10 อันดับประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก ปี 2026
10 อันดับประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก ปี 2026
น้ำมันยังคงเป็นพลังงานสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบขนส่ง อุตสาหกรรม การบิน และการผลิตสินค้าในหลายประเทศ แม้รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ประชากรจำนวนมาก หรือภาคอุตสาหกรรมเข้มข้น ยังคงมีความต้องการใช้น้ำมันในระดับสูง
บทความนี้รวบรวม 10 ประเทศที่คาดว่าจะใช้น้ำมันมากที่สุดในโลกในปี 2026 โดยเรียงตามปริมาณการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวม
หมายเหตุ: ปริมาณการใช้น้ำมันในปี 2026 เป็นข้อมูลประมาณการที่อ้างอิงจากแนวโน้มการบริโภคน้ำมันของหน่วยงานด้านพลังงานระหว่างประเทศ เช่น IEA, EIA และ OPEC หน่วยเป็นบาร์เรลต่อวัน
ตัวเลขประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน สถานการณ์การค้า นโยบายของแต่ละประเทศ และวิธีการคำนวณของแต่ละหน่วยงาน
1. สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก โดยมีการบริโภคประมาณ 20–21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ความต้องการใช้น้ำมันส่วนใหญ่มาจากภาคการขนส่ง อุตสาหกรรม การบิน และภาคปิโตรเคมี แม้ว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่สหรัฐฯ มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีรถยนต์จำนวนมาก และมีระบบขนส่งสินค้าที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิง จึงทำให้การบริโภคน้ำมันโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง
2. จีน
จีนเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากเป็นอันดับสองของโลก โดยบริโภคประมาณ 16–17 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ความต้องการน้ำมันมาจากภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การขนส่งที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลิตสินค้าและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
แม้จีนจะเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่ด้วยจำนวนประชากร เมืองขนาดใหญ่ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำให้น้ำมันยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานของประเทศ
3. อินเดีย
อินเดียมีการใช้น้ำมันประมาณ 6–7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเป็นตลาดพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การขยายตัวของเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ การเดินทาง และจำนวนประชากร ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตของเมืองและโครงสร้างพื้นฐานยังทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งสินค้า การก่อสร้าง และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
4. ญี่ปุ่น
แม้ประชากรจะลดลง แต่ญี่ปุ่นยังคงใช้น้ำมันประมาณ 3–3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
น้ำมันถูกใช้เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม ระบบขนส่ง การบิน และการผลิตไฟฟ้าบางส่วน
ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ แต่ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังคงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในกระบวนการผลิตจำนวนมาก
5. รัสเซีย
รัสเซียใช้น้ำมันประมาณ 3–3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นอกจากเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกแล้ว รัสเซียยังมีการใช้น้ำมันภายในประเทศในภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก
ด้วยพื้นที่ประเทศที่กว้างใหญ่ การเดินทางและการขนส่งระยะไกลจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความต้องการพลังงานอยู่ในระดับสูง
6. ซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบียบริโภคน้ำมันประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
น้ำมันถูกใช้ทั้งในภาคการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ
แม้ซาอุดีอาระเบียจะเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ แต่การพัฒนาเมือง อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศยังทำให้มีการใช้พลังงานในปริมาณมาก
7. บราซิล
บราซิลใช้น้ำมันประมาณ 2.8–3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ความต้องการมาจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้ว่าบราซิลจะมีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในสัดส่วนสูงก็ตาม
บราซิลมีพื้นที่ขนาดใหญ่และพึ่งพาการขนส่งทางถนนจำนวนมาก จึงยังต้องใช้น้ำมันดีเซลและเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางในระดับสูง
8. เกาหลีใต้
เกาหลีใต้บริโภคน้ำมันประมาณ 2.6–2.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สาเหตุสำคัญมาจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีโรงกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก
น้ำมันจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลาสติก เคมีภัณฑ์ และสินค้าอุตสาหกรรมหลายประเภท
9. แคนาดา
แคนาดาใช้น้ำมันประมาณ 2.4–2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
แม้จะเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ แต่แคนาดาก็มีการใช้พลังงานภายในประเทศสูงจากภาคการขนส่งและอุตสาหกรรม
พื้นที่ประเทศที่กว้างใหญ่ ระยะทางระหว่างเมือง และการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้เชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับสูง
10. เยอรมนี
เยอรมนีมีการบริโภคน้ำมันประมาณ 2.2–2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
น้ำมันถูกใช้ในภาคการขนส่ง การผลิต และอุตสาหกรรม แม้ประเทศจะเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้นก็ตาม
ด้วยฐานการผลิตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรม ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจึงยังคงมีอยู่
ทำไมประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จึงใช้น้ำมันมาก
การใช้น้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น
-
จำนวนรถยนต์และรูปแบบการเดินทาง
-
ขนาดของภาคอุตสาหกรรม
-
การขนส่งสินค้าและการบิน
-
การผลิตไฟฟ้าในบางประเทศ
-
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตพลาสติก
-
ขนาดพื้นที่และระยะทางในการเดินทาง
บางประเทศอาจมีประชากรไม่มาก แต่หากมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือพึ่งพาการขนส่งทางถนนสูง ก็อาจใช้น้ำมันมากกว่าประเทศที่มีประชากรจำนวนมากได้
สรุป
ในปี 2026 สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก รองลงมาคือ จีน และ อินเดีย ซึ่งสะท้อนถึงขนาดเศรษฐกิจ จำนวนประชากร และความต้องการด้านการขนส่งและอุตสาหกรรม
แม้ว่าหลายประเทศจะเร่งใช้รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน แต่น้ำมันยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในระบบขนส่ง การบิน อุตสาหกรรม และการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขปี 2026 ยังเป็นค่าประมาณและอาจปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์พลังงาน เศรษฐกิจ และข้อมูลที่หน่วยงานต่าง ๆ ประกาศเพิ่มเติม
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
10 จังหวัดที่ราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดนอกกรุงเทพฯ แพงสุดตารางวาละเท่าไร
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
10 จังหวัดที่ครัวเรือนแบกหนี้เฉลี่ยสูงที่สุด
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
10 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุด
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "หวยไทยรัฐ-เดลินิวส์" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 จังหวัดในไทยที่ครัวเรือนมี “เงินเหลือ” มากที่สุด
ลุกขยับทุกชั่วโมง ช่วยลดอาการปวดคอ บ่า หลัง จากการนั่งทำงานนาน
หูฟังบอกเวลาขอสมาธิ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 จังหวัดที่ราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดนอกกรุงเทพฯ แพงสุดตารางวาละเท่าไร
ลุกขยับทุกชั่วโมง ช่วยลดอาการปวดคอ บ่า หลัง จากการนั่งทำงานนาน
รถสีขาวเย็นกว่าสีเข้มจริงไหม? ทำไมจอดกลางแดดแล้วยังร้อนเหมือนกัน
5 อันดับคณะหมอลำที่โดดเด่นด้านทีมตลกและได้รับความนิยมในปี 2026
5 มหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลก กับตำนานผีที่เล่าต่อกันมาหลายรุ่น
เลขเด่นหวยลาว 10 กรกฎาคม 2569เลขที่มีการพูดถึง



