้น มักมีกลิ่นหอมจากใบเตยและกะทิ
อันดับ 5 รวมมิตร
ของหวานเย็นที่รวมวัตถุดิบหลายชนิดไว้ในถ้วยเดียว เช่น เส้นแป้ง ข้าวโพด ถั่ว และผลไม้ รับประทานคู่กับน้ำกะทิและน้ำแข็ง
อันดับ 6 ขนมฝักบัว
ขนมทอดที่มีขอบบางกรอบ ส่วนกลางนุ่มและเหนียว มักมีรสหวานจากน้ำตาลมะพร้าว
อันดับ 7 เฉาก๊วย
ของหวานเนื้อนุ่มหนึบ นิยมรับประทานกับน้ำแข็ง น้ำตาลทรายแดง หรือนม
อันดับ 8 ลอดช่องน้ำกะทิ
เส้นลอดช่องกลิ่นใบเตย รับประทานกับน้ำกะทิหวานมันและน้ำแข็ง
อันดับ 9 กล้วยทอด
กล้วยน้ำว้าชุบแป้งทอดจนกรอบ มีกลิ่นหอมจากมะพร้าวและงาในบางสูตร
อันดับ 10 ทองม้วน
ขนมแผ่นบางที่ม้วนเป็นทรงกระบอก มีเนื้อกรอบและรสหวานหอมจากกะทิ
ขนมครกอร่อยแบบไหน?
แม้สูตรขนมครกจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่ขนมครกที่หลายคนชื่นชอบมักมีลักษณะดังนี้
-
ขอบแป้งบางและกรอบ ไม่เหนียวจนเกินไป
-
เนื้อกะทิด้านในนุ่ม แต่ไม่เหลวจนไหลออกจากชิ้น
-
มีกลิ่นหอมของกะทิและแป้งที่ผ่านความร้อน
-
รสหวานไม่จัดจนกลบรสเค็มอ่อน ๆ
-
รับประทานขณะยังอุ่น เพื่อให้ได้ความกรอบและความนุ่มชัดที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความอร่อยยังขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล บางคนอาจชอบขนมครกแบบขอบกรอบมาก ขณะที่บางคนชอบเนื้อนุ่มและกะทิเยอะ
สรุป
การที่ ขนมครกขึ้นสู่อันดับ 1 ของขนมหวานไทยจาก TasteAtlas ปี 2026 เป็นอีกช่วงเวลาที่ทำให้ขนมพื้นบ้านซึ่งอยู่คู่ตลาดและชุมชนไทยมานาน กลับมาได้รับความสนใจในวงกว้าง
เสน่ห์ของขนมครกอาจไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบราคาแพงหรือรูปลักษณ์ซับซ้อน แต่อยู่ที่ความสมดุลของแป้ง กะทิ ความกรอบ ความนุ่ม และรสหวานมันเค็มที่อยู่ร่วมกันอย่างพอดี
แม้อันดับอาหารจะเปลี่ยนแปลงได้ตามคะแนนและช่วงเวลาที่อัปเดต แต่ขนมครกก็ยังเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ขนมไทยเรียบง่ายสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้คนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ที่มา: แหล่งที่มา: TasteAtlas, กรมประชาสัมพันธ์
อ้างอิง:
https://www.tasteatlas.com/best-rated-desserts-in-thailand
https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/480398
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
บ้านร้าง 100 ปี ริมน้ำระยอง: ข้อเท็จจริง สถาปัตยกรรม และจิตวิทยาความกลัว
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
สงสัยไหม? ร้าน “พลังใบ” ข้างทางเขาขายอะไร
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
เปิดอันดับจังหวัดที่มีผู้ค้าลอตเตอรี่มากที่สุดในประเทศไทย
แก้ผมร่วงสูตรโบราณ
รอรับ “ฮลุน โซโล่” กลับบ้าน ครอบครัวย้ำไม่เคยเปิดรับบริจาค
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ทำไมอึของวอมแบทถึงเป็นทรงลูกบาศก์? ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อไม่ให้กลิ้งตกหน้าผา
57 วินาทีก็ถึง! เที่ยวบินพาณิชย์ที่สั้นที่สุดในโลก บินยังไม่ทันหายตื่นก็เตรียมลงจอดแล้ว
8 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนดู Spider-Man: Brand New Day (ไม่มีสปอยล์)
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง
